TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

บทความ 5 นาที
4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

เช็กด่วน! 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวลในเด็ก 1-5 ปี ซึ่งเด็กไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับภัยเงียบที่แฝงมากับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน

ในยุคสมัยที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว หลายครั้งที่เราเผลอใช้ “ความสะดวก” เข้าแลกกับสุขภาพระยะยาวของลูกน้อย ล่าสุดเพจ Infectious ง่ายนิดเดียว ได้ออกมาสรุปถึง สิ่งที่หมอเด็กกังวลในเด็ก 1-5 ปี ซึ่งเด็กไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับภัยเงียบที่แฝงมากับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หากปล่อยไว้ไม่แก้ไขตั้งแต่วันนี้ อาจส่งผลเสียที่รุนแรงจนคาดไม่ถึง ดังนี้

วันนี้ theAsianparent จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปเจาะลึก 4 ประเด็นหลักที่กุมารแพทย์เป็นห่วง พร้อมแนวทางแก้ไขที่คุณแม่ทำตามได้ทันทีค่ะ

1. ฟันผุ

หนึ่งใน สิ่งที่หมอเด็กกังวลในเด็ก 1-5 ปี มากที่สุดคือ “ภาวะฟันผุจากการติดขวดนม” หลายครอบครัวยังมีความเชื่อว่าฟันน้ำนมผุไม่เป็นไร เดี๋ยวฟันแท้ก็ขึ้น แต่ในความเป็นจริง ฟันน้ำนมคือรากฐานสำคัญของช่องปาก

ทำไมต้องเลิกขวดนมหลัง 18 เดือน?

เด็กควรเลิกดูดขวดนมตั้งแต่อายุ 1 ปี หรืออย่างช้าที่สุดไม่ควรเกิน 18 เดือน (1 ปีครึ่ง) เพราะการคาบขวดนมค้างไว้ในปาก โดยเฉพาะนมที่มีน้ำตาลหรือแลคโตส จะทำให้เชื้อแบคทีเรียผลิตกรดออกมาย่อยสลายสารเคลือบฟันตลอดเวลา

ผลเสียที่รุนแรงกว่าแค่ “ปวดฟัน”

  • การติดเชื้อลุกลาม: ฟันที่ผุจนถึงประสาทฟันอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค นำไปสู่ภาวะไซนัสอักเสบ
  • อันตรายถึงชีวิต: ข้อมูลที่น่าตกใจคือ ในเด็กที่มีภาวะ “หัวใจรั่ว” หรือโรคหัวใจแต่กำเนิด เชื้อแบคทีเรียจากฟันผุสามารถหลุดเข้าสู่กระแสเลือดและไปเกาะที่ลิ้นหัวใจ ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ และลุกลามไปจนเกิดหนองในสมองได้

วิธีแก้ไข

เริ่มฝึกให้ลูกจิบน้ำจากแก้วตั้งแต่อายุ 6 เดือน และเปลี่ยนมาใช้แก้วหัดดื่มแทนขวดนมอย่างจริงจังเมื่ออายุครบ 1 ปี

สิ่งที่หมอเด็กกังวลในเด็ก 1-5 ปี ฟันผุ

2. กินแต่นม ไม่กินข้าว

พฤติกรรม “ลูกกินแต่นม ไม่กินข้าว” เป็นอีกหนึ่ง สิ่งที่หมอเด็กกังวลในเด็ก 1-5 ปี อย่างมาก พ่อแม่หลายคนดีใจที่เห็นลูกดื่มนมวันละหลายๆ กล่อง เพราะคิดว่าจะช่วยให้ตัวสูง แต่การดื่มนมมากเกินไป (มากกว่า 3 กล่อง หรือ 24 ออนซ์ต่อวัน) ในวัยที่ควรทานข้าวเป็นมื้อหลัก กลับส่งผลเสียอย่างรุนแรง

ภาวะขาดธาตุเหล็กและวิตามินซี

นมวัวมีธาตุเหล็กต่ำมาก และหากลูกอิ่มนมจนไม่ยอมทานเนื้อสัตว์หรือผักใบเขียว จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ นอกจากนี้ หากขาดวิตามินซีร่วมด้วย จะทำให้เส้นเลือดฝอยไม่แข็งแรง เลือดออกตามไรฟันง่าย และในเคสที่รุนแรง เด็กอาจมีอาการปวดกระดูกจนเดินไม่ได้

ปัญหาท้องผูกเรื้อรัง

นมไม่มีกากใย (Fiber) เมื่อเด็กกินแต่นมโดยไม่ทานผักผลไม้ อุจจาระจะแข็งและขับถ่ายลำบาก กลายเป็นวงจรที่ทำให้เด็กกลัวการขับถ่ายและเบื่ออาหารมากขึ้น

วิธีแก้ไข

ปรับสัดส่วนอาหารให้ “ข้าว 3 มื้อ” เป็นหลัก และให้นมเป็นเพียงอาหารเสริมวันละ 2-3 แก้วหลังมื้ออาหารเท่านั้น

 

3. โรคอ้วนในเด็ก

ในอดีตเราอาจมองว่าเด็กจ้ำม่ำดูน่ารัก แต่ในปีนี้ สิ่งที่หมอเด็กกังวลในเด็ก 1-5 ปี คือโรคอ้วน

ภัยเงียบที่มากับความอ้วน

  • ระบบทางเดินหายใจ: เด็กอ้วนร้อยละ 50 มักมีอาการนอนกรน และที่อันตรายที่สุดคือ “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” ซึ่งทำให้สมองขาดออกซิเจนในขณะพักผ่อน
  • เบาหวานและตับอักเสบ: ปัจจุบันพบเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการกินหวาน และที่น่ากลัวคือภาวะ “ไขมันพอกตับ” ในเด็กเล็ก ซึ่งอาจนำไปสู่ตับแข็งได้ในอนาคต

วิธีแก้ไข

งดน้ำหวาน ขนมกรุบกรอบ และส่งเสริมให้ลูกได้วิ่งเล่นออกแรงอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน เพื่อเผาผลาญพลังงาน

 

4. ติดจอ มือถือ ไอแพด

สุดท้ายที่เป็นประเด็นร้อนคือ การติดหน้าจอ มือถือ ไอแพด และเกม ซึ่งเป็น สิ่งที่หมอเด็กกังวลในเด็กยุคปัจจุบัน เพราะช่วงวัยนี้สมองต้องการการกระตุ้นผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ใช่แค่เพียงการจ้องมองภาพเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว

ผลกระทบต่อสมองและอารมณ์

การให้ลูกอยู่กับหน้าจอนานเกินไป ส่งผลให้เกิดภาวะ “สมาธิสั้นเทียม” ลูกจะรอคอยไม่เป็น หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห และที่สำคัญคือขาดทักษะทางสังคม เพราะไม่ได้สื่อสารกับมนุษย์จริงๆ นอกจากนี้ แสงสีฟ้ายังรบกวนการนอนหลับ ทำให้โกรธฮอร์โมน (Growth Hormone) หลั่งไม่เต็มที่

วิธีแก้ไข

ต่ำกว่า 2 ขวบ “งดหน้าจอเด็ดขาด” ส่วนอายุ 2-5 ปี ไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน และพ่อแม่ต้องร่วมนั่งดูด้วยเพื่อชวนพูดคุย

สิ่งที่หมอเด็กกังวลในเด็ก 1-5 ปี เด็กติดจอ มือถือ ไอแพด

สรุปแนวทางที่คุณแม่ควรทำ

จากข้อมูลทั้งหมดข้างต้น สิ่งที่หมอเด็กกังวล ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเลยค่ะ การป้องกันทำได้ง่ายกว่าการรักษาเสมอ เริ่มต้นจากการปรับตารางชีวิตของลูกดังนี้

  1. แปรงฟัน ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1000 ppm วันละ 2 ครั้ง
  2. ฝึกกิน อาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และจำกัดปริมาณนม
  3. ขยับตัว พาลูกออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ลดการอยู่กับที่
  4. ตัดจอ เปลี่ยนเวลาหน้าจอมาเป็นเวลาคุณภาพ (Quality Time) ร่วมกับคนในครอบครัว

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นลูกมีอาการฟันดำ ปวดขาซีดผิดปกติ นอนกรน หรืออารมณ์รุนแรงเมื่อไม่ได้เล่นมือถือ แนะนำให้รีบปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและแก้ไขอย่างถูกวิธีนะคะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บทความจากพันธมิตร
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

ลูกกินแต่นม ไม่ยอมกินข้าว แม่แชร์อุทาหรณ์ อยู่ๆ ลูกก็เดินไม่ได้

ลูกนอนกรน อาจไม่ใช่เรื่องที่สามารถนิ่งนอนใจ

พัฒนาการเด็ก Gen Alpha – Beta เสี่ยงล่าช้า พ่วงภาวะ “ออทิสติกเทียม” เพราะหน้าจอทำพิษ

 

ที่มา: Infectious ง่ายนิดเดียว,  คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล , คู่สำนักทันตสาธารณสุข , Hfocus , ปฐมวัยไทยแลนด์

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • /
  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข
แชร์ :
  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

  • ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
    บทความจากพันธมิตร

    ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช

  • หนูน้อยหัวใจแกร่ง วัย 6 ขวบ สู้มะเร็งนาน 3 ปี จนหายขาด กลับเข้าโรงเรียนท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง

    หนูน้อยหัวใจแกร่ง วัย 6 ขวบ สู้มะเร็งนาน 3 ปี จนหายขาด กลับเข้าโรงเรียนท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

  • ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
    บทความจากพันธมิตร

    ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช

  • หนูน้อยหัวใจแกร่ง วัย 6 ขวบ สู้มะเร็งนาน 3 ปี จนหายขาด กลับเข้าโรงเรียนท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง

    หนูน้อยหัวใจแกร่ง วัย 6 ขวบ สู้มะเร็งนาน 3 ปี จนหายขาด กลับเข้าโรงเรียนท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว