ลูกบ้านไหนมีอาการแบบนี้บ้างคะ? เห็นน้ำแข็งทีไร มักจะวิ่งเข้ามาขอ หรือบางครั้งก็แอบหยิบน้ำแข็งมาเคี้ยวเล่นอย่างเอร็ดอร่อย หาก ลูกชอบกินน้ำแข็ง เป็นบางครั้งเวลาที่อากาศร้อนจัดก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ถ้าลูกมีอาการติดน้ำแข็ง เจอวางทิ้งไว้ไม่ได้ ต้องขอกินตลอดเวลา อาการแบบนี้อาจไม่ใช่แค่ความชอบส่วนตัวหรือพฤติกรรมคลายร้อนธรรมดาๆ แล้วนะคะ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าลูกกำลังเผชิญกับภาวะ “ขาดธาตุเหล็ก” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าโรคโลหิตจางนั่นเองค่ะ
เราพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจกับพฤติกรรมการกินของแปลก หรือภาวะ Pica พร้อมเจาะลึกว่าทำไมการที่ลูกชอบกินน้ำแข็งถึงเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ เพื่อให้เราดูแลลูกรักได้อย่างถูกต้องและทันท่วงทีค่ะ
ภาวะ Pica (ไพก้า) หรือพฤติกรรมกินของแปลก คืออะไร?
ก่อนจะเจาะลึกเรื่องน้ำแข็ง เรามาทำความรู้จักกับกลุ่มอาการหลักกันก่อนค่ะ อาการที่เด็กชอบกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหารนั้น ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะ Pica (ไพก้า) ซึ่งเป็นความผิดปกติของการกินรูปแบบหนึ่ง โดยคำว่า Pica นี้ มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินคือคำว่า “pica-pica” ซึ่งแปลว่า นกแม็กพาย (Magpie) นกชนิดนี้มีพฤติกรรมทางธรรมชาติคือมักจะจิกกินของทุกอย่างไม่เลือกนั่นเองค่ะ
สำหรับเด็กที่มีภาวะนี้ จะมีความอยากและกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหารอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป สิ่งที่เด็กๆ มักจะหยิบเข้าปากมีตั้งแต่ของใกล้ตัวอย่าง ดิน ทราย กระดาษ เส้นผม ยางลบ สีที่ลอกหลุดจากผนัง ไปจนถึงการเคี้ยวน้ำแข็งเปล่าๆ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมนี้จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นความผิดปกติก็ต่อเมื่อเด็กมีอายุเกิน 2 ขวบขึ้นไปแล้ว เนื่องจากเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ การหยิบจับสิ่งของเข้าปากยังถือเป็นพฤติกรรมปกติที่เกิดขึ้นได้ตามพัฒนาการตามช่วงวัย ที่เขายังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดทานได้หรือสิ่งใดทานไม่ได้ค่ะ และมักไม่มีอันตรายรุนแรงหากสิ่งที่เด็กเอาเข้าปากไม่ใช่สารพิษ สารตกค้าง ของมีคม หรือชิ้นส่วนโลหะค่ะ
ทำไม ลูกชอบกินน้ำแข็ง จึงเป็นสัญญาณของการขาดธาตุเหล็ก?
