ตั้งครรภ์ ท้องเสีย ปวดท้องบิด อาการแบบนี้ส่งผลอย่างไรต่อลูกในท้อง

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

อาการท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์ นับเป็นสิ่งที่คุณแม่ท้องไม่พึงประสงค์ เรามาดูกันว่า ควรรับมือกับอาการเหล่านี้อย่างไรดี

ตั้งครรภ์ ท้องเสีย ปวดท้องบิด

ตั้งครรภ์ ท้องเสีย ปวดท้องบิด อาการแบบนี้ ส่งผลอย่างไร ต่อลูกในท้อง ไปติดตามกันเลย

ตั้งครรภ์ ท้องเสีย ปวดท้องบิด

ตั้งครรภ์ ท้องเสีย ปวดท้องบิด อาการแบบนี้ ส่งผลอย่างไร กับลูกในท้อง

ท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์

อาการท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์ คืออาการที่มีการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ 3 ครั้ง หรือมากกว่า ภายในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมง หรือถ่ายเป็นมูกเลือดตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป หากคุณแม่ท้องมีอาการดังที่กล่าวมา สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือ อาการขาดน้ำ เนื่องจากคุณแม่ท้องจะสูญเสียน้ำจากร่างกายเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณแม่ท้องเอง รวมไปถึงทารกในครรภ์ได้

อะไรทำให้คนท้องท้องเสีย

อาการท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์นั้น อาจมาจากสาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ ได้แก่

  1. เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารที่เปลี่ยนไปของแม่ท้อง ซึ่งบางครั้ง อาจจะทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน หรือเกิดอาการท้องเสียได้
  2. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งบางครั้ง ฮอร์โมนก็อาจจะเป็นสาเหตุให้กระบวนการย่อยอาหารชะงักลง จนทำให้เกิดอาการท้องเสียได้
  3. เกิดจากอาการทางอารมณ์ และจิตใจ เช่น ตื่นเต้น มีความวิตกกังวล ต้องเดินทาง ถ้าแม่ท้องท้องเสียจากสาเหตุนี้ มักจะเป็นไม่มาก อาจบ่อย และเรื้อรัง แต่สุขภาพของร่างกายโดยทั่วไปยังคงปกติดี
  4. เกิดจากการกินอาหารที่ไม่สะอาด เช่น กินผักสดที่ล้างไม่สะอาด อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารทะเลที่ไม่สด ดื่มน้ำที่ไม่สะอาด และไม่ได้ต้มสุก เป็นต้น จนเกิดอาการอาหารเป็นพิษ ทำให้ท้องเสีย ปวดท้องบิด
  5. อาการท้องเสีย อาจเกิดจากการที่แม่ท้องบางคน มีความไวต่ออาหารอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งอาจเป็นอาหารที่ปกติทานบ่อย ๆ แต่พอเมื่อทานอาหารชนิดเดียวกันนี้ ในระหว่างตั้งครรภ์ กลับทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน หรือมีอาการท้องเสียได้
  6. เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือโรคติดเชื้อต่าง ๆ เช่น บิด ไทฟอยด์ อหิวาต์ การติดโรคพยาธิบางชนิด เป็นต้น

อาการท้องเสีย มีกี่แบบ

อาการท้องเสีย สามารถแบ่งตามลักษณะของอุจจาระได้ 2 แบบ คือ

  1. อาการท้องเสียที่ถ่ายเป็นมูกเลือด โดยมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดท้อง หรือปวดเบ่งที่ทวารหนัก ถ่ายบ่อย และมีปริมาณอุจจาระที่ออกในแต่ละครั้งไม่มากนัก
  2. อาการท้องเสียที่ถ่ายเหลว หรือเป็นน้ำ สีเหลือง หรือเขียวอ่อน ในรายที่เป็นรุนแรง อาจเป็นน้ำขุ่นขาว คล้ายน้ำซาวข้าว

ท้องเสียตอนท้อง รับมืออย่างไร

  1. ควรดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป
  2. หากไม่อ่อนเพลียมาก ยังพอทานอาหารอ่อนได้ ก็ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อรักษาสมดุลของน้ำ และแร่ธาตุในร่างกาย
  3. หากมีอาการอ่อนเพลีย และไม่สามารถทานอาหารได้ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และเกลือแร่ จึงควรทดแทนด้วยการดื่มน้ำเกลืออิเล็คโตรไลท์ หรือ โอ.อาร์.เอส
  4. หลีกเลี่ยงนมสด คาเฟอีน อาหารไขมันสูงย่อยยาก ๆ และอาหารทะเล
  5. เมื่อแม่ท้องมีอาการท้องเสีย ไม่จำเป็นต้องทานยาให้หยุดถ่ายเสมอไป เพราะการขับถ่ายเป็นการระบายเชื้อโรค และของเสียออกจากร่างกาย การใช้ยาบางชนิด เพื่อหยุดการขับถ่ายในทันที อาจทำให้เชื้อโรคถูกกักอยู่ในร่างกาย และอาจมีผลเสียตามมา รวมถึงการทำให้อาการต่าง ๆ หายช้าลงได้
  6. ถ้าท้องเสียเนื่องจากการติดเชื้อ ยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยควรเป็น แอมพิซิลลิน หรือ อม๊อกซิซิลลิน ไม่ควรใช้ยาที่ไม่ปลอดภัยในกลุ่มยาแก้อักเสบ
  7. พักผ่อนมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ
ตั้งครรภ์ ท้องเสีย ปวดท้องบิด

ตั้งครรภ์ ท้องเสีย ปวดท้องบิด อาการแบบนี้ ส่งผลอย่างไร กับลูกในท้อง

อาการแบบไหนต้องรีบไปพบคุณหมอ

หากแม่ท้องมีอาการท้องเสียในลักษณะอุจจาระมีมูกปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ คล้ายของเน่า คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการนานกว่า 48 ชั่วโมง อาการท้องเสียในลักษณะนี้ แม่ท้องไม่ควรซื้อยามากินเอง เพราะถ้าอาการรุนแรง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และควรรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน

ตั้งครรภ์ ท้องเสีย ปวดท้องบิด อาการแบบนี้ ส่งผลอย่างไรกับลูกในท้อง ติดตามต่อหน้าถัดไป – – – -> > > 

การตั้งครรภ์ สุขภาพของแม่ท้อง เตรียมตัวเป็นแม่