TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

วิจัยชี้! ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง และพัฒนาการลูกน้อย รีบป้องกันก่อนสาย!

บทความ 5 นาที
วิจัยชี้! ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง และพัฒนาการลูกน้อย  รีบป้องกันก่อนสาย!

ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง และขัดขวางพัฒนาการเด็กอย่างไร พร้อม 9 วิธีปกป้องลูกรักจากสารพิษและอนุภาคจิ๋วในของใช้ใกล้ตัวที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าในแต่ละวัน ลูกรักของเราอาจกำลังรับประทาน หายใจ และสัมผัสกับอนุภาคพลาสติกขนาดจิ๋วโดยที่เราไม่รู้ตัว? ล่าสุดมีงานวิจัยที่น่ากังวลพบว่า ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง ของเด็กได้โดยตรง เนื่องจากอนุภาคเหล่านี้สามารถทะลุผ่านแนวกั้นสมอง ก่อให้เกิดการอักเสบและขัดขวางฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ส่งผลให้เด็กเสี่ยงต่อภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และปัญหาด้านพฤติกรรมในระยะยาว

ในยุคที่ความสะดวกสบายมักมาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์พลาสติก “ไมโครพลาสติก” (Microplastics) ได้กลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมอยู่ทุกที่ ตั้งแต่อากาศที่เราหายใจ อาหารที่กิน ไปจนถึงของเล่นชิ้นโปรดของลูก วันนี้ theAsianparent จะพาไปเจาะลึกข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่า ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง และร่างกายของลูกได้อย่างไร พร้อมคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อปกป้องสุขภาพของลูกรักค่ะ

ไมโครพลาสติกคืออะไร? และเข้าสู่ร่างกายลูกได้อย่างไร?

ไมโครพลาสติก คือชิ้นส่วนพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร (บางชนิดเล็กระดับ “นาโนพลาสติก” ที่ตามองไม่เห็น) เกิดจากการแตกตัวของพลาสติกชิ้นใหญ่ หรือหลุดลอกออกมาจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การซักเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ การชงนมในขวดพลาสติก หรือแม้แต่ฝุ่นละอองในบ้าน

เด็กเล็กและทารกมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า เพราะลูกวัยนี้มักเรียนรู้โลกด้วยการ “นำสิ่งของเข้าปาก” ประกอบกับระบบภูมิคุ้มกันและกลไกการขับสารพิษในตับและไตยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ร่างกายเด็กมีข้อจำกัดในการกำจัดสารเคมีเหล่านี้ออกไป

อันตรายเมื่อ “ไมโครพลาสติก” บุกรุกและทำร้ายสมองลูกน้อย

งานวิจัยยืนยันว่า ไมโครพลาสติกและสารเคมีอันตรายกลุ่ม PFAS (Forever Chemicals) สามารถเจาะทะลุ “แนวกั้นระหว่างเลือดและสมอง” เข้าไปสะสมในเนื้อเยื่อสมองได้ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง ของลูกน้อยได้อย่างน่ากลัว:

  1. นำพาศัตรูเข้าสู่สมอง: ไมโครพลาสติกทำหน้าที่ดูดซับและนำพาสารเคมีอันตรายอื่นๆ เช่น สารพทาเลท (Phthalates) และบิสฟีนอล (Bisphenols) เข้าสู่เซลล์สมองและระบบประสาทโดยตรง
  2. ขัดขวางฮอร์โมนการเจริญเติบโต: สารเคมีที่มากับพลาสติกจะรบกวนระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และเด็กปฐมวัย
  3. กระตุ้นสมองอักเสบและปัญหาพฤติกรรม: เมื่อพลาสติกเข้าสู่สมอง จะกระตุ้นให้เกิด “ความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน” และการอักเสบของระบบประสาท รบกวนสารสื่อประสาทอย่างโดปามีนและเซโรโทนิน เพิ่มความเสี่ยงของ โรคสมาธิสั้น (ADHD) ปัญหาความจำ และความวิตกกังวล
  4. สมองเด็กกลายเป็นแหล่งสะสม: งานวิจัยพบว่าเนื้อเยื่อสมองมีปริมาณไมโครพลาสติกสะสมสูงกว่าอวัยวะอื่นถึง 30 เท่า! เนื่องจากสมองมีกลไกขับถ่ายของเสียประเภทนี้น้อยกว่า

ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง

 

9 วิธีปกป้องลูกน้อย ไม่ให้ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง

แม้เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 100% แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีดังนี้

หมวดการกินและการป้อนนม

1. เลี่ยงการให้พลาสติกโดนความร้อนจัด

ความร้อนคือตัวการสำคัญที่ทำให้พลาสติกปล่อยสารเคมีและไมโครพลาสติกออกมา ห้ามนำขวดนม ถ้วยหัดดื่ม หรือภาชนะพลาสติกไปเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด แนะนำให้อุ่นอาหารในภาชนะแก้วหรือเซรามิกก่อน

2. เลือกใช้ขวดนมแก้ว หรือสแตนเลส

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าขวดนมวัสดุเหล่านี้ปลอดภัยที่สุด เพราะจะไม่ปล่อยพลาสติกจิ๋วออกมาเมื่อถูกความร้อนจากการชงนมหรือการนึ่งฆ่าเชื้อ

3. เลือกขวดนมที่ปลอดสารอันตราย

หากใช้ขวดพลาสติก ควรเลือกขวดนมประเภท PPSU หรือ PP ที่ทนความร้อนได้สูง และ เลือกที่ปลอดสารพทาเลท (Phthalates) และไม่มีสาร BPA

หมวดของเล่นและการพักผ่อน

4. เลือกของเล่นจากวัสดุธรรมชาติ

พยายามเลือกของเล่นที่ทำจากไม้ ผ้าฝ้าย หรือซิลิโคน หากซื้อของเล่นพลาสติกมาใหม่และมีกลิ่นเหม็นสารเคมี ให้นำไปตากลมระบายอากาศจนกว่ากลิ่นจะหายไปก่อนนำมาให้ลูกเล่น และควรเก็บของเล่นพลาสติกให้พ้นจากแสงแดดและความร้อน

5. จัดการกับตุ๊กตาผ้าขนฟู

ตุ๊กตาขนฟูนุ่มนิ่มมักทำจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ซึ่งหลุดร่วงเป็นไมโครพลาสติกได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่ควรจำกัดเวลาเล่นตุ๊กตาเหล่านี้ หรือจัดโซนเล่นเฉพาะ เพื่อไม่ให้เส้นใยฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านเรือนและที่นอน

ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง

 

หมวดเสื้อผ้าและเครื่องนอน

6. ใส่ใจป้ายเสื้อผ้า เลือกใยธรรมชาติ

 เสื้อผ้าเด็กและผ้าห่มที่มีส่วนผสมของโพลีเอสเตอร์คือแหล่งกำเนิดไมโครพลาสติกชั้นดี ลองหันมาเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย (Cotton) เส้นใยไผ่ ลินิน หรือไหม ซึ่งนอกจากจะลดพลาสติกแล้ว ยังระบายอากาศได้ดี เหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราด้วยค่ะ

7. ลดความถี่ในการซักผ้า (ถ้าทำได้)

การซักผ้าใยสังเคราะห์ด้วยเครื่องซักผ้าแต่ละครั้งจะปล่อยไมโครพลาสติกออกมาสู่ระบบน้ำมากมาย การตากผ้าด้วยแสงแดดธรรมชาติแทนการใช้เครื่องอบผ้าก็ช่วยลดการหลุดร่วงของอนุภาคเหล่านี้ได้เช่นกัน

หมวดการทำความสะอาดบ้าน

8. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ (HEPA Filter)

ฝุ่นละอองใต้เตียงและที่ลอยอยู่ในบ้านมีไมโครพลาสติกปะปนอยู่มหาศาล การใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA จะช่วยดักจับอนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้ได้ ซึ่งดีต่อปอดที่กำลังพัฒนาของเด็กๆ (และยังช่วยรับมือกับ PM2.5 ได้ด้วย!)

9. ดูดฝุ่นและถูบ้านเป็นประจำ

รักษาความสะอาดบ้านเพื่อลดการสะสมของฝุ่น และในขณะที่กำลังทำความสะอาด ควรให้ลูกรักไปเล่นในห้องอื่นก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสูดดมฝุ่นพลาสติกที่ฟุ้งกระจายขึ้นมาชั่วคราว

 

สรุปแล้ว ไมโครพลาสติก คือ เศษพลาสติกขนาดจิ๋วที่แฝงอยู่ในของใช้ประจำวัน เช่น ขวดนม ของเล่น และเสื้อผ้า อนุภาคเหล่านี้สามารถทะลุผ่านแนวกั้นสมองของเด็ก ก่อให้เกิดการอักเสบและขัดขวางฮอร์โมนที่จำเป็นต่อพัฒนาการ ส่งผลเสี่ยงต่อสมาธิสั้น (ADHD) และปัญหาด้านพฤติกรรม คุณพ่อคุณแม่สามารถปกป้องลูกได้โดยการเปลี่ยนมาใช้ขวดนมแก้ว หลีกเลี่ยงการนำพลาสติกไปโดนความร้อน เลือกเสื้อผ้าจากใยธรรมชาติ และหมั่นทำความสะอาดบ้านเพื่อลดฝุ่นละออง

การที่ ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง เป็นเรื่องที่น่าตระหนัก แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป หัวใจสำคัญคือการลดความเสี่ยงเท่าที่ทำได้ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนทีละนิด เริ่มจากของใกล้ตัวอย่างขวดนมและภาชนะอาหาร เพียงเท่านี้เราก็สามารถสร้างเกราะป้องกันให้ลูกรักเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการสมวัยแล้วค่ะ!

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

ช็อก! วิจัยล่าสุด พบไมโครพลาสติก ในน้ำนมแม่ ของคนไทย

 

ที่มา: Hery ford Health , NYU Langone Health , Vibrant Wellness , PMC PubMed Central

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการสมอง
  • /
  • วิจัยชี้! ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง และพัฒนาการลูกน้อย รีบป้องกันก่อนสาย!
แชร์ :
  • อุทาหรณ์! เด็ก 2 ขวบ กลืนสารเคมี จากการทดลองวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนพี่ชาย จนวิกฤต

    อุทาหรณ์! เด็ก 2 ขวบ กลืนสารเคมี จากการทดลองวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนพี่ชาย จนวิกฤต

  • รับมือ พฤติกรรมดื้อรั้นในวัยเด็ก ลูกดื้อ ซน เอาแต่ใจ ด้วย 5 เทคนิคจิตวิทยา

    รับมือ พฤติกรรมดื้อรั้นในวัยเด็ก ลูกดื้อ ซน เอาแต่ใจ ด้วย 5 เทคนิคจิตวิทยา

  • วิจัยชี้! เลี้ยงสุนัขในบ้าน ช่วยสุขภาพจิตลูกวัยรุ่นได้ ผ่านสิ่งนี้

    วิจัยชี้! เลี้ยงสุนัขในบ้าน ช่วยสุขภาพจิตลูกวัยรุ่นได้ ผ่านสิ่งนี้

  • อุทาหรณ์! เด็ก 2 ขวบ กลืนสารเคมี จากการทดลองวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนพี่ชาย จนวิกฤต

    อุทาหรณ์! เด็ก 2 ขวบ กลืนสารเคมี จากการทดลองวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนพี่ชาย จนวิกฤต

  • รับมือ พฤติกรรมดื้อรั้นในวัยเด็ก ลูกดื้อ ซน เอาแต่ใจ ด้วย 5 เทคนิคจิตวิทยา

    รับมือ พฤติกรรมดื้อรั้นในวัยเด็ก ลูกดื้อ ซน เอาแต่ใจ ด้วย 5 เทคนิคจิตวิทยา

  • วิจัยชี้! เลี้ยงสุนัขในบ้าน ช่วยสุขภาพจิตลูกวัยรุ่นได้ ผ่านสิ่งนี้

    วิจัยชี้! เลี้ยงสุนัขในบ้าน ช่วยสุขภาพจิตลูกวัยรุ่นได้ ผ่านสิ่งนี้

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว