TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

รองเท้าส้นสูง ความสวยงาม ที่มักมาพร้อมกับความเจ็บปวด

บทความ 5 นาที
รองเท้าส้นสูง ความสวยงาม ที่มักมาพร้อมกับความเจ็บปวด

รองเท้าส้นสูง ทำให้เราดูสวยสง่า แต่บางทีก็มาพร้อมกับความเจ็บปวด

รองเท้าส้นสูง เป็นรองเท้าที่คนวัยทำงานชอบใส่ เพราะช่วยทำให้ดูสง่างาม และทำให้ดูสูงมากยิ่งขึ้น แต่ทว่า ความสวยงามเหล่านั้น อาจมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่เราอาจคาดไม่ถึง

 

รองเท้าส้นสูง มีต้นกำเนิดมาจากไหน

รองเท้าส้นสูง ถือเป็นเครื่องแต่งกายประเภทหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมมาหลายยุคหลายสมัย และก็มีการคาดการณ์ว่า รองเท้าส้นสูงน่าจะได้รับความนิยมต่อไปเรื่อย ๆ อีกนานหลายปี โดยผู้หญิงส่วนใหญ่ มักจะใส่รองเท้าส้นสูงเมื่อต้องเข้าร่วมงานสำคัญอย่างงานแต่งหรืองานสังสรรค์ หรืออาจใส่ไปเที่ยวสถานบันเทิง ใส่ไปทำงาน หรือใส่ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร โดยเหตุผลที่ผู้หญิงแต่ละคนเลือกใส่รองเท้าส้นสูงก็แตกต่างกันออกไป บางคนต้องการใส่เพิ่มความมั่นใจ ให้เดินได้อย่างสง่างาม ใส่เพื่อให้เข้ากับชุดทำงาน ใส่ตามเทรนด์ หรือใส่ตามค่านิยมในสังคม

สำหรับต้นกำเนิดของรองเท้าส้นสูงนั้น ว่ากันว่ามาจากการขี่ม้า โดยรองเท้าส้นสูงในสมัยก่อน จะถูกทำขึ้นมาให้คนขี่ม้าใส่ เพื่อกันไม่ให้เท้าลื่นออกจากแท่นวางเท้า ซึ่งรองเท้าที่ว่านี้ ก็คือรองเท้าบูทคาวบอยที่เรารู้จักกัน จนเมื่อเวลาผ่านไป ส้นรองเท้าก็สูงขึ้น และไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการขี่ม้าเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่กลับกลายเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่ง โดยผู้ชายฝรั่งเศส ถือเป็นกลุ่มคนกลุ่มแรกที่ได้เริ่มใส่รองเท้าส้นสูง หลังจากนั้น ในช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 รองเท้าส้นสูง ก็ได้รับความนิยมในทั้งกลุ่มผู้ชายและผู้หญิงชนชั้นสูง

อย่างไรก็ตาม เมื่อใส่รองเท้าส้นสูง ร่างกายเราจะต้องปรับการเดิน การนั่ง การยืน หรือการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อรับกับการทรงตัวอยู่บนรองเท้าส้นสูง ซึ่งการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้า เข่า หรือหลัง เพราะขณะที่เดินอยู่บนรองเท้าส้นสูง แรงกดและแรงกระทบจากการเดิน จะไปรวมอยู่ที่บริเวณเท้า และลามขึ้นมาถึงบริเวณไขสันหลัง ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบได้ หรืออาจต้องเข้ารับการผ่าตัด นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เอ็นร้อยหวายบริเวณเท้าทำงานได้ผิดปกติอีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง : ใส่รองเท้าส้นสูงตอนท้องได้ไหม

 

รองเท้าส้นสูง 2

ควรเลือกใส่รองเท้าที่สูงไม่เกิน 2 นิ้ว

 

ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากรองเท้าส้นสูง

การใส่รองเท้าสูงเป็นเวลานานหรือเป็นประจำ สามารถสร้างความเจ็บปวดให้กับร่างกาย หรือทำให้เสี่ยงเป็นโรคบางโรคได้ ดังนี้

สะโพกและหลังโค้งผิดปกติ

เมื่อใส่รองเท้าส้นสูง เราต้องเพิ่มเเรงกดลงไปที่เท้า แถมยังต้องโน้มตัวไปที่ด้านหน้าขณะยืนหรือเดิน เพื่อให้ร่างกายทรงตัวได้และสมดุล ซึ่งเป็นท่าที่ผิดปกติไปจากเดิม ทำให้ร่างกายเกิดอาการเกร็ง และไม่ผ่อนคลาย และถ้ายิ่งใส่ส้นเข็ม ก็ยิ่งต้องปรับท่าทางการเดินหรือการนั่ง ให้มากกว่าตอนที่ใส่รองเท้าส้นสูงชนิดทั่วไป ซึ่งอาจจะทำให้สะโพก และบริเวณส่วนหลังนั้นโค้งผิดธรรมชาติ

ทำให้ปวดหลังและปวดสะโพก

การใส่ส้นสูงทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เนื่องจากจะต้องเกร็งหลัง และพยายามรักษาสมดุลของร่างกายขณะเคลื่อนไหว ซึ่งหากปวดหลังเป็นเวลานาน อาจทำให้เป็นโรคปวดหลังเรื้อรัง นอกจากนี้ เมื่อใส่รองเท้าส้นสูงนาน จนสะโพกโค้งงอมากกว่าปกติ  ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อสะโพกสั้นและหดตัว จนรู้สึกปวดสะโพกได้ในเวลาต่อมา

เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อใส่รองเท้าส้นสูง เราจะต้องทรงตัวมากกว่าปกติ และต้องพยายามปรับเปลี่ยนท่าทางเพื่อการเดินและยืนเสมอ ซึ่งหากต้องรีบเดิน หรือวิ่ง อาจทำให้ทรงตัวไม่อยู่ จนทำให้หกล้ม หรือบาดเจ็บได้ โดยจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอลาบามาชี้ว่า มีผู้ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการใส่ส้นสูง เป็นจำนวนมากกว่า 1 แสนคน ภายในเวลา 10 ปี

เสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม พบได้มากในผู้หญิง หากใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำอยู่แล้ว ก็อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้มากขึ้น เมื่อใส่ส้นสูง ระยะห่างของเข่ากับพื้นจะมีมากขึ้น และต้องใช้แรงที่เข่าในการทรงตัวเพิ่มขึ้น จนเกิดแรงบิด หรือเกินการกดทับที่เข่ามากเกินไป และส่งผลให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมในที่สุด

เอ็นที่เท้าอักเสบ

ขณะที่เราเดินอยู่บนรองเท้าส้นสูง เท้าจะได้รับแรงกดทับมากขึ้นกว่าการใส่รองเท้าปกติ ซึ่งอาจทำให้ตาปลา เอ็นร้อยหวาย หรือเซลล์ประสาทบริเวณเท้าเกิดปัญหา จนรู้สึกปวดเท้า และเป็นโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ

บทความที่เกี่ยวข้อง : รองเท้ากีฬาคุณแม่ ใส่ไปออกกำลังกายได้แบบเท่ ๆ เก๋ ๆ เป็นแม่ก็มีสไตล์ได้

 

รองเท้าส้นสูง 1

รองเท้าส้นสูง ทำให้ปวดเท้าได้

 

คำแนะนำในการใส่รองเท้าส้นสูง

น้อยคนที่จะปฏิเสธความสวยงามของรองเท้าส้นสูงได้ และแม้จะรู้ว่าการใส่รองเท้าส้นสูงทำให้เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพ หลายคนก็ยังอยากใส่อยู่ดี ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงได้แนะนำวิธีสวมใส่รองเท้าส้นสูง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

  • ก่อนและหลังที่จะใส่รองเท้าส้นสูง ให้ยืดเส้นเอ็นบริเวณเท้า 15 นาที โดยให้หันหน้าเข้าหาผนัง และเอามือแตะผนัง จากนั้นยืดขา 1 ข้างไปด้านหลัง โดยให้เท้าแนบพื้น พร้อมกับย่อเข่าเล็กน้อย ค้างไว้สักพัก จากนั้นให้ทำสลับกับขาอีกข้างไปเรื่อย ๆ
  • ไม่ควรสวมใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน หรือเป็นประจำ หากเป็นไปได้ ให้ใส่ตามเทศกาล หรือใส่เมื่อต้องออกงานเท่านั้น หากไม่ได้ออกงานสำคัญหรือต้องไปทำงาน ก็ควรใส่รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าแตะธรรมดา เพื่อให้กล้ามเนื้อเท้าได้ผ่อนคลาย
  • ควรเลือกซื้อรองเท้าส้นสูงในเวลากลางวัน เพราะเป็นตอนที่ขนาดเท้าของเราจะขยาย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เราได้รองเท้าที่ไม่คับจนเกินไป ทำให้เท้าได้ผ่อนคลาย
  • หากจำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้พกรองเท้าแตะมาเปลี่ยนด้วย โดยใส่รองเท้าแตะมาก่อน และจึงมาเปลี่ยนเป็นรองเท้าส้นสูงภายหลัง
  • พยายามสวมรองเท้าที่ไม่เล็ก หรือรัดแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี และไม่ใส่รองเท้าส้นสูงที่สูงจนทำให้นิ้วเท้าหักงอ
  • พยายามไม่ถอดรองเท้าส้นสูงบ่อย ๆ หลายคนอาจจะคิดว่าหากรู้สึกปวดเท้า ควรถอดรองเท้าออกเพื่อคลายความเจ็บ ซึ่งความจริงแล้ว หากถอดรองเท้าออก จะทำให้เท้าบวมในทันที และทำให้ปวดมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องสวมรองเท้ากลับเข้าไป
  • พยายามดูแลเท้าไม่ให้เกิดแผล หรือเกิดอาการบาดเจ็บ เพราะหากจำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูง อาจจะทำให้รู้สึกเจ็บแผลได้มากยิ่งขึ้น
  • นำเทปกาวมาติดที่พื้นรองเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าลื่นได้ง่ายขณะสวมใส่ และป้องกันไม่ให้ถูกรองเท้ากัด จนอาจเป็นแผลพุพอง
  • ให้แช่เท้าในน้ำอุ่นผสมเกลือ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น
  • ผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการของโรครุนแรงไปมากกว่าเดิม
  • หากซื้อรองเท้าส้นสูงมาใหม่ ให้ลองใส่ที่บ้านดูก่อนจนกว่าจะชิน จะช่วยลดอาการปวดเท้าได้
  • แนะนำให้เอาถุงเท้าชุบน้ำอุ่น แล้วสวมไว้ที่เท้าสักพักก่อนใส่รองเท้าส้นสูง เพื่อช่วยให้รองเท้าไม่รัดเท้าจนเกินไป
  • สวมถุงเท้าที่รองพื้นด้วยแผ่นซิลิโคน เพื่อลดอาการปวด และไม่ให้เท้าเสียดสีกับพื้นรองเท้าจนเป็นแผล
  • ไม่ใส่รองเท้าส้นสูงที่สูงจนเกินไป โดยควรใส่รองเท้าที่สูงไม่เกิน 2 นิ้ว
  • ควรเลือกรองเท้าที่พื้นทำจากหนัง เพราะจะช่วยไม่ให้เท้าขยับขณะที่เดิน
  • ออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อ โดยอาจว่ายน้ำหรือพายเรือก็ได้
  • ทาแป้งเด็กหรือโรลออนที่เท้าก่อนใส่รองเท้า เพื่อช่วยลดการเสียดสี
  • ทาครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่เท้า ก่อนที่จะสวมใส่รองเท้าส้นสูง
  • ติดเทปกาวไว้ที่นิ้วเท้า เพื่อลดแรงกดทับที่เส้นประสาทเท้า

แม้รองเท้าส้นสูง จะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ใครหลาย ๆ คน ก็ควรใส่แต่พอดี หากรู้สึกปวดเท้าจนทนไม่ไหว ก็ควรเปลี่ยนไปใส่รองเท้าอย่างอื่นแทนก่อน และหากคนไหนที่ใส่รองเท้าส้นสูงอยู่เป็นประจำ และเจ็บที่บริเวณเท้ามามากกว่า 2 สัปดาห์ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการดังกล่าว

บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณผู้ชายต้องรู้! แนะนำรองเท้าหนัง แนะนำรองเท้าทำงานคุณภาพ

 

บทความจากพันธมิตร
Philips AVENT ผนึกกำลัง theAsianparent สานต่อโปรเจกต์ยักษ์แห่งปี “Baby On Board ครั้งที่ 3”
Philips AVENT ผนึกกำลัง theAsianparent สานต่อโปรเจกต์ยักษ์แห่งปี “Baby On Board ครั้งที่ 3”
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
เต็มอิ่มทั้งช้อปและกิจกรรม ครอบครัวสุขสันต์ในงาน Central x theAsianparent Baby Fair
เต็มอิ่มทั้งช้อปและกิจกรรม ครอบครัวสุขสันต์ในงาน Central x theAsianparent Baby Fair
Plentitude เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Plenty Protein โปรตีนพืชสําหรับคุณแม่ ส่งต่อสารอาหารจากแม่ไปสู่ลูกพร้อมช่วยบํารุงนํ้านม
Plentitude เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Plenty Protein โปรตีนพืชสําหรับคุณแม่ ส่งต่อสารอาหารจากแม่ไปสู่ลูกพร้อมช่วยบํารุงนํ้านม

 

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจจะสนใจ :

รองเท้ากีฬาคุณแม่ ใส่ไปออกกำลังกายได้แบบเท่ ๆ เก๋ ๆ เป็นแม่ก็มีสไตล