ตอนท้องกินอาหารตามใจปากจะเป็นไรไหม?

ตอนท้องกินอาหารตามใจปากจะเป็นไรไหม?

คุณแม่หลายคน (รวมถึงผู้เขียนเองด้วย) มักเข้าใจว่าตอนท้องต้องกินอาหารเป็น 2 เท่า เผื่อทั้งตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ด้วย เรื่องอาหารการกินอย่าให้ขาด ต้องมีประโยชน์และโภชนาการดี เพลินกินแบบนี้ คนท้องกินอาหารตามใจปากเป็นไรมากไหมนะ?

ช่วงเวลาที่ทำให้คุณแม่สนุกและเพลินกับการเลือก กินอาหารตามใจปาก ที่สุด คือ ช่วงของการแพ้ท้องที่แต่ละรายจะมีความอยากแตกต่างกันไป อยากกินอะไรคุณพ่อก็จะหามาให้กิน ไม่ว่าจะเป็นความอยากกินของแปลก ของเปรี้ยว ฯลฯ แต่อาการแพ้ท้องของคุณแม่บางรายก็ถึงขั้นรุนแรงทานอะไรไม่ได้ตามใจปากหรือกินอะไรไม่ได้เลย กินแล้วกลับอาเจียนออกก็มี

กินอาหารตามใจปาก

ดังนั้นในช่วงแพ้ท้อง จึงเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่สามารถเลือกกินอะไรก็ได้ที่อยากจะกิน อะไรที่ทานแล้วไม่ทำให้คุณแม่อยากอาเจียนโอ้กอ้ากออกมา แม้ว่าของโปรดบางอย่างอาจไม่มีคุณค่าทางโภชนาการซักเท่าไหร่ ขอให้คุณแม่กินแล้วมีความสุขและสบายใจ ลูกน้อยก็ยังได้รับสารอาหารดีกว่าที่คุณแม่เลือกที่จะไม่ยอมทานอะไรเพราะกลัวจะอาเจียนออกมา

แต่อย่าลืมว่า การรับประทานอาหารตามใจปากของแม่ในช่วงตั้งครรภ์นั้นก็มีข้อจำกัด เพราะสารอาหารที่ลูกจะได้รับมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไปด้วย ดังนั้นแม้จะอยากกินขนาดไหนคุณแม่ก็ควรคำนึงถึงอาหารที่เป็นอันตรายต่อลูกในท้องด้วย อย่างอาหารที่คนท้องไม่ควรกิน เช่น ไม่เน้นทานอาหารประเภทไขมันสูงเกินไปประเภทของทอดที่อมน้ำมัน อาหารปรุงไม่สุก ของหมักดอง ของดิบ อาหารที่ใส่ผงชูรส เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน อาหารกระป๋อง ฯลฯ

สำหรับขนมหวานที่แม่ท้องอยากกิน เช่น ไอศกรีม ข้าวเหนียวมะม่วง น้ำแข็งใส ขนมเค้ก น้ำสลัด หรือผลไม้ที่มีรสหวาน ฯลฯ ถึงแม้เป็นอาหารที่จะไปเพิ่มน้ำหนักให้ในระหว่างตั้งครรภ์ แต่ก็ยังพอให้ทานได้ในช่วงที่แพ้ท้อง แต่ถ้าผ่านช่วงนี้ไปแล้ว คุณแม่อย่าติดหวานกินของเหล่านี้จนเพลิน เพราะนอกจากจะทำให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ยังอาจทำให้น้ำหนักเพิ่ม และเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้

ถึงแม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่แม่ท้องสามารถกินอาหารตามใจชอบได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดในช่วงตั้งครรภ์คือการที่คุณแม่ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารประเภทผัก ผลไม้ และใส่ใจในเรื่องของความสะอาด ความสดใหม่ รับประทานอาหารที่ปรุงสุก เพื่อบำรุงตัวเองและให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์นะคะ.

ตอนท้องกินอาหารตามใจปากจะเป็นไรไหม?

