ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่ ?

lead image

ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่ จะเริ่มให้ลูกดื่มน้ำได้ตอนไหน ให้ลูกกินน้ำก่อนเวลาอันสมควรมีประโยชน์ มีโทษอย่างไร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่ ?

ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่ เป็นคำถามที่คุณแม่หลายคนถามกันเข้ามาอยู่บ่อย ๆ ซึ่งทารกโดยทั่วไปจริง ๆ แล้ว ยังไม่ต้องการน้ำเปล่า เนื่องจากในน้ำนมก็มีน้ำในปริมาณที่ลูกจำเป็นต้องได้รับอยู่แล้ว การให้ลูกดื่มน้ำเปล่ามากเกินไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพลูกมากกว่า น้ำจะไปทำให้ลูกหิวนม (ทั้งนมผงและนมแม่) น้อยลง ซึ่งนมเป็นสิ่งที่ลูกจำเป็นต้องได้รับเพื่อให้เจริญเติบโต

ทารกที่อายุน้อยกว่าหกเดือนยังไม่จำเป็นต้องได้ดื่มน้ำเพิ่มเติมจากนมแม่ หลังจากหกเดือนแรกผ่านไปนั้น คุณจึงสามารถให้ลูกเริ่มดื่มน้ำเปล่าได้ แต่ส่วนมากก็อย่าให้เกินราว 60-120 มิลลิลิตรต่อวัน หลังจากที่ลูกอายุได้หนึ่งขวบแล้ว ให้ลูกดื่มนมกับมื้ออาหารและให้ดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหารได้

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2014/05/ป้อนอาหารทารก.jpg ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่ ?

ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้ตอนไหน

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

เมื่อลูกเริ่มกินอาหารเสริมได้แล้ว ลูกอาจท้องผูกได้ การให้ดื่มน้ำจะช่วยให้อุจจาระนุ่มลง และป้องกันปัญหาท้องผูก น้ำปริมาณเล็กน้อยที่คุณให้ลูกดื่มระหว่างมื้ออาหารก็ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำในสภาพอากาศร้อน ๆ ได้สำหรับทารกที่อายุมากกว่าหกเดือน หากลูกมีปัญหาท้องผูก หรืออากาศร้อนมาก ลูกอาจต้องดื่มน้ำ 180-240 มิลลิลิตรต่อวัน แต่คุณควรปรึกษาคุณหมอก่อนที่จะให้ลูกดื่มน้ำมากขนาดนั้น

ให้ลูกกินนมผสมน้ำได้ไหม

น้ำเปล่า ต่างจากนมผงชง หรือนมแม่ เพราะไม่ได้มีสมดุลที่ดีของอิเล็กโทรไลท์ เช่น โซเดียม และโพแทสเซียม หากลูกดื่มน้ำเข้าไปมาก ๆ ลูกอาจเกิดอิเล็กโทรไลท์ไม่สมดุล เพราะมีโซเดียมต่ำเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสมองบวม และเกิดอาการชักได้ในบางกรณี การเติมน้ำลงไปในนมผงให้มากขึ้นอาจเป็นวิธีการประหยัดเงิน แต่ก็อาจทำให้ทารกได้รับน้ำมากเกินไป จนเกิดภาวะเป็นพิษได้ ในบางกรณีทารกที่เข้าเรียนว่ายน้ำอาจกลืนน้ำเข้าไปมากพอที่จะทำให้เกิดภาวะโซเดียมต่ำซึ่งนำไปสู่การชักได้

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2014/05/ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่.jpg ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่ ?

ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้ตอนไหน

การให้น้ำชดเชยน้ำที่เสียไป

ในกรณีที่ลูกโตขึ้นอยู่ในวัยที่สามารถดื่มน้ำได้ตามปกติแล้ว หากลูกอาเจียนหรือท้องร่วงรุนแรง อาจเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะให้ลูกดื่มน้ำเพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายลูกเสียไป แต่การให้ลูกดื่มน้ำเปล่าในกรณีเช่นนี้ อาจทำให้ระดับโซเดียมในร่างกายลูกลดต่ำลงก็ได้ คุณควรให้ลูกดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไปแทนที่จะให้ลูกดื่มน้ำเปล่า หากคุณหมอแนะว่าให้งดนมผงชงในระยะสั้น ในช่วงที่ลูกเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารนั้น โดยทั่วไปแล้วคุณแม่มักจะยังได้รับอนุญาตให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อ ซี่งต่างจากการใช้นมผง

ความเสี่ยงอื่น ๆ เกี่ยวกับน้ำ

มีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดเจ็บป่วยจากการดื่มน้ำ แต่โรคระบาดของการติดเชื้อปรสิตหรือแบคทีเรีย เช่น ซาลโมเนลลา ก็มาจากน้ำดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำจากบ่อ เพราะฉะนั้น การต้มน้ำก่อนให้ลูกดื่ม หรือกระทั่งเพื่อใช้ในการชงนม ก็ช่วยกำจัดความเสี่ยงได้ แต่มีอีกสิ่งที่คุณต้องระวังคือ ไนเตรทในน้ำบ่อ ซึ่งทำให้เกิดภาวะบลูเบบี้ซินโดรม ในทารกที่อายุน้อยกว่าสามเดือน อาการดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะไนไตรท์ จะจับตัวเข้ากับฮีโมโกลบินในเลือด ซึ่งไปลดปริมาณฮีโมโกลบินที่ใช้ขนส่งออกซิเจน ไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของทารก หากคุณใช้น้ำจากบ่อเพื่อการบริโภค คุณควรตรวจสอบน้ำให้ดีว่า มีไนไตรท์หรือไม่ เพราะการต้มหรือการกรองไม่อาจกำจัดไนไตรท์ได้

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทุกเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหารเสริมทารก

เดี๋ยวก็ให้ป้อนน้ำ เดี๋ยวก็ให้ป้อนกล้วย! รับมือปู่ย่าตายายเรื่องป้อนอาหารอย่างไรดี

ป้อนอาหารทารก ต่ำกว่า 6 เดือน ความเชื่อโบราณที่แม่ไม่ควรเสี่ยง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/07/parenttownnewbanner.jpg ทารกจะเริ่มดื่มน้ำได้เมื่อไหร่ ?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!