เชื่อว่าคุณแม่หลายบ้านต้องเคยเจอเหตุการณ์ ลูกกินทิชชู่ ทำให้คุณแม่เป็นกังวลว่า “ลูกเผลอกินทิชชู่ อันตรายไหม?” “มันจะไปอุดตันลำไส้หรือเปล่า?” “ต้องรีบพาไปล้างท้องไหม?” วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ ในมุมที่เข้าใจง่ายและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณแม่รับมือได้อย่างถูกวิธีค่ะ
ดึงสติแม่! ลูกกินทิชชู่ไม่ เกิดขึ้นได้ในเด็กเล็ก
คุณแม่ไม่ต้องโทษตัวเอง ว่าเราดูแลลูกไม่ดี หรือเผลอเรอจนลูกกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไป เพราะในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงวัย 6 เดือน ถึง 2 ปี ซึ่งเป็นช่วง Oral Phase หรือวัยสำรวจโลกด้วยปาก
เด็กวัยนี้จะเรียนรู้พื้นผิว รสชาติ และรูปทรงของสิ่งของต่างๆ ด้วยการเอาเข้าปาก ไม่ว่าจะเป็นของเล่น นิ้วมือ หรือแม้แต่ทิชชู่ ที่มีความนุ่มนิ่ม ขาดง่าย ดึงสนุก จึงกลายเป็นของเล่นสุดโปรดที่เผลอแป๊บเดียวก็กลายเป็นของว่างไปซะงั้น
บทความนี้จะช่วยให้คุณแม่ประเมินสถานการณ์ได้ว่า เมื่อไหร่ที่วางใจได้ และเมื่อไหร่ที่ ลูกเผลอกินทิชชู่ อันตรายไหม จนต้องรีบไปพบแพทย์ค่ะ
กระเพาะลูก ย่อยทิชชูได้ไหม?
คำถามยอดฮิตคือ ทิชชู่ย่อยได้ไหม? คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของทิชชู่ที่ลูกกินเข้าไปค่ะ เรามาแยกแยะกันให้ชัดเจนเพื่อประเมินความเสี่ยงกันค่ะ
กรณีที่ 1: ทิชชู่เช็ดหน้า / กระดาษชำระ (Tissue Paper)
- วัสดุ: ส่วนใหญ่ทำจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์ (Cellulose) ซึ่งมีคุณสมบัติเปื่อยยุ่ยง่ายเมื่อโดนน้ำ
- ความเสี่ยง: ต่ำ หากลูกกินเข้าไปในปริมาณน้อย (เช่น 1-2 คำเล็กๆ หรือแค่เศษกระดาษ) น้ำย่อยในกระเพาะอาหารและความชื้นในระบบทางเดินอาหารจะทำให้ทิชชู่เปื่อยยุ่ยจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับอาหาร
- กลไกร่างกาย: ร่างกายอาจจะไม่สามารถย่อยเยื่อกระดาษเพื่อดูดซึมสารอาหารได้เหมือนแป้งหรือโปรตีน แต่ระบบขับถ่ายสามารถ ขับออกมาได้เองตามธรรมชาติ โดยจะปนออกมากับอุจจาระภายใน 24-48 ชั่วโมงค่ะ
กรณีที่ 2: ทิชชู่เปียก / กระดาษเช็ดทำความสะอาด (Wet Wipes)
- วัสดุ: ต้องระวังมากเป็นพิเศษ! เพราะทิชชู่เปียกส่วนใหญ่ไม่ได้ทำจากกระดาษ แต่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ หรือโพลีโพรพิลีน ซึ่งมีลักษณะคล้ายผ้าและพลาสติก เหนียว และ ไม่ย่อยสลายในน้ำ
- ความเสี่ยง: สูง หากลูกเผลอกลืนทิชชู่เปียกเข้าไป แม้จะเป็นชิ้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ด้วยความเหนียวของมัน อาจเสี่ยงต่อการไปอุดตันในระบบทางเดินอาหาร หรือลำไส้ได้มากกว่าทิชชู่ธรรมดาหลายเท่า

สารเคมีในทิชชู่ น่ากลัวแค่ไหน?
นอกจากกลัวติดคอแล้ว คุณแม่หลายท่านยังกังวลเรื่องสารเคมี เช่น สารฟอกขาว (Bleach) หรือสารเรืองแสง ที่อยู่ในกระดาษทิชชู่
- สารฟอกขาว/สารเรืองแสง: ตามหลักวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางพิษวิทยา ปริมาณสารเคมีตกค้างในทิชชู่เพียง 1-2 ชิ้นนั้น มีปริมาณที่น้อยมากๆ จนไม่สามารถก่อให้เกิด พิษเฉียบพลันต่อร่างกายเด็กได้ค่ะ ดังนั้นในประเด็นเรื่องสารพิษตกค้างจึงไม่ต้องกังวลมากนักหากไม่ใช่การกินเข้าไปเป็นม้วนๆ
- ข้อยกเว้น: หากเป็น ทิชชู่ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือน้ำหอมฉุน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุในช่องปากหรือกระเพาะอาหารได้บ้าง อาจทำให้ลูกรู้สึกพะอืดพะอม หรือปวดท้องเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่มักไม่อันตรายถึงชีวิตค่ะ
Checklist สังเกตอาการ 3 ระยะ
ลูกเผลอกินทิชชู่ อันตรายไหม จะรู้ได้ยังไง? ให้คุณแม่ใช้หลักการสังเกตอาการ 3 ระยะนี้ เพื่อประเมินว่าต้องไปโรงพยาบาลหรือไม่
ระยะที่ 1: ภาวะฉุกเฉิน – ติดคอไหม?
สิ่งแรกที่ต้องดูทันทีที่เห็นลูกเอาทิชชู่เข้าปาก คือ ทางเดินหายใจ
- อาการอันตราย: ลูกไอไม่ออก หน้าแดงหรือเริ่มเขียวคล้ำ หายใจเสียงดังวี้ด หรือไม่มีเสียงร้องออกมา เอามือกุมคอ
- สิ่งที่ต้องทำ: หากลูกมีอาการเหมือนสิ่งของอุดกั้นทางเดินหายใจ ต้องปฐมพยาบาลทันที
- เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี: จับคว่ำหน้า ตบหลัง 5 ครั้ง สลับกดหน้าอก 5 ครั้ง
- เด็กอายุมากกว่า 1 ปี: ใช้วิธี Heimlich Maneuver
- โทร 1669 ทันทีหากอาการไม่ดีขึ้น
ระยะที่ 2: เฝ้าระวังการอุดตัน – ลงท้องไปแล้ว
ถ้าลูกกลืนลงไปแล้ว หายใจปกติ ร่าเริงดี ให้เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง เพื่อดูว่ามีการอุดตันในลำไส้หรือไม่
- อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
- อาเจียนพุ่ง: โดยเฉพาะถ้าอาเจียนมีสีเขียวหรือสีเหลืองปน (น้ำดี) แสดงว่ามีการอุดตัน
- ปวดท้องรุนแรง: ลูกร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ นอนตัวงอ จับท้องแล้วเกร็งหรือร้องเจ็บ
- ท้องอืดตึง: หน้าท้องแข็งเปก ไม่นิ่ม
- ไม่ผายลม ไม่ถ่ายอุจจาระ: ติดต่อกันนานผิดปกติ
- คำแนะนำ: หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบพาไปพบแพทย์ แจ้งว่าลูกกินทิชชู่เข้าไป บอกประเภทและปริมาณโดยประมาณ
ระยะที่ 3: อาการปกติที่วางใจได้
- ลูกยังร่าเริง เล่นได้ กินนมหรือกินข้าวได้ตามปกติ
- ไม่มีไข้ ไม่บ่นปวดท้อง
- ภารกิจสิ้นสุดเมื่อ: คุณแม่เห็นเศษทิชชู่ปนออกมากับอุจจาระของลูก (อาจใช้เวลา 1-2 วัน) นั่นแปลว่าระบบขับถ่ายทำงานยอดเยี่ยม ขับสิ่งแปลกปลอมออกมาได้หมดแล้วค่ะ

สิ่งที่ “ห้ามทำ” เด็ดขาด
ด้วยความตกใจ คุณแม่บางท่านอาจเผลอทำสิ่งเหล่านี้ ซึ่งอาจทำให้อันตรายกว่าเดิมได้ค่ะ
- ห้ามใช้นิ้วล้วงคอ: หากทิชชู่ยังคาอยู่ที่ปากและหยิบออกได้ง่าย ให้หยิบออก แต่ถ้าลูกกลืนลงไปลึกแล้ว ห้ามล้วงคอเด็ดขาด เพราะนิ้วของเราอาจดันก้อนทิชชู่ให้ลึกลงไปอุดหลอดลม จนทำให้ลูกหายใจไม่ออกได้
- ห้ามบังคับให้อาเจียน: การสำลักอาเจียนอาจทำให้เศษทิชชู่หลุดเข้าไปในปอด ทำให้เกิดปอดอักเสบติดเชื้อตามมาได้
- ห้ามให้กินยาถ่าย/ยาสวน: ปล่อยให้ระบบลำไส้ทำงานตามธรรมชาติ การไปกระตุ้นด้วยยาถ่ายอาจทำให้ลำไส้บีบตัวแรงเกินไป จนเกิดอาการปวดท้อง หรือลำไส้กลืนกันได้ในเด็กเล็ก
ลูกเผลอกินทิชชู่ รับมือได้
สรุปแล้ว ลูกเผลอกินทิชชู่ อันตรายไหม?
- ถ้าเป็น ทิชชู่แห้ง ปริมาณน้อย = ไม่อันตราย เฝ้าดูอาการที่บ้านได้
- ถ้าเป็น ทิชชู่เปียก หรือ ทิชชู่แห้งปริมาณมาก = มีความเสี่ยง ต้องเฝ้าระวังอาการอุดตันอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปโรงพยาบาล
Tips ป้องกันสำหรับคุณแม่: วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันค่ะ เก็บกล่องทิชชู่ให้พ้นมือ ล็อกลิ้นชักให้แน่นหนา และหากลูกอยู่ในวัยคันเหงือก ลองหา ยางกัด หรือผักผลไม้ชิ้นใหญ่ๆ (เช่น แครอทแช่เย็น) ให้ลูกกัดเล่นแทนทิชชู่ จะช่วยลดความอยากเอาสิ่งของแปลกปลอมเข้าปากได้ค่ะ
การเลี้ยงลูกคือการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดค่ะ เผลอบ้าง พลาดบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ขอแค่เรามีสติและความรู้ที่ถูกต้อง ก็สามารถดูแลเจ้าตัวเล็กให้ปลอดภัยได้แล้วค่ะ
ที่มา:
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ฮาร์วาร์ดชี้ 3 กิจกรรมนี้ กระตุ้นพัฒนาการสมอง เล่นแล้วฉลาด กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน
อันตรายจากการหอมแก้มเด็ก แม่โพสต์เตือน อย่าให้ใครหอมลูก ไม่งั้นจะเป็นเหมือนบ้านนี้
ดุลูกยังไงไม่ให้เกิดบาดแผลในใจ เทคนิคสร้าง “เด็กดี” ด้วยความเข้าใจ
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!