อาหารคนท้องอ่อน แบบไหนบำรุง แบบไหนแสลง อะไรห้ามกิน อะไรกินได้

โภชนาการในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เรามาดูกันว่า อาหารคนท้องอ่อน ในช่วงไตรมาสแรก แบบไหนควรกิน และแบบไหนควรหลีกเลี่ยงบ้าง

อาหารคนท้องอ่อน ช่วง 1 เดือนแรก

ในช่วงแรกนั้น คุณแม่ส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ จนกระทั่งประจำเดือนไม่มา จึงทำการตรวจการตั้งครรภ์ บางครั้งกว่าจะรู้ก็มีอายุครรภ์ได้ 2 – 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งนั่นก็อาจทำให้แม่ท้องเกิดความกังวลว่า จะเผลอกินอะไรที่เป็นของแสลงเข้าไป จนอาจเป็นอันตรายกับลูกได้ อย่างไรก็ตาม แม่ท้องไม่ควรกังวลมากไปจนเครียดนะครับ ซึ่งอาหารที่ควรกิน และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ในช่วง 1 เดือนแรก มีดังนี้ครับ

อาหารคนท้อง 1 เดือน ควรกิน

เดือนแรกของการตั้งครรภ์ แม่ท้องอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว หรือเจ็บเต้านม ซึ่งคุณแม่แต่ละคนก็อาจจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็อาจไม่มีอาการใดๆเลย แต่ไม่ว่าคุณแม่จะมีอาการแพ้ท้องหรือไม่ ก็ควรต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกินเหมือนๆกัน ซึ่งอาหารที่แม่ท้องควรกิน มีดังนี้

1. อาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลต

ตอนที่ไปฝากครรภ์ แม้ว่าคุณหมอจะให้กรดโฟลิกแบบเม็ดมาให้กินแล้ว แต่คุณแม่ท้องก็ควรกินอาหารที่มีโฟเลตเพิ่มไปด้วยนะครับ เพราะโฟเลตมีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการสมองของตัวอ่อนในระยะแรก และอาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลตก็หาได้ไม่ยากเลย เช่น ส้ม มันฝรั่ง บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ไข่ ถั่ว และผักใบเขียวทั้งหลาย เป็นต้น

2. ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม

นมเป็นแหล่งสารอาหารชั้นยอด ทั้งโปรตีน วิตามิน แคลเซียม น้ำ ไขมันดี กรดโฟลิก และวิตามินดี ผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต เนยแข็งก็มีคุณค่าเทียบเท่าการดื่มนม โดยคุณแม่ควรดื่มนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมทุกวัน ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะถ้าหากดื่มมากไป ก็อาจทำให้ลูกคลอดออกมาแพ้โปรตีนจากนมได้

3. เนื้อสัตว์

ในช่วง 1 เดือนแรกของการตั้งครรภ์นี้ แม่ท้องสามารถกินเนื้อสัตว์ได้เกือบทุกชนิด เพียงแต่ต้องปรุงให้สุกเสียก่อน เพราะการกินเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุก อาจเป็นเหตุให้ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้

4. อาหารที่มีธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็ก ช่วยในการรักษาระดับการไหลเวียนของเลือดให้คงที่ ทั้งของแม่ท้องและลูกน้อยในครรภ์ ทารกต้องการเลือดที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เพื่อช่วยในการจับกับออกซิเจนและสารอาหาร และส่งไปให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายนั่นเอง

และเนื่องจากในเดือนแรกคุณหมอจะยังไม่จ่ายวิตามินเสริมธาตุเหล็กให้คุณแม่ จนกว่าจะถึงเดือนที่ 4 ของการตั้งครรภ์ คุณแม่ท้อง 1 เดือนจึงควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ได้แก่ บีทรูท ข้าวโอ๊ต ปลาทูน่า ถั่วต่างๆ ผลไม้อบแห้ง และเนื้อไก่ เป็นต้น

ตอนท้องกินอาหารตามใจปากจะเป็นไรไหม?

อาหารคนท้อง 1 เดือน ที่ควรหลีกเลี่ยง

หากคุณแม่ทราบแล้วว่า กำลังตั้งครรภ์ อาหารต่อไปนี้คือ สิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงในช่วงตั้งครรภ์ 1 เดือนครับ

1. ชีส

แม่ท้องอ่อน ควรหลีกเลี่ยงชีสเนื้อนุ่ม เนื่องจากชีสพวกนี้มักทำจากนมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ และสามารถเป็นพาหะของโรคอาหารเป็นพิษ และเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดแก๊สอีกด้วย

2. อาหารแปรรูป

ในช่วงเดือนแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ได้ปรุงสดใหม่และอาหารแปรรูป อาทิ น้ำผลไม้กล่อง นมข้น และอื่นๆ ที่อาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดโรค คุณแม่ท้องอาจเลือกรับประทาน น้ำผลไม้คั้นสด และสลัดผลไม้สดแทน โดยควรรับประทานภายใน 20 นาทีหลังจากทำเสร็จ

อาหารคนท้องอ่อน ช่วงเดือนที่ 2 ติดตามต่อหน้าถัดไป>>>

อาหารคนท้องอ่อน ช่วงเดือนที่ 2

ในช่วงเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจมีอาการแพ้ท้องและไม่อยากอาหาร แต่อย่างไรก็ดี คุณแม่ยังคงต้องรับกินอาหารที่มีประโยชน์ เพราะจะส่งผลต่อการพัฒนาประสาท สมอง และไขสันหลังของลูกน้อย

นอกจากนี้ระบบการไหลเวียนโลหิตและหัวใจ ก็มีการพัฒนาในช่วงนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์ อาหารแม่ท้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก และนี่คือข้อมูลที่คุณแม่ควรทราบเกี่ยวกับอาหารแม่ท้อง 2 เดือนครับ

อาหารคนท้อง ช่วงเดือนที่ 2 ที่ควรกิน

1. กรดโฟลิก

กรดโฟลิก หรือโฟเลต มีส่วนช่วยให้การพัฒนาของท่อระบบประสาทดำเนินไปอย่างปกติ หากแม่ท้องขาดโฟลิก ก็อาจทำให้ลูกน้อยมีความเสี่ยงต่อความพิการ จากความผิดปกติของท่อประสาท หรืออาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้

อาหารบางชนิด เช่น ผักโขม ธัญพืช ถั่ว ส้ม มันฝรั่ง บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ไข่ และผักใบเขียว มีกรดโฟลิกสูง แม่ท้องควรรับประทานกรดโฟลิกให้ได้ประมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวันในช่วงเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์นะครับ

2. อาหารที่มีแคลเซียม

กระดูกของลูกน้อยจะเริ่มสร้างในช่วงเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์ แม่ท้องจึงควรได้รับแคลเซียมประมาณ 1000 มิลลิกรรมทุกวัน โดยคุณแม่สามารถกินอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเช่น นม ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ และผักใบเขียว เป็นต้น หากแม่ท้องขาดแคลเซียม ร่างกายของคุณแม่ ก็จะดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกและฟันไปใช้ ทำให้กระดูกและฟันของแม่ท้องอ่อนแอและเปราะง่าย

3. โปรตีน

แม่ท้องควรบริโภคโปรตีนให้ได้ 75 – 100 กรัมต่อวัน โดยโปรตีน จะช่วยทำให้พัฒนาการของกล้ามเนื้อทารกในครรภ์เป็นไปอย่างปกติ ซึ่งโปรตีนนั้น สามารถหาได้จาก เนื้อสัตว์ นม ไข่ และปลา แต่ต้องแน่ใจว่าปลานั้นมีสารปรอทต่ำ

อาหารคนท้อง 2 เดือน ที่ควรหลีกเลี่ยง

แม่ท้องส่วนใหญ่อาจนึกแต่ว่าควรกินอะไรเพื่อบำรุงครรภ์ ให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี แต่อาจลืมนึกถึงอาหารบางชนิดที่ไม่ควรกินระหว่างตั้งครรภ์ เราได้รวบรวมอาหารที่แม่ท้อง 2 เดือนไม่ควรกินมาฝากกันครับ

1. ไข่ดิบ

ไข่ดิบ หรือไข่ที่ไม่สุกดี เป็นสิ่งที่แม่ท้องควรหลีกเลี่ยงในช่วงเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์ เพราะมันอาจทำให้คุณแม่มีความเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียซามอนเนลลา ที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งลูกน้อยและตัวคุณแม่ได้

2. นมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์

คุณแม่ท้องไม่ควรกินนมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ เพราะนมประเภทนี้จะมีเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งยังอาจมีเชื้อ ซามอนเนลลา รวมถึง เชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายอื่น ๆ

3. ปลาดิบ

ในช่วงนี้ไม่แนะนำให้แม่ท้องกินปลาดิบนะครับ เพราะอาหารดิบอาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคที่เป็นอันตราย รวมถึงอาหารทะเลปอกเปลือกที่ไม่ปรุงสุกก่อน เช่น หอย ปู กุ้งก้ามกราม และกุ้ง อย่างไรก็ตาม การรับประทานปลาสุกก็ควรเลือกปลาที่มีระดับสารปรอทต่ำ พยายามกินปลาขนาดเล็กมากกว่าปลาขนาดใหญ่ เพราะปลาขนาดใหญ่จะมีสารปรอทปนเปื้อนมากกว่า

Credit content: www.babygangz.com

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner