TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ท้องแข็งเป็นก้อน ท้องน้อยแข็ง อันตรายไหม ลดอาการท้องแข็งได้อย่างไร

บทความ 5 นาที
ท้องแข็งเป็นก้อน ท้องน้อยแข็ง อันตรายไหม ลดอาการท้องแข็งได้อย่างไร

อาการท้องแข็งเป็นก้อนเป็นสิ่งที่ต้องเกิดกับคนท้องทุกคน หากเกิดอาการท้องแข็งเป็นก้อนถี่ๆ นอนพักแล้วค่อยๆหาย ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้คลอดแล้ว แต่หากเกิดขึ้นกับคนที่อายุครรภ์น้อยกว่า 5 เดือนถือว่าเป็นอันตรายเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด!

อาการ ท้องแข็งเป็นก้อน หรือ ท้องแข็ง เป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยที่สุดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สองและสาม (หลัง 28 สัปดาห์) คุณแม่จะรู้สึกว่าท้องตึง แข็งเกร็งเป็นก้อน ไปทั่วทั้งท้องคล้ายกับตอนปวดประจำเดือน อาการนี้อาจทำให้คุณแม่หลายคนกังวล แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นอาการปกติที่เรียกว่า “การเจ็บครรภ์เตือน” (Braxton Hicks Contractions)

สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างอาการ ท้องแข็งเป็นก้อน แบบปกติ กับอาการท้องแข็งที่เป็นสัญญาณอันตรายของ “การคลอดก่อนกำหนด”

ท้องแข็ง (เจ็บเตือน) ต่างจาก “ลูกดิ้น” หรือ “ท้องอืด” อย่างไร?

  • ลูกดิ้น: มักจะรู้สึกแข็งเป็นจุด ๆ หรือเป็นก้อนแข็งที่เคลื่อนที่ได้ ไม่ได้แข็งเกร็งไปทั่วท้อง
  • ท้องอืด/อาหารไม่ย่อย: อาจรู้สึกแน่นท้อง แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามดลูกบีบตัวเป็นก้อนแข็งอย่างชัดเจน (แม้ว่าการรับประทานอาหารอิ่มเกินไป หรือการกลั้นปัสสาวะจนกระเพาะปัสสาวะโป่ง อาจไปเบียดมดลูกและกระตุ้นให้เกิดอาการ ท้องแข็งเป็นก้อน ได้)
  • ท้องแข็งเป็นก้อน (มดลูกบีบตัว): จะรู้สึกว่ามดลูก แข็งเกร็งเป็นก้อน ไปทั่วทั้งท้อง (คลำแล้วแข็งเหมือนลูกบอล) เป็นอยู่สักพัก (30 วินาที – 2 นาที) แล้วก็คลายตัว

สาเหตุของอาการท้องแข็งเป็นก้อน (เจ็บครรภ์เตือน)

อาการเจ็บครรภ์เตือน หรือ Braxton Hicks Contractions คือการที่มดลูกซ้อมบีบตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดจริง  อาการ ท้องแข็งเป็นก้อน แบบนี้ มักถูกกระตุ้นได้ง่ายจากปัจจัยเหล่านี้:

  1. การเคลื่อนไหว: การที่คุณแม่เปลี่ยนอิริยาบถเร็วเกินไป เช่น ลุก นั่ง หรือเดิน
  2. กิจกรรมที่มากเกินไป: การทำงานหนัก ออกกำลังกาย หรือเดินมาก ๆ
  3. การขาดน้ำ: เมื่อร่างกายขาดน้ำ มดลูกอาจเกิดการหดเกร็งได้ง่ายขึ้น
  4. กระเพาะปัสสาวะเต็ม: การกลั้นปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะไปเบียดมดลูก
  5. การกระตุ้น: การสัมผัสหรือลูบท้องบ่อย ๆ การกระตุ้นหัวนม หรือการมีเพศสัมพันธ์ (ซึ่งอาจทำให้มดลูกบีบตัวและเกิดอาการ ท้องแข็งเป็นก้อน ได้) 
  6. ความเครียด: ความวิตกกังวลและความเครียดสามารถกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวได้
  7. ทารกดิ้นแรง: ในบางครั้ง การที่ทารกดิ้นแรง ๆ ก็สามารถกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวตามได้

 

ท้องแข็งเป็นก้อน

ท้องแข็งเป็นก้อนเกิดจากอะไร

 

สัญญาณอันตราย: “เจ็บเตือน” (ปกติ) vs “เจ็บจริง” (ต้องพบแพทย์)

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด คุณแม่ต้องสังเกตว่าอาการ ท้องแข็งเป็นก้อน ของตนเองเข้าข่าย ‘เจ็บครรภ์จริง‘ หรือไม่ โดยเฉพาะหากอายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะคลอดก่อนกำหนด

ลักษณะอาการ

เจ็บครรภ์เตือน
(ไม่อันตราย)

เจ็บครรภ์จริง
(ต้องรีบพบแพทย์)

ความสม่ำเสมอ ไม่สม่ำเสมอ เป็น ๆ หาย ๆ
สม่ำเสมอ และถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ความถี่ ห่าง ๆ กัน ไม่ถี่ขึ้น
ถี่ขึ้น (เช่น จากทุก 15 นาที เป็นทุก 10 นาที และทุก 5 นาที)
ความแรง ความแรงไม่คงที่ หรือไม่แรงขึ้น
แรงขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกเจ็บทนไม่ไหว
ระยะเวลา มักจะสั้น ๆ (ไม่เกิน 30 วินาที – 2 นาที)
นานขึ้นเรื่อย ๆ (เช่น จาก 30 วินาที เป็น 40-50 วินาที)
การบรรเทา มักจะหายไปเมื่อนอนพัก หรือเปลี่ยนท่าทาง
นอนพักหรือเปลี่ยนท่าก็ไม่หายปวด
ตำแหน่งที่ปวด มักปวดแค่บริเวณท้องน้อยด้านหน้า
อาจปวดร้าวไปที่หลังส่วนล่าง หรือหน่วงลงก้นกบ
อาการร่วม ไม่มี
อาจมีมูกเลือดออกทางช่องคลอด หรือมีน้ำเดิน (น้ำใส ๆ ไหลออกมา)

 

ท้องแข็งเป็นก้อน

สรุปสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

หากคุณแม่มีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์ยังไม่ครบ 37 สัปดาห์ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที 

  1. อาการ ท้องแข็งเป็นก้อน ที่ถี่และสม่ำเสมอ (เช่น แข็งทุก 4-5 นาที หรือมากกว่า 4-5 ครั้งใน 1 ชั่วโมง)
  2. อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และนานขึ้นเรื่อย ๆ
  3. นอนพักแล้วอาการ ท้องแข็งเป็นก้อน ไม่ดีขึ้น
  4. มีเลือดออกทางช่องคลอด (ไม่ว่าจะมีอาการท้องแข็งหรือไม่)
  5. มีน้ำเดิน (ถุงน้ำคร่ำแตก)
  6. ลูกดิ้นน้อยลง

 

ท้องแข็งเป็นก้อน

คลายข้อสงสัย ท้องแข็งมาก เสี่ยงแท้งไหม

วิธีรับมือและลดอาการท้องแข็งเป็นก้อน 

หากคุณแม่มั่นใจว่าเป็นเพียงอาการเจ็บเตือน สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อลดอาการท้องแข็งเป็นก้อน ได้ดังนี้:

  1. นอนพักและเปลี่ยนท่า: หากกำลังเดินหรือยืน ให้ลองนอนพักตะแคงซ้าย หากนอนอยู่ ให้ลองลุกขึ้นเดินช้า ๆ การเปลี่ยนท่าทางมักช่วยให้อาการท้องแข็งเป็นก้อน ที่เป็นเจ็บเตือนหายไป
  2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การขาดน้ำเป็นสาเหตุยอดนิยมของอาการท้องแข็ง การจิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ ตลอดวันจึงสำคัญมาก
  3. ไม่กลั้นปัสสาวะ: ควรเข้าห้องน้ำทันทีที่รู้สึกปวด เพื่อไม่ให้กระเพาะปัสสาวะไปเบียดมดลูก
  4. พักผ่อนให้เพียงพอ: หลีกเลี่ยงการทำงานหนักเกินไป หรือยืนนาน ๆ และจัดการกับความเครียด
  5. หลีกเลี่ยงการกระตุ้น: ลดการลูบท้องหรือคลำท้องบ่อย ๆ หากพบว่าการกระตุ้นหัวนมทำให้เกิดอาการท้องแข็งเป็นก้อน ควรงดเว้น
  6. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ (ชั่วคราว): หากคุณแม่มีอาการท้องแข็งเป็นก้อนบ่อย หรือมีความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการมีเพศสัมพันธ์
  7. รับประทานอาหารย่อยง่าย: หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่จนอิ่มแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้ไม่สบายตัวและกระตุ้นมดลูกได้

 

อาการท้องแข็งเป็นก้อน เป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ แต่คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตตัวเองเสมอ หากอาการท้องแข็งนั้น “สม่ำเสมอ ถี่ขึ้น แรงขึ้น” หรือมีอาการอันตรายอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เลือดออก หรือน้ำเดิน ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์หากคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ 

_________________________________________________________________________________________

ลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กับ theAsianparent Thailand ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก มาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2 มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และ ลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบนแอพพลิเคชั่นในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแล ทั้งอาหารการกิน โดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้าง ที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้ หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคล ทั้งเด็กหญิง และเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.lamaze.org , โรงพยาบาลพญาไท , โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต , โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี , โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ , คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 

อัปเดต ณ วันท่ี 28 ตุลาคม 2568

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ตารางน้ำหนัก และขนาดของทารกในครรภ์ ที่จะบอกว่าลูกในท้องแข็งแรงดีแค่ไหน

การเพิ่มน้ำหนักตัวระหว่างตั้งครรภ์ ทำอย่างไรไม่ให้อ้วนไปทั้งแม่ ทั้งลูก

ลูกไม่ดิ้นกี่ชั่วโมงต้องไปหาหมอ ลูกดิ้นกี่ครั้งต่อวัน ลูกไม่ดิ้น อันตรายแค่ไหน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

daawchonlada

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • ท้องแข็งเป็นก้อน ท้องน้อยแข็ง อันตรายไหม ลดอาการท้องแข็งได้อย่างไร
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว