TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

“ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” คำพูดง่ายๆ เปลี่ยนชีวิตลูกได้ ด้วยพลังของการ ฟังโดยไม่ตัดสิน

บทความ 5 นาที
“ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” คำพูดง่ายๆ เปลี่ยนชีวิตลูกได้ ด้วยพลังของการ ฟังโดยไม่ตัดสิน

“ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” คำพูดง่ายเปลี่ยนชีวิตลูกได้ มาดูกันว่าการ ฟังโดยไม่ตัดสิน ดีต่อลูกยังไง พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงในแต่ละช่วงวัย

หลายครั้งที่เราในฐานะพ่อแม่ อาจเผลอคิดว่า หน้าที่ของเราคือการสอน แนะนำ หรือแก้ปัญหาให้ลูก แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ลูกต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่คำสอนที่ยาวเหยียด หรือการตัดสินถูกผิด แต่เป็นการ ฟังโดยไม่ตัดสิน จากพ่อแม่

คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า ประโยคสั้น ๆ อย่าง “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนานกว่าที่คิด มาดูกันว่าการที่พ่อแม่ ฟังโดยไม่ตัดสิน ดีต่อลูกยังไง และเราจะนำไปใช้กับลูกได้อย่างไร

 

ฟังโดยไม่ตัดสิน คืออะไร? และสำคัญยังไง?

การ ฟังโดยไม่ตัดสิน หมายถึง การตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกพูดออกมาทั้งหมด โดยไม่รีบวิจารณ์ ไม่รีบด่วนสรุป และไม่โยนความผิดให้กับเด็ก

ตัวอย่างง่าย ๆ:

  • ถ้าลูกบอกว่า “หนูทำแก้วแตก”  พ่อแม่ที่ฟังโดยไม่ตัดสินจะตอบว่า “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง พ่อแม่จะช่วยเก็บเองนะ”
  • แทนที่จะพูดว่า “ทำไมถึงซุ่มซ่ามอย่างนี้ ระวังหน่อยสิ”

การตอบแบบแรกทำให้เด็กเรียนรู้ว่า เขาสามารถบอกความจริงได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกพ่อแม่ดุหรือตำหนิ

 

หลักจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลัง

  • Attachment Theory (Bowlby, 1969): เด็กที่ได้รับการตอบสนองด้วยความอบอุ่นและเข้าใจ จะสร้าง “secure attachment” หรือความผูกพันที่มั่นคง ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นใจและความสัมพันธ์ในอนาคต
  • งานวิจัยของ Harvard Center on the Developing Child: พบว่าการที่เด็กได้รับการรับฟังและยืนยันความรู้สึก มีผลโดยตรงต่อการพัฒนาสมองส่วน prefrontal cortex ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์และการแก้ปัญหา
  • แนวคิดการเลี้ยงลูกเชิงบวก (Positive Parenting): การฟังโดยไม่ตัดสินช่วยให้เด็กเรียนรู้ทักษะการสื่อสาร และมี self-esteem สูงขึ้น

ฟังโดยไม่ตัดสิน

ตัวอย่างเหตุการณ์จริงในแต่ละช่วงวัย

  • วัย 3 ขวบ: ลูกบอกพ่อแม่ว่า หนูทำแก้วแตก

เมื่อลูกทำผิด เช่น ทำของแตก แต่ยังเลือกที่จะบอกพ่อแม่

ถ้าพ่อแม่ตอบว่า “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” และช่วยกันเก็บ เป็นการตอบสนองด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่การดุหรือตำหนิ เด็กเรียนรู้ว่าการบอกความจริงเป็นสิ่งที่ปลอดภัย และพ่อแม่คือพื้นที่ปลอดภัยเสมอ สิ่งนี้คือการปลูกฝังความรับผิดชอบผ่านความไว้วางใจ ไม่ใช่ผ่านความกลัว

 

  • วัย 5 ขวบ: ลูกเล่าให้พ่อแม่ฟังด้วยความอายว่า เผลอฉี่ราดที่บ้านเพื่อน

เมื่อลูกเจอเหตุการณ์ที่น่าอาย พ่อแม่ที่โอบกอดและพูดว่า “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” ช่วยลดความอับอาย การที่พ่อแม่ ฟังโดยไม่ตัดสิน เป็นการสร้าง Self-esteem ทำให้เด็กไม่รู้สึกด้อยค่า และรู้สึกว่า “หนูไม่ได้ตัวคนเดียว” ซึ่งจะทำให้ลูกกล้าที่จะเผชิญกับความผิดพลาดในอนาคต

 

  • วัย 7 ขวบ: ลูกเล่าให้พ่อแม่ฟังว่า “เพื่อนไม่ชอบหนู”

ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่สำหรับหัวใจเด็ก เพียงพ่อแม่พูดว่า “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง”  สะท้อนการฟังโดยไม่ตัดสิน ที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่า ความรู้สึกเศร้าของเขาได้รับการยอมรับ

นอกจากนี้ พ่อแม่สามารถเสริมต่อว่า “เพื่อนอาจเปลี่ยนไปได้ แต่คุณค่าในตัวลูกไม่ได้ลดลงหรือเปลี่ยนไปเลย” การพูดเช่นนี้จะช่วยสร้าง self-worth ให้กับลูกได้

 

  • วัย 10 ขวบ: ลูกเล่าว่า “สอบได้คะแนนน้อยกว่าที่คิด”

เมื่อลูกเริ่มเจอกับแรงกดดันจากการเรียน การสอบ หรือการถูกเปรียบเทียบกับเพื่อน คำพูดว่า “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” จากพ่อแม่จะช่วยลดความรู้สึกผิดหวังลง เด็กเรียนรู้ว่าความรักของพ่อแม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคะแนนสอบ การ ฟังโดยไม่ตัดสิน ช่วยให้ลูกกล้าที่จะพยายามใหม่ และเห็นคุณค่าของความพยายามมากกว่าตัวเลขบนกระดาษ

 

  • วัย 12 ขวบ: ลูกเล่าว่า “ทะเลาะกับเพื่อนสนิท”

ในช่วงวัยที่เพื่อนเริ่มมีความหมายมากขึ้น ความขัดแย้งกับเพื่อนสนิทอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็ก เมื่อพ่อแม่โอบกอดและพูดว่า “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” เด็กจะรู้ว่าความรู้สึกของเขาสำคัญ และไม่ถูกมองข้าม การฟังโดยไม่ตัดสินช่วยฝึกให้เด็กรู้จักจัดการอารมณ์ และสร้างทักษะในการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง : พลังแห่งการกอด: 5 เหตุผลที่แม่ควรกอดลูกให้บ่อยกว่าเดิม

 

  • วัย 15 ขวบ: ลูกเล่าว่า “รู้สึกกดดัน อยากทำตามเพื่อน แต่ก็กลัวผิด”

ช่วงวัยรุ่นตอนต้น เด็กมักเจอแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อน ทั้งเรื่องการเรียน กิจกรรม หรือแม้แต่พฤติกรรมเสี่ยง การที่พ่อแม่พูดเพียงว่า “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” จะทำให้ลูกมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ถูกตำหนิที่รู้สึกสับสน แต่กลับได้รับพื้นที่ปลอดภัยในการเล่า การฟังโดยไม่ตัดสินจะช่วยให้ลูกกล้าขอคำแนะนำมากกว่าปิดบัง

 

ฟังโดยไม่ตัดสิน

 

  • วัยรุ่น 19 ปี: ลูกเหงา และโทรกลับมาหาพ่อแม่

เมื่อลูกย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัย อาจรู้สึกเหงา คิดถึงบ้าน แต่ก็อยากพิสูจน์ตัวเอง

การโทรหาพ่อแม่แล้วได้ยินคำว่า “ดีใจนะที่เล่าให้ฟัง” ช่วยให้เขามีที่พึ่งทางใจ สิ่งนี้คือพลังของการฟังโดยไม่ตัดสิน ที่ทำให้แม้ในวัยที่โตแล้ว ลูกก็ยังรู้ว่า บ้านคือพื้นที่ปลอยภัยของเขาเสมอ

 

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
  • วัยผู้ใหญ่ 30 ปี: ลูกมีลูกของเขาเอง และโทรกลับมาหาพ่อแม่

เมื่อลูกของเรามีลูกของเขาเอง เขาจะย้อนนึกถึงสิ่งที่เคยได้รับ คำตอบที่อบอุ่นจะถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อลูกกลายเป็นพ่อแม่ ก็จะใช้วิธีเดียวกันนี้เป็นแนวทางการเลี้ยงลูกของตนต่อไป

 

วิธีการฝึก “ฟังโดยไม่ตัดสิน” สำหรับพ่อแม่

1. ตั้งใจฟังจริง ๆ
  • วางมือถือ หยุดสิ่งที่กำลังทำ และสบตาลูก
  • ภาษากายที่เปิดกว้างทำให้ลูกกล้าเล่า
2. ไม่รีบแก้ปัญหา
  • เด็กไม่ได้ต้องการคำแนะนำเสมอไป แต่เขาต้องการให้เรารับฟัง
  • คำตอบที่ดีคือ “ขอบคุณที่เล่าให้แม่ฟัง ลูกอยากให้แม่ช่วยยังไงดี”
3. ยืนยันความรู้สึกของลูก
  • ใช้ประโยคว่า “แม่เข้าใจนะว่าลูกเสียใจ” หรือ “หนูคงรู้สึกอายมากเลยใช่ไหม”
  • นี่คือการสะท้อนอารมณ์ที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การเข้าใจตนเอง
4. หลีกเลี่ยงคำตัดสินเชิงลบ
  • หลีกเลี่ยงคำพูดว่า “ทำไมไม่คิดก่อน”, “ก็เพราะเธอถึงเป็นแบบนี้”
  • เพราะคำเหล่านี้ทำลายความกล้าที่ลูกจะเปิดใจ
5. ใช้คำพูดปลอดภัยซ้ำ ๆ
  • ประโยคอย่าง “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” หรือ “แม่อยู่ตรงนี้เสมอ” ควรเป็นคำที่ลูกคุ้นเคย

ข้อดีระยะยาวของการฟังโดยไม่ตัดสิน

การ ฟังโดยไม่ตัดสิน อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เราทำได้ทุกวัน แต่กลับส่งผลใหญ่ในระยะยาว ดังนี้

  • เสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง (Self-Esteem): เด็กเชื่อว่าความรู้สึกของเขามีค่า
  • พัฒนาทักษะการสื่อสาร (Communication Skills): เด็กเรียนรู้ที่จะเล่าและฟังคนอื่น
  • ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต: เด็กที่เติบโตมาในบ้านที่ฟังเขา มักมีโอกาสน้อยกว่าที่จะเผชิญภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล
  • สร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคง: ความไว้วางใจที่สั่งสมทำให้ความสัมพันธ์พ่อแม่-ลูกแน่นแฟ้นตลอดชีวิต

เด็กที่โตมาในบ้านที่พ่อแม่ฟังเขาอย่างเข้าใจ จะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น กล้าสื่อสาร เปิดใจ และรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า ไม่ว่าจะเจอโลกภายนอกที่กดดันแค่ไหน เขาจะรู้เสมอว่า บ้านคือที่ที่เขาได้รับการฟังโดยไม่ถูกตัดสิน

 

ข้อคิดที่ฝากไว้กับพ่อแม่

การเลี้ยงลูกไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องหาคำตอบที่ถูกต้องทุกครั้ง แต่สิ่งที่ลูกต้องการจริง ๆ คือ การมีใครสักคนที่พร้อมฟังเขาโดยไม่ตัดสิน เพราะในวันที่ลูกเผชิญกับโลกที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบ การแข่งขัน และการตัดสินจากสังคม บ้านควรเป็นที่เดียวที่เขารู้ว่า “ฉันถูกฟังโดยไม่ถูกตัดสิน”

การพูดเพียงว่า “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” สามารถปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความไว้วางใจ ความกล้า และความรักที่มั่นคงในหัวใจลูกไปตลอดชีวิต

ที่มา : Nurtured First

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ 7 เคล็ดลับ ปรับวิธีพูดให้ลูกเชื่อฟัง

ทำยังไงเมื่อ ลูกเชื่อเพื่อนมากกว่าแม่ เลี้ยงลูกยังไงให้เชื่อฟังพ่อแม่

พลังของการ เลี้ยงลูกด้วยการฟัง เพราะเด็กที่ถูกฟัง จะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ฟังคนอื่นเป็น

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • “ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” คำพูดง่ายๆ เปลี่ยนชีวิตลูกได้ ด้วยพลังของการ ฟังโดยไม่ตัดสิน
แชร์ :
  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว