TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

คนท้องกินกระเจี๊ยบเขียวได้ไหม กินได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ยันคลอด

บทความ 5 นาที
คนท้องกินกระเจี๊ยบเขียวได้ไหม กินได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ยันคลอด

กระเจี๊ยบเขียว เป็นผักอีกหนึ่งชนิดที่ใครหลาย ๆ อาจจะยังไม่เคยรู้ว่ามีประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนท้อง แต่ที่เราอาจจะคุ้น ๆ ชื่อกันอยู่ก็มีแต่คำว่ากระเจี๊ยบที่มีสีแดง แต่แท้ที่จริงแล้วกระเจี๊ยบนั้นมีอยู่สองชนิด คือ กระเจี๊ยบแดงที่มักจะนำมาต้มเป็นน้ำกระเจี๊ยบ และกระเจี๊ยบเขียวที่เป็นผักที่อยากจะบอกว่ามีคุณค่าและประโยชน์มาก ๆ สำหรับแม่ท้อง แล้วกระเจี๊ยบเขียวสามารถทำเป็นอาหารอะไรได้บ้างที่คุณแม่กินแล้วจะไม่เกิดอาการเบื่อกระเจี๊ยบเขียว มาดูกันเลย

 

กระเจี๊ยบเขียว คืออะไร

กระเจี๊ยบเขียว คือ พืชล้มลุกที่นิยมนำฝักอ่อนมาลวกรับประทานเป็นผัก หรือจะนำเอาไปใช้ประกอบอาหารก็ได้เช่นกัน กระเจี๊ยบเขียวสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดีในอากาศที่มีความร้อนชื้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 0.5 – 2.4 เมตร ถ้าฝักอ่อนจะเป็นสีเขียว แต่ถ้าฝักแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ด้วยความที่ฝักอ่อนมีรสชาติหวานกรอบอร่อย จึงนิยมนำมารับประทานเป็นอาหาร ส่วนฝักแก่จะมีเนื้อเหนียว ไม่นิยมนำมารับประทาน

 

กระเจี๊ยบเขียว

สรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียว

1. ให้สารอาหารแก่ร่างกาย

กระเจี๊ยบเขียวนั้นให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก ๆ เมื่อทานทั้งส่วนของฝักและเม็ดพร้อมกัน ซึ่งจะดีต่อสุขภาพและยังได้รับพลังงานที่สูง เพราะได้มีการศึกษาว่าฝักและเมล็ดแห้ง อย่างละ 100 กรัม สามารถให้พลังงานได้สูงถึง 33 กิโลแคลอรี และยังมีสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดต โดยเฉพาะวิตามิน เอ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ที่สูงเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา ประสาทและสมองให้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมีแคลเซียมที่จะช่วยเสริมในเรื่องของการสร้างกระดูกให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

2. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน

กระเจี๊ยบเขียวในฝักและเมล็ดของกระเจี๊ยบเขียวนั้นมีเส้นใยรวมกันสูงถึง 22 % ซึ่งด้วยคุณสมบัติของเส้นใยที่จะช่วยในเรื่องของการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้มีความคงที่ได้ และยังสามารถรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี แล้วยังช่วยในเรื่องของการยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลและช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ดี ดังนั้นกระเจี๊ยบเขียวจึงเป็นผักที่เหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานนั้นเอง

3. ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

การรับประทานกระเจี๊ยบเขียวดีต่อกระเพาะอาหารและลำไส้เป็นอย่างมาก เนื่องจากกระเจี๊ยบเขียวนั้นมีสารที่เป็นเมือกจำพวกเพกทิน และกัม ที่สามารถช่วยในเรื่องของการเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้เป็นอย่างดี และยังสามารถช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

บทความที่น่าสนใจ : คนท้องกินผักอบกรอบได้ไหม มีประโยชน์เท่าผักสดหรือไม่ ?

 

ประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียวต่อคนท้อง

  • ในกระเจี๊ยบเขียวนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกายคนท้อง ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน โฟเลต แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี
  • กระเจี๊ยบเขียวนั้นมีโฟเลตสูง การรับประทานกระเจี๊ยบเขียวเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงสมอง และช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์ โดยฝักแห้ง 40 ฝักจะเทียบเท่ากับปริมาณที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน
  • แคลเซียมในกระเจี๊ยบเขียวจะช่วยในเรื่องของการบำรุงกระดูก และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ไม่ให้เป็นรอยแผลเป็น และยังช่วยทำให้หน้าท้องไม่ลายง่าย แถมยังทำให้ผิวพรรณผุดผ่องอีกด้วย
  • ในกระเจี๊ยบเขียวมีเพคตินสูงมาก ซึ่งจะช่วยในเรื่องสมานแผลภายในของคุณแม่หลังการคลอดบุตรได้เป็นอย่างดี
  • เมือกในกระเจี๊ยบเขียวนั้นเป็นสารในกลุ่ม polysaccharide ซึ่งจะช่วยทำให้อุจจาระมีความอ่อนตัว นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารที่จะช่วยในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องของระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี และมีระบบดูดซึมสารอาหาร ช่วยลดความเสี่ยงโรคแผลในกระเพาะอาหารอีกด้วย
  • กระเจี๊ยบเขียวสามารถช่วยลดน้ำตาลและไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี และกระเจี๊ยบเขียวยังได้ถูกจัดเป็นผักสุขภาพสำหรับแม่ท้องที่มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานอีกด้วย
  • กระเจี๊ยบเขียวสามารถช่วยในเรื่องของการลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดี และสามารถช่วยบรรเทาอาการหวัด รักษาหวัดได้อีกด้วย

 

กระเจี๊ยบเขียว

 

กระเจี๊ยบเขียว สามารถทำเมนูอาหารอะไรได้บ้าง

คุณแม่บางคนอาจจะรับประทานกระเจี๊ยบเขียวไม่เป็น แต่สามารถนำฝักอ่อนหรือผลอ่อนมาทำเป็นอาหารได้หลายประเภท ไม่ว่าจะต้มให้สุกเป็นผักจิ้มรับประทาน หรือนำมาเป็นวัตถุดิบทำแกงต่าง ๆ เช่นใส่ลงในแกงส้ม แกงเลียง แกงจืด หรือทำเป็นเมนูผัดผัก เช่น กระเจี๊ยบผัดขิงอ่อน ผัดเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว หรือนำมาทำเป็นยำ สลัด ผักทอด หรือซุปก็ได้ นอกจากนี้ยังทำเป็นเครื่องดื่ม เช่น ชากระเจี๊ยบเขียว เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณแม่ที่อาจไม่เคยทานได้ลองทานกระเจี๊ยบเขียวได้ง่ายขึ้น

1. กระเจี๊ยบเขียวผัดไข่

 

 

วัตถุดิบ

  • กระเจี๊ยบเขียว
  • กระเทียม
  • ไข่ 3 ฟอง
  • ซอสหอย
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาล
  • น้ำมันพืช

ขั้นตอนการทำ

  • ขั้นตอนแรก : ให้นำกระเจี๊ยบมาล้างทำความสะอาด จากนั้นให้นำมาหั่นให้เป็นชิ้น ๆ แล้วใส่ถ้วยนำไปพักไว้ก่อน
  • ขั้นตอนที่สอง : ให้นำกระเทียมมาโขลกให้ละเอียด แล้วนำไปพักไว้ก่อน
  • ขั้นตอนที่สาม : ให้ตั้งกระทะแล้วเทน้ำมันลงไป แล้วรอให้กระทะร้อน แล้วให้นำไข่มาผัดในกระทะให้สุกดี แล้วใส่น้ำมันเพิ่มลงไปนิดหน่อย แล้วผัดน้ำมันให้เข้ากับไข่ใให้เข้ากันได้เลย
  • ขั้นตอนที่สี่ : ให้นำกระเทียมที่ได้โขลกเตรียมไว้ มาใส่ในกระทะแล้วทำการผัดให้เข้ากันกับไข่ได้เลย
  • ขั้นตอนที่ห้า : ให้นำกระเจี๊ยบเขียวที่ได้หั่นเตรียมไว้มาผัดรวมให้เข้ากับไข่ในกระทะ
  • ขั้นตอนที่หก : จากนั้นให้ใส่ซอสหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ใส่ลงไปในกระทะแล้วทำการใช้ไฟแรง จากนั้นให้ทำการผัดทุกอย่างให้เข้ากันเป็นอย่างดีได้เลย
  • ขั้นตอนที่เจ็ด : เมื่อผัดกันจนเข้ากันดีแล้ว ให้นำมาจัดใส่จานพร้อมรับประทานได้เลย

บทความที่น่าสนใจ : เมนูต้นอ่อนทานตะวัน ทำง่ายหลายเมนู ประโยชน์เยอะ เด็กทานได้ ดีต่อสุขภาพ

 

ข้อควรระวังในการรับประทานกระเจี๊ยบเขียว

แม้ว่ากระเจี๊ยบเขียวนั้นจะมีสารอาหารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่รับประทานมากจนเกินไปได้ ดังนั้นควรรับประทานกระเจี๊ยบเขียวอย่างระมัดระวังและพอดี โดยเฉพาะการรับประทานกระเจี๊ยบเขียวแบบสด ๆ เพราะกระเจี๊ยบเขียวนั้นมีกลิ่นที่เหม็นเขียวและอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เมื่อรับประทานสด ๆ เช่น อาการเบื่อเมา ดังนั้น คุณควรที่จะต้มหรือลวกกระเจี๊ยบเขียวให้สุกจัดก่อนบริโภคเสียก่อน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้

 

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

คนท้องกินเผ็ด กินแซ่บ รสจัด ทำให้ลูกออกมาหัวล้านผมบาง จริงหรือ?

ท้องทั้งทีขอสวย เพ้นท์ท้องป่องๆ ให้กลายเป็นลายสวยๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตคนท้อง

คนท้องกินมะม่วงสุก จะเป็นอะไรไหม หวานปากอยากกินไม่ไหวแล้ว

ที่มา : sgethai , puechkaset , pobpad

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

Napatsakorn .R

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • คนท้องกินกระเจี๊ยบเขียวได้ไหม กินได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ยันคลอด
แชร์ :
  • วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง ฉีดตอนกี่เดือน อัปเดตล่าสุด 2569

    วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง ฉีดตอนกี่เดือน อัปเดตล่าสุด 2569

  • มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

    มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

  • เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

    เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

  • วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง ฉีดตอนกี่เดือน อัปเดตล่าสุด 2569

    วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง ฉีดตอนกี่เดือน อัปเดตล่าสุด 2569

  • มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

    มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) คืออะไร? ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?

  • เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

    เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว