TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ 7 เคล็ดลับ ปรับวิธีพูดให้ลูกเชื่อฟัง

บทความ 5 นาที
เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ  7 เคล็ดลับ ปรับวิธีพูดให้ลูกเชื่อฟัง

มาดูเทคนิค เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ เข้าใจธรรมชาติของเด็ก และ ปรับวิธีพูด ใช้คำพูดเชิงบวก ก็ทำให้ลูกเชื่อฟังได้ ง่ายกว่าที่คิด

การเลี้ยงลูกด้วยการดุว่า อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางอารณ์ของเด็ก รวมถึงสร้างบาดแผลทางใจ และยังเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก จะดีแค่ไหน ถ้าเราสามารถพูดให้ลูกเชื่อฟังได้โดยที่ไม่ต้องดุว่า มาดูเทคนิค เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ เข้าใจธรรมชาติของเด็ก และ ปรับวิธีพูด ใช้คำพูดเชิงบวก ก็ทำให้ลูกเชื่อฟังได้ ง่ายกว่าที่คิด

 

เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ : เข้าใจธรรมชาติของเด็กแต่ละวัย

การเลี้ยงลูกแบบไม่ดุ เน้นการสร้างวินัยเชิงบวก โดยต้องเข้าใจธรรมชาติของวัย เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดู และวิธีพูดให้สอดคล้องกับพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงวัยค่ะ

วัยเตาะแตะ (1-3 ปี) : ชอบสำรวจ อยากรู้อยากเห็น

เด็กวัย 1-3 ปี เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ ใช้ประสาทสัมผัสสำรวจทุกสิ่งรอบตัว ลูกน้อยเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง ชอบลองผิดลองถูก สำหรับพัฒนาการด้านภาษา จะเริ่มพูด สื่อสารความต้องการ ด้านอารมณ์แปรปรวนง่าย

เทคนิคการเลี้ยงลูกวัยเตาะแตะ

  • จัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เก็บของมีคม ของร้อน สารเคมี ให้พ้นมือเด็ก
  • ให้โอกาสในการสำรวจ พาไปเดินเล่น สัมผัสธรรมชาติ อ่านหนังสือนิทาน
  • ตอบสนองความต้องการพื้นฐาน อาหาร การนอน ความรัก ความอบอุ่น
  • สอนด้วยความอดทน ใช้คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ ทำซ้ำๆ
  • ตั้งขอบเขต สอนให้รู้จักคำว่า “ไม่” “หยุด”
  • เบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อลูกทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการลงโทษ การตี การดุ อาจทำให้เด็กหวาดกลัว

เด็กวัยเตาะแตะ

วัยอนุบาล (3-6 ปี) : เริ่มมีสังคม เรียนรู้กฎกติกา

ช่วงวัย 3-6 ปี ลูกน้อยเริ่มเข้าสู่สังคม มีเพื่อน มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ได้เรียนรู้กฎกติกา มารยาททางสังคม เริ่มเข้าใจเหตุผล อธิบายได้มากขึ้น เป็นวัยที่ชอบเล่น เลียนแบบ และอยากช่วยเหลือตัวเอง

เทคนิคการเลี้ยงลูกวัยอนุบาล

  • สนับสนุนให้เข้าสังคม พาไปเล่นกับเพื่อนๆ เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
  • สอนกฎ กติกา มารยาทในการอยู่ร่วมกัน การแบ่งปัน
  • ให้โอกาสในการตัดสินใจ เลือกเสื้อผ้า ของเล่น กิจกรรม
  • ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง แต่งตัว กินข้าว เก็บของเล่น
  • ชื่นชม ให้กำลังใจ เมื่อลูกทำสิ่งที่ดี
  • อธิบายเหตุผล เมื่อลูกทำผิด
  • ใช้การเสริมแรงทางบวก เช่น ติดสติ๊กเกอร์ สะสมดาว

 

วัยประถม (6-12 ปี) : ต้องการอิสระ มีเหตุผลมากขึ้น

ลูกวัยประถม เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ต้องการอิสระในการตัดสินใจ เข้าใจเหตุผล และสามารถโต้แย้งได้ เด็กวัยนี้จะสนใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับเพื่อน

เทคนิคการเลี้ยงลูกวัยประถม

  • ให้พื้นที่ส่วนตัว เคารพความเป็นส่วนตัวของลูก
  • เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น รับฟังความคิดของลูก
  • สื่อสารด้วยเหตุผล อธิบายสิ่งต่างๆ อย่างชัดเจน
  • ตั้งกฎระเบียบร่วมกัน ให้ลูกร่วมแสดงความคิดเห็น
  • สนับสนุนความสนใจ ส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ ทำกิจกรรมที่ชอบ
  • เป็นที่ปรึกษาที่ดี คอยให้คำแนะนำ ช่วยแก้ปัญหา
  • เชื่อมั่นในตัวลูก ให้กำลังใจ สร้างความมั่นใจ

เด็กประถม

เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ : ปรับวิธีพูดให้ลูกเชื่อฟัง

การสื่อสารกับลูกเป็นสิ่งสำคัญมากในการเลี้ยงดูแบบไม่ดุ เพราะคำพูดของพ่อแม่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมของลูก การปรับวิธีพูดด้วยการใช้คำพูดเชิงบวกบ่งบอกถึงความรัก ความเข้าใจ และการยอมรับ จึงเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดี และช่วยเสริมสร้างพฤติกรรมที่ดีต่อไป

  1. ชมเชย สนับสนุน พูดให้กำลังใจ

  • ชมเชย กล่าวชื่นชมเมื่อลูกทำสิ่งที่ดี เช่น “หนูช่วยแม่เก็บของเล่น เก่งมากเลยค่ะ” “วันนี้หนูตั้งใจเรียน คุณครูชมมาด้วย” “หนูเป็นเด็กดีมากเลย ที่แบ่งปันของเล่นกับน้อง”
  • สนับสนุน ให้กำลังใจลูกเมื่อเผชิญกับความท้าทาย เช่น “ไม่เป็นไรนะลูก ลองใหม่ แม่เชื่อว่าหนูทำได้” “ถึงหนูจะทำไม่ได้ในตอนนี้ แต่หนูก็พยายามเต็มที่แล้ว แม่ภูมิใจในตัวหนูนะ”
  • พูดให้กำลังใจ เสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูก เช่น “หนูเป็นเด็กดี น่ารัก และเก่งมาก” “แม่รักหนูนะ” “แม่ภูมิใจในตัวหนูมาก ที่หนูตั้งใจเรียน
  1. หลีกเลี่ยงคำพูดตำหนิ ดุว่า เปรียบเทียบ

  • ตำหนิ การตำหนิ ทำให้ลูกรู้สึกด้อยค่า เช่น “ทำไมหนูถึงซุ่มซ่ามแบบนี้” “หนูมันไม่เอาไหนเลย”
  • ดุว่า การดุว่า ทำให้ลูกหวาดกลัว เสียความมั่นใจ เช่น “เอะอะโวยวาย น่ารำคาญ” “ดื้อแบบนี้ ระวังจะโดนตี”
  • เปรียบเทียบ การเปรียบเทียบ ทำให้ลูกรู้สึกน้อยใจ ไม่มีคุณค่า เช่น “ดูน้องสิ ตั้งใจเรียนกว่าหนูอีก” “ทำไมหนูไม่เก่งเหมือนลูกบ้านโน้น”
  1. หลีกเลี่ยงการขู่บังคับ

การขู่บังคับ เช่น “ถ้าหนูไม่เชื่อฟัง แม่จะไม่รักหนู” หรือ “ถ้าหนูดื้อ แม่จะตีหนู” จะทำให้ลูกหวาดกลัว และไม่ไว้วางใจพ่อแม่ ควรใช้วิธีการสื่อสารเชิงบวก เพื่อโน้มน้าวใจลูก และสร้างความร่วมมือ 

  • แทนที่จะพูดว่า “ทำไมหนูถึงทำแก้วแตก” ลองพูดว่า “ไม่เป็นไรนะลูก อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ”
  • แทนที่จะพูดว่า “หนูเขียนหนังสือไม่สวยเลย” ลองพูดว่า “หนูพยายามเขียนแล้ว แม่เห็นถึงความตั้งใจของหนู ครั้งต่อไป ลองจับดินสอให้แน่นขึ้น แล้วค่อยๆ เขียนนะลูก”
  • แทนที่จะพูดว่า “รีบๆ กินข้าวได้แล้ว สายแล้ว” ลองพูดว่า “อร่อยไหมลูก ถ้ากินข้าวเสร็จเร็วๆ เราจะได้ไปโรงเรียนทันเวลา แล้วหนูจะได้เจอเพื่อนๆ”

เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ

  1. พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

น้ำเสียงที่นุ่มนวล แสดงถึงความรัก ความอ่อนโยน ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย และเปิดใจรับฟัง หลีกเลี่ยงการตะคอก หรือใช้คำพูดที่รุนแรง ซึ่งจะทำให้ลูกหวาดกลัว ต่อต้าน และปิดกั้นตัวเอง

  1. ใช้คำพูดที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย

เด็กๆ มีช่วงความสนใจสั้น ดังนั้นควรใช้คำพูดที่สั้น กระชับ ตรงประเด็น และเข้าใจง่าย เช่น “กินข้าว” “แปรงฟัน” “ใส่รองเท้า”

หลีกเลี่ยงการพูดวกวน เยิ่นเย้อ หรือใช้คำศัพท์ยากๆ ซึ่งจะทำให้ลูกสับสน และเบื่อหน่าย

  1. ให้เหตุผล อธิบายว่าทำไมต้องทำแบบนั้น

การให้เหตุผล ช่วยให้ลูกเข้าใจ และยอมรับกฎระเบียบต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น

  • “เราต้องแปรงฟันก่อนนอน เพื่อไม่ให้ฟันผุ”
  • “เราต้องกินผักผลไม้ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง”
  • “เราต้องรอสัญญาณไฟเขียว ก่อนข้ามถนน เพื่อความปลอดภัย”
  1. เสนอทางเลือก

การเสนอทางเลือก ทำให้ลูกรู้สึกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง เช่น

  • “หนูอยากอาบน้ำก่อน หรือ กินข้าวก่อน”
  • “หนูอยากใส่เสื้อสีแดง หรือ สีฟ้า”
  • “หนูอยากเล่นของเล่นชิ้นไหนก่อน”

เด็กที่เติบโตมาด้วยความรัก ความเข้าใจ จะมีพัฒนาการที่ดี ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเคล็ดลับ เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ ข้างต้นไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับลูกน้อยของแต่ละบ้าน ทำให้ลูกเชื่อฟังได้โดยไม่ต้องดุ

ที่มา : กรมสุขภาพจิต , Positive Parenting Solutions

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลี้ยงลูกชายให้เป็นผู้นำครอบครัวที่ดี ในอนาคต วิธีสร้างสุภาพบุรุษตัวน้อยในบ้าน

เจ้าหนูจำไม ถามเก่ง ถามไม่หยุด พ่อแม่ควรรับมือยังไงดี

ปี 2025 เริ่มต้น เด็ก Gen Beta เด็กยุค AI ที่โลกไม่ควรละสายตา

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • เลี้ยงลูกแบบไม่ดุ 7 เคล็ดลับ ปรับวิธีพูดให้ลูกเชื่อฟัง
แชร์ :
  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว