อุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่เด็กวัยเรียน เมื่ออุบัติเหตุ ปลอกปากกาหลุดลงคอ ทำให้ลูกเกือบไม่รอด อ่านเคสจริงพร้อมคำแนะนำจากแพทย์ถึงวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักสากล!
ภาวะสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจถือเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่พบบ่อยและอันตรายอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ โดยอุบัติเหตุเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กะทันหันในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่โรงเรียน วันนี้เรามีเรื่องราวอุทาหรณ์เตือนภัยใกล้ตัว กับกรณี ปลอกปากกาหลุดลงคอ พร้อมเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอมาฝากกันค่ะ
เคสอุทาหรณ์: แค่เผลอกัดเล่น ปลอกปากกาหลุดลงคอ จนต้องเข้าไอซียู
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลสูตินรีเวชและกุมารเวชดานัง ประเทศเวียดนาม ทีมแพทย์ได้รับตัวเด็กชายวัย 7 ขวบ ที่ถูกส่งตัวมาในสภาพไออย่างรุนแรงและหายใจลำบาก หลังจากที่เด็กชายเผลอกลืน ปลอกปากกาหลุดลงคอ เข้าไปในทางเดินหายใจในขณะที่กำลังอมเล่น
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์พบว่าเด็กมีอาการไอหนัก หายใจเสียงดัง หายใจเร็ว และการระบายอากาศที่ปอดลดลงทั้งสองข้าง แพทย์จึงสั่งให้ทำการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ทรวงอกทันที ผลปรากฏว่าภาพสแกนพบสิ่งแปลกปลอมรูปทรงกระบอก มีความหนาของผนังประมาณ 1.8 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 18 มิลลิเมตร หลุดเข้าไปติดอยู่ที่หลอดลมแขนงกลีบล่างซ้าย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ
หลังจากประเมินอาการร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ทีมแพทย์ตัดสินใจทำการส่องกล้องหลอดลมฉุกเฉินเพื่อคีบเอาสิ่งแปลกปลอม (ปลอกปากกาพลาสติก) ออกมาในคืนนั้นทันที โชคดีที่หลังจากการทำหัตถการ ระบบทางเดินหายใจของเด็กชายก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้องได้รับการเฝ้าระวังอาการต่อจนกระทั่งอาการคงที่ และได้รับอนุญาตจากแพทย์แผนกกุมารเวชศาสตร์ระบบทางเดินหายใจให้กลับบ้านได้ในที่สุด
ขอบคุณภาพจาก baodanang.vn
ทำไมอุบัติเหตุ ปลอกปากกาหลุดลงคอ ถึงเกิดง่ายและอันตรายต่อเด็ก?
นพ. โฮ ซี หง็อก เตี๋ยน จากแผนกกุมารเวชศาสตร์ระบบทางเดินหายใจ ของโรงพยาบาลดังกล่าว ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า ส่วนหัวหรือปลอกของปากกานั้น เป็นชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็ก แข็ง ลื่น และมักเป็นรูปทรงกระบอกหรือทรงหลอดสั้นๆ
เด็กๆ ในวัยเรียนมักมีพฤติกรรมชอบอมปากกา กัดปากกา หรือเล่นหยอกล้อกันในขณะที่กำลังเรียนหนังสือ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยงมากที่จะทำให้ชิ้นส่วนของปากกาหลุดและตกลงไปในทางเดินหายใจได้โดยตรงและรวดเร็วมาก จนเกิดเหตุปลอกปากกาหลุดลงคอ อย่างในเคสนี้
เช็กด่วน! สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดคอ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความช่างสังเกต” ของคุณพ่อคุณแม่และคุณครูค่ะ คุณหมอย้ำเตือนว่าผู้ปกครองและครูต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากพบว่าเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ ต้องนึกถึงภาวะสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าทางเดินหายใจไว้ก่อนจนกว่าแพทย์จะตรวจวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น
- มีอาการไอสำลักอย่างรุนแรงและกะทันหัน
- หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก หรือหายใจเสียงดัง
- มีอาการเจ็บหน้าอก เสียงแหบ หรือริมฝีปากและใบหน้าเริ่มเขียวคล้ำ
- มีอาการไอเรื้อรังที่หาสาเหตุไม่ได้หลังจากเหตุการณ์สำลักผ่านไปแล้ว
วิธีปฐมพยาบาลเมื่อ สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ ปลอกปากกาหลุดลงคอ คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติให้ดีที่สุดค่ะ การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่ง นพ. โฮ ซี หง็อก เตี๋ยน ได้ให้คำแนะนำในการรับมือตามหลักการแพทย์ไว้ดังนี้
กรณีที่ 1: ลูกยังพอหายใจได้ ร้องไห้มีเสียง และพูดได้
