วิธีแก้อาการท้องแข็ง และเรื่องที่ห้ามทำตอนท้องแข็ง

lead image

อาการท้องแข็ง มักจะสร้างความกังวลใจให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่น้อย บางครั้งพอลุกยืนท้องก็แข็ง ล้มตัวนอนท้องก็แข็งอีก

วิธีแก้อาการท้องแข็ง

อาการท้องแข็งเป็นอย่างไร ทำไมคนท้องท้องแข็ง วิธีแก้อาการท้องแข็ง ทำได้อย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกัน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/10/ท้องแข็ง.jpg วิธีแก้อาการท้องแข็ง และเรื่องที่ห้ามทำตอนท้องแข็ง

วิธีแก้ อาการท้องแข็ง

อาการท้องแข็งเป็นอย่างไร

อาการท้องแข็ง คือ อาการที่คุณแม่ตั้งครรภ์รู้สึกว่าบริเวณท้องมีอาการตึง ๆ เมื่อเอามือไปจับบริเวณท้องก็จะรู้สึกว่าเป็นก้อน ๆ  และมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นพัก ๆ สำหรับอาการท้องแข็งนั้น เป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปจะมีอาการท้องแข็งได้ประมาณวันละ 3 – 4 ครั้ง ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์แต่ละคนก็จะมีความแข็งมาก หรือน้อยแตกต่างกันออกไป ในขณะที่บางคนก็จะมีอาการปวดเกร็ง เสียวบริเวณท้องน้อยด้วย

ทำไมคนท้องท้องแข็ง

อาการท้องแข็ง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ทารกในครรภ์ดิ้นมาก จนอาจไปโดนผนังมดลูก เมื่อมดลูกถูกกระตุ้นจึงเกิดอาการบีบตัว ทำให้ท้องแข็ง
  • ทานอาหารอิ่ม พอกินอะไรเข้าไปก็จะรู้สึกแน่นไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่ตัวเล็ก ก็จะมีอาการแบบนี้ง่ายเป็นพิเศษ เพราะความจุของช่องท้องมีพื้นที่จำกัด มดลูกที่โตขึ้นตามอายุครรภ์ไปเบียดแย่งที่กับอวัยวะอื่น ๆ ในช่องท้อง กระเพาะปัสสาวะถูกเบียด กระเพาะอาหารลำไส้ก็ถูกเบียดขึ้นไปจนติดอยู่ใต้กระบังลม จนเกิดอาการท้องแข็งได้
  • เกิดจากความเครียดในขณะตั้งครรภ์
  • มดลูกเกิดการบีบตัวเองจากกล้ามเนื้อมดลูกขาดเลือด เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้คลอดก่อนกำหนด หรืออาจทำให้แท้งบุตรได้
  • พฤติกรรมในชีวิตประจำวันอื่น ๆ เช่น ทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ กลั้นปัสสาวะบ่อย หรือมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง เป็นต้น

วิธีแก้อาการท้องแข็ง

  1. ลดกิจกรรมที่ทำให้เหนื่อย และเกิดความเครียดได้ง่าย ทั้งเรื่องงานภายในบ้าน และที่ทำงาน
  2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะไปกระตุ้นมดลูกให้บีบรัดตัว เช่น การจับท้อง การลูบท้อง การขยับตัวแรง ๆ และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงใกล้คลอด
  3. ควรกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ รับประทานครั้งละน้อย ๆ หลังทานแล้วก็ควรนั่งให้เรอออกมาก่อน พยายามอย่าให้ท้องผูก และควรขับถ่ายเป็นประจำทุกวัน อีกทั้งหลังมื้ออาหารควรเดินเล่นหรือนั่งพักสักครู่ก่อน ไม่ควรนอนหลับทันที เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และไม่ทำให้เกิดอาการจุกเสียดจนท้องแข็งได้
  4. ไม่กลั้นปัสสาวะ หากปวดปัสสาวะควรเข้าห้องน้ำทันที เพราะการกลั้นปัสสาวะนาน ๆ อาจทำให้เกิดอาการท้องแข็งได้
  5. หาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น นอนหลับให้เพียงพอ ลดความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดอาการท้องแข็ง โดยอาจจะใช้วิธีอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง

นอกจากนี้ หากคุณแม่รู้สึกว่าท้องแข็งมาก และแข็งถี่มากกว่าปกติ หรือเดี๋ยวแข็งเดี๋ยวหายติด ๆ กันเป็นชุด ควรจะรีบไปพบคุณหมอโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกในท้องนะครับ

 

*ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และนำรูปภาพไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืน ทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกดิ้นน้อยลง ช่วงใกล้คลอด เกิดจากอะไร อันตรายไหม แล้วเมื่อไหร่ควรไปหาหมอ

กำหนดคลอด นับยังไง พร้อมตารางคำนวณวันครบกำหนดคลอดที่ดูง๊าย ง่าย และแม่นยำ

จำเป็นไหม แม่ต้องโกนขนก่อนคลอดลูก?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!