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วการที่ ลูกชอบกินน้ำแข็ง หรือที่เรียกว่าภาวะ Pacophagia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาการ Pica นั้น ไปเกี่ยวข้องกันได้อย่างไรกับโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก? ข้อมูลจาก อ.นพ.สัณฑ์ ม่วงน้อยเจริญ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า การเคี้ยวน้ำแข็งไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคโลหิตจางแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กต่างหาก ที่มักจะมีอาการชอบเคี้ยวน้ำแข็งมากกว่าคนปกติ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยในกลุ่มคนไข้โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจำนวน 81 คน พบว่ามีถึง 13 คน (หรือคิดเป็น 16%) ที่มีพฤติกรรมชอบเคี้ยวน้ำแข็งอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อได้รับการรักษาโดยการเสริมธาตุเหล็กจนระดับเลือดกลับมาปกติ อาการติดน้ำแข็งก็หายตามไปด้วยค่ะ

สาเหตุอื่นที่ทำให้เด็กเกิดพฤติกรรม Pica และสถิติที่น่าสนใจ
นอกจากเรื่องของโภชนาการอย่างภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (เลือดซีด) หรือการขาดแร่ธาตุสังกะสีแล้ว ภาวะ Pica ยังสามารถเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นๆ ได้อีกด้วยค่ะ ภาวะนี้สามารถพบได้ทั้งในเด็กที่มีพัฒนาการปกติและเด็กที่มีความผิดปกติ โดยพฤติกรรมดังกล่าวมักจะมีความสัมพันธ์กับเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้า สติปัญญาบกพร่อง เด็กออทิสติก รวมถึงเด็กที่มีโรคย้ำคิดย้ำทำ ยิ่งไปกว่านั้น ภาวะความเครียดของเด็กก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม Pica ได้เช่นกันค่ะ
แม้ว่าเราอาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อภาวะนี้บ่อยนัก แต่จากรายงานการเก็บข้อมูลในประเทศเยอรมันเมื่อปี 2018 พบว่ามีเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาเกิดภาวะนี้สูงถึง 12.3% เลยทีเดียว และมีรายงานเก่าในปี 1986 ที่พบภาวะนี้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะสติปัญญาบกพร่องประมาณ 10%
สัญญาณเตือนโรคโลหิตจางที่พ่อแม่ต้องหมั่นสังเกต
ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้ว่า โรคโลหิตจางเกิดจากการที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ำกว่าระดับปกติ ซึ่งสาเหตุก็มีหลากหลาย ทั้งการขาดธาตุเหล็ก ขาดวิตามินบี ขาดกรดโฟลิก การสูญเสียเลือดช่วงมีประจำเดือน รวมถึงโรคติดต่อทางพันธุกรรมอย่างโรคธาลัสซีเมีย หรือในกรณีที่พบได้น้อยมากก็อาจเกิดจากภาวะไขกระดูกฝ่อ หรือโรคมะเร็งในไขกระดูกและเม็ดเลือด หากคุณพ่อคุณแม่พบว่า ลูกชอบกินน้ำแข็ง ร่วมกับมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะ
- เด็กมีภาวะอ่อนเพลียง่ายกว่าปกติ
- มีอาการเหนื่อยหอบ หน้ามืด หรือเป็นลมเวลาที่มีการเปลี่ยนท่าทางหรือลุกนั่ง
- มีพัฒนาการด้านร่างกายที่โตช้า ตัวเล็ก หรือแคระแกร็น
- ในเด็กผู้หญิงที่เริ่มโตเป็นสาว หากมีประจำเดือนออกมามากผิดปกติ ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงของภาวะโลหิตจางเช่นกัน
อันตรายแทรกซ้อนที่แฝงมากับการกินของแปลก
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับภาวะ Pica ไม่ใช่แค่พฤติกรรมการกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหารเท่านั้น แต่คือ “ภาวะแทรกซ้อน” ที่อาจรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ
- การติดเชื้อและปรสิต: หากลูกกินดิน ทราย หรือของสกปรก เสี่ยงต่อการได้รับพยาธิตัวกลม พยาธิไส้เดือน และการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
- ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร: การกลืนของที่ย่อยไม่ได้ เช่น เส้นผม หรือพลาสติก อาจส่งผลให้เกิดภาวะลำไส้อุดตัน หรือถึงขั้นลำไส้ทะลุได้
- สารพิษตกค้างในร่างกาย: การกินเศษสีที่ลอกหลุดจากผนัง เสี่ยงต่อภาวะพิษจากสารตะกั่ว ซึ่งจะเข้าไปทำลายระบบประสาท ส่งผลเสียต่อพัฒนาการ และอาจนำไปสู่ปัญหาโรคสมาธิสั้นได้
- ปัญหาช่องปากและฟัน: หาก ลูกชอบกินน้ำแข็ง หรือชอบเคี้ยวของแข็งๆ เป็นประจำ จะทำให้ฟันบิ่น แตกหัก หรือเกิดภาวะเหงือกอักเสบได้

แนวทางการรับมือและรักษาเมื่อ ลูกชอบกินน้ำแข็ง หรือมีภาวะ Pica
หากสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจไปนะคะ สิ่งแรกที่ควรทำคือการพาลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่ถูกต้องค่ะ โดยแนวทางการรักษามักจะทำควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม ดังนี้ค่ะ:
-
ตรวจหาสาเหตุทางร่างกายและโภชนาการ
แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อหาว่าลูกมีภาวะขาดธาตุเหล็ก หรือสังกะสีหรือไม่ หากพบแพทย์จะจ่ายยาทานเสริม ซึ่งมักจะทำให้อาการ Pica หายไปได้อย่างรวดเร็ว หรือหากเป็นโรคโลหิตจางจากสาเหตุอื่น เช่น ธาลัสซีเมีย ก็อาจต้องใช้วิธีให้เลือดทดแทน
เก็บของอันตราย สารเคมี และสิ่งของกระตุ้นต่างๆ ให้พ้นมือเด็ก เพื่อตัดโอกาสไม่ให้เด็กแอบหยิบมารับประทานได้
พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการรับประทานอาหาร และหมั่นจัดเตรียมอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กให้ลูกอย่างเพียงพอ เช่น ตับ เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์สีแดง และไข่แดง
-
ปรับพฤติกรรมด้วยความเข้าใจ
หากสาเหตุมาจากความเครียด ภาวะพัฒนาการล่าช้า หรือออทิสติก การทำพฤติกรรมบำบัด การเบี่ยงเบนความสนใจ และการดูแลจิตใจเด็กอย่างใกล้ชิดจะมีความสำคัญมาก พ่อแม่ควรเลี้ยงดูลูกด้วยความรักและเอาใจใส่เพื่อลดความเครียดของเด็ก
-
งดเว้นการดุด่าหรือลงโทษรุนแรง
การแก้ปัญหา Pica ไม่ใช่การห้ามหรือดุ การตีหรือดุด่ารุนแรงจะยิ่งเพิ่มความเครียดให้ลูก ควรใช้วิธีเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากเห็นลูกกำลังจะนำสิ่งที่ไม่ใช่อาหารเข้าปาก ให้รีบหยุดพฤติกรรมนั้นแล้วเบี่ยงเบนความสนใจไปทำกิจกรรมอื่นแทน และหากลูกสามารถทำพฤติกรรมที่เหมาะสมได้ ก็ควรให้คำชมหรือรางวัลเพื่อเป็นแรงเสริมเชิงบวก
พฤติกรรม ลูกชอบกินน้ำแข็ง หรือชอบนำสิ่งแปลกๆ เข้าปาก อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะปล่อยผ่านได้อีกต่อไป เพราะนี่อาจเป็นเสียงกระซิบเตือนจากร่างกายว่าเขากำลังต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะ Pica เป็นสิ่งที่จัดการและป้องกันได้ตั้งแต่เบื้องต้น เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่หมั่นสังเกต จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ดูแลโภชนาการให้ครบถ้วน และมอบความรักความอบอุ่นอย่างเต็มที่ เพียงเท่านี้ลูกรักของเราก็จะมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เติบโตสมวัยอย่างมีความสุขแล้วล่ะค่ะ
ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.วรรัตน์ โกวิทจินดาชัย
กุมารแพทย์ โรงพยาบาลวิมุต

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ลูกกินแต่นม ไม่ยอมกินข้าว แม่แชร์อุทาหรณ์ อยู่ๆ ลูกก็เดินไม่ได้
ยาเสริมธาตุเหล็กทารก กินตอนไหน? อย่าปล่อยให้ลูกซีด ขาดธาตุเหล็ก เสียงไอคิวต่ำ
แม่แชร์ประสบการณ์ ลูกขาดธาตุเหล็ก ทั้งที่กินครบ 5 หมู่! หมอแนะปรับตารางการกินด่วน!
ที่มา :
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!