- สิ่งที่ต้องทำ: หากเด็กมีสิ่งแปลกปลอมติดคอแต่ยังสามารถร้องไห้ พูดได้ และไม่มีอาการหายใจลำบาก ให้จัดท่าให้เด็กอยู่ในท่าที่สบายที่สุด พยายามปลอบให้เด็กอยู่นิ่งๆ ห้ามกระตุ้นหรือเปลี่ยนท่าทางของเด็กอย่างกะทันหัน และรีบพาเด็กไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีเพื่อรับการตรวจและรักษา
- สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด: สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ ห้ามพยายามใช้มือล้วงคอเพื่อควานหาสิ่งแปลกปลอมออกมาเด็ดขาด! เพราะการล้วงคออาจดันให้สิ่งแปลกปลอมหลุดลึกลงไปในหลอดลมจนอุดกั้นทางเดินหายใจโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงขึ้น ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากเด็กยังสามารถไอ หายใจ หรือร้องไห้ได้อยู่

กรณีที่ 2: ลูกเริ่มหน้าเขียว หายใจไม่ออก ร้องไห้ไม่มีเสียง หรือร้องไห้เสียงเบา
นี่คือภาวะฉุกเฉิน! ให้รีบตะโกนขอความช่วยเหลือ โทรเรียกรถพยาบาล และเริ่มทำการปฐมพยาบาลเพื่อดันสิ่งแปลกปลอมออกทันที
สำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 1 ปี): ให้ใช้วิธีเคาะหลังสลับกับการกดหน้าอก
- การตบหลัง: จับเด็กนอนคว่ำหน้าลงบนท่อนแขนซ้ายของคุณพ่อคุณแม่ โดยให้ศีรษะของเด็กต่ำกว่าระดับหน้าอก ใช้มือซ้ายประคองจับที่ศีรษะและลำคอด้านหน้าของเด็กให้มั่นคง จากนั้นใช้สันมือขวา (บริเวณโคนฝ่ามือ) เคาะลงไปแรงๆ 5 ครั้งตรงบริเวณกึ่งกลางหลังระหว่างสะบักทั้งสองข้าง
- การกดหน้าอก: หลังจากนั้น ให้พลิกตัวเด็กให้นอนหงายมาอยู่บนท่อนแขนขวา หากเด็กยังคงมีอาการหายใจลำบากหรือหน้าเขียว ให้ใช้ส้นมือกดกระแทกแรงๆ 5 ครั้ง ลงบนบริเวณครึ่งล่างของกระดูกสันอก
- ทำซ้ำ: หากสิ่งแปลกปลอมยังไม่หลุดออกมา ให้พลิกตัวเด็กกลับไปทำท่าเคาะหลังต่อ ทำการเคาะหลังสลับกับกดหน้าอกวนไปเรื่อยๆ จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะกระเด็นหลุดออกมานอกทางเดินหายใจ หรือจนกว่าเด็กจะกลับมาร้องไห้ได้อีกครั้ง

สำหรับเด็กโตที่อายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป หรือผู้ใหญ่ หากมีภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจรุนแรง จะมีวิธีปฐมพยาบาลแบบรัดกระตุกหน้าท้อง หรือ Heimlich Maneuver โดยมีขั้นตอนดังนี้
- จัดท่าทาง: ให้เด็กอยู่ในท่านั่งหรือยืน โดยให้เด็กโน้มตัวไปทางด้านหน้าเล็กน้อย
- ตำแหน่งผู้ช่วยเหลือ: ผู้ช่วยเหลือเข้าไปยืนซ้อนทางด้านหลังของเด็ก
- ตำแหน่งการวางมือ: สอดแขนทั้งสองข้างโอบรอบตัวเด็กไว้ ทำการกำมือขวาแล้วนำไปวางไว้บริเวณใต้ลิ้นปี่ของผู้ป่วย จากนั้นใช้มือซ้ายกุมทับประคองมือขวาที่กำไว้ให้แน่น
- ออกแรงกระตุก: ออกแรงดันมือที่กำไว้กระตุกเข้าใต้ลิ้นปี่อย่างรวดเร็วและแรง
- กลไกการทำงาน: การกระตุกนี้จะช่วยสร้างแรงดันในช่องท้อง ซึ่งจะดันผ่านใต้กระบังลมทะลุไปยังช่องทรวงอก เพื่อผลักดันให้สิ่งแปลกปลอมที่อุดตันอยู่ในกล่องเสียงหลุดออกมา
อย่างไรก็ตาม ในทุกกรณี ควรรีบติดต่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ควบคู่กันไปเสมอนะคะ
วิธีป้องกัน ลูกกลืนสิ่งแปลกปลอม สิ่งแปลกปลอมติดคอ
สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่และคุณครูสามารถช่วยกันดูแลได้คือการป้องกันค่ะ
- หมั่นตักเตือนและสอนลูกๆ โดยเฉพาะวัยเรียน ว่าห้ามนำเครื่องเขียน เช่น ปลอกปากกา เข้าปากหรือกัดเล่นระหว่างเรียน
- คอยสังเกตพฤติกรรมขณะลูกรับประทานอาหาร หรือเล่นสนุก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการสำลักอาหาร
- สิ่งของชิ้นเล็กๆ ที่มีความเสี่ยงควรถูกเก็บให้เป็นระเบียบและพ้นมือเด็กเล็ก
อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การมีสติและมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยชีวิตลูกรักของเราได้ คุณพ่อคุณแม่ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปแชร์ต่อให้คนในครอบครัวหรือคุณครูที่โรงเรียนได้อ่านกันนะคะ เพื่อที่ทุกคนจะได้พร้อมรับมือและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นกับเด็กๆ ของเราค่ะ
ที่มา: baodanang.vn , คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
วิธีช่วยเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปีสำลักอาหาร ฉบับปรับปรุงใหม่ ปี 2025
ลูกเผลอกินทิชชู่! อันตรายไหม? เช็กด่วน! อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล
อุทาหรณ์! ก้างปลาติดคอ กลืนข้าว-น้ำส้มสายชู วันรุ่งขึ้นเสียชีวิต
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!