อัปเดตสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ ของ “บัตรทอง 30 บาท” หรือ สิทธิบัตรทอง 2569 ซึ่งมีทั้งหมด 10 รายการ
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยบริการทั่วประเทศ เกี่ยวกับร่างประกาศแนวทางการดำเนินงานและบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569
นางกาญจนา ศรีชมภู ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า งบประมาณของกองทุนฯ ในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 265,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นงบเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 71,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 193,000 ล้านบาท จะเป็นงบที่ สปสช. นำมาบริหารจัดการเพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ของประชาชนตามระบบบัตรทอง
สิทธิบัตรทอง 2569 (ร่าง) ข้อเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่ สำหรับแม่และเด็ก
สิทธิบัตรทอง 2569 สำหรับแม่และเด็กที่เสนอใหม่มี 4 รายการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่
1. ธนาคารน้ำนมแม่
- เปิดธนาคารน้ำนมแม่ รองรับเป้าหมาย 12,000 คน
- ได้รับงบประมาณจัดสรร 2.68 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนคุณแม่ที่ต้องการบริจาคหรือรับนมแม่
ธนาคารน้ำนมแม่ คือ ศูนย์กลางรวบรวมน้ำนมที่คุณแม่บริจาค เพื่อนำไปคัดกรอง ฆ่าเชื้อ และแจกจ่ายให้ทารกที่ต้องการ เช่น เด็กเกิดก่อนกำหนด หรือแม่เจ็บป่วยไม่สามารถให้นมได้ น้ำนมทุกหยดผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย เช่น ตรวจหาเชื้อ HIV และพาสเจอร์ไรซ์ก่อนเก็บไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิต่ำ ธนาคารน้ำนมแม่ช่วยลดการพึ่งพานมผง เสริมภูมิคุ้มกัน และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ทารกป่วยหนัก ถือเป็นระบบที่ช่วยชีวิตลูกน้อยและส่งต่อความรักจากแม่สู่แม่อย่างแท้จริง

2. วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (PCV) สำหรับเด็ก
- ได้รับงบกว่า 225 ล้านบาท ครอบคลุมเด็กประมาณ 383,300 คน
- อยู่ในระหว่างการพิจารณาเป็นสิทธิประโยชน์
วัคซีน PCV (Pneumococcal Conjugate Vaccine) คือวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยรุนแรงในเด็กเล็ก วัคซีนนี้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตและการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้เด็กทุกคนได้รับวัคซีน PCV ตั้งแต่อายุ 2 เดือน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้นชีวิต ซึ่งปัจจุบัน วัคซีนนี้มีจำหน่ายในโรงพยาบาลเอกชน ราคาเข็มละประมาณ 2,500–3,000 บาท โดยต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม
3. วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับเด็กวัย 3–5 ปี
- งบประมาณ 138.66 ล้านบาท
- เป้าหมายให้ความคุ้มครองที่มากกว่า 1 ล้านคน และอยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นสิทธิหลัก
ในปัจจุบันเด็กที่ใช้สิทธิบัตรทองสามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี! ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี ณ สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ สปสช. โดยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดเป็นประจำ ปีละ 1 ครั้ง หากอยู่นอกกลุ่มอายุหรือสิทธิ์ดังกล่าวสามารถรับบริการได้แบบจ่ายเงินเอง ในราคาเข็มละประมาณ 300–700 บาท (ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล)
4. ตรวจคัดกรองออทิสติก ด้วยเครื่องมือ TDAS
- งบประมาณ 91.41 ล้านบาทอยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นสิทธิประโยชน์
- เป้าหมายเด็ก 130,580 คน

สิทธิประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากสิทธิแม่และเด็ก
- สายด่วนวัยรุ่น / สายด่วนท้องไม่พร้อม : งบประมาณ 10.75 ล้านบาท ครอบคลุมบริการ 100,000 ครั้ง
- สายด่วนเลิกเหล้า : งบประมาณ 10.75 ล้านบาท มีเป้าหมายผู้ใช้บริการ 100,000 ครั้ง
- ชุดตรวจ Microalbumin ในปัสสาวะ : คัดกรองโรคเบาหวานเรื้อรัง งบ 40 ล้านบาท เป้าหมาย 400,000 คน
- การตรวจคัดกรองโรคกระดูกพรุนในสตรีวัยหมดประจำเดือน : งบประมาณ 202.20 ล้านบาท สำหรับผู้หญิงประมาณ 197,500 คน
- ดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 : เป้าหมายดูแลกว่า 15,000 คน งบประมาณ 39.33 ล้านบาท เพื่อควบคุมโรคเข้าสู่ภาวะสงบ
- บำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน : งบประมาณ 57.87 ล้านบาท เป้าหมายผู้รับบริการ 17,420 คน
ร่างข้อเสนอ สิทธิบัตรทอง 2569 เหล่านี้ เมื่อผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว จะนำร่างสู่บอร์ด สปสช. เพื่อพิจารณาในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ต่อไป
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ข่าวดี! เพิ่มวงเงิน ตรวจ NIPT สิทธิบัตรทอง คัดกรองดาวน์ซินโดรม ไม่ต้องเจาะน้ำคร่ำ
ใช้สิทธิบัตรทอง นอกพื้นที่ คลอดลูก ได้หรือไม่? เช็กเงื่อนไขที่นี่!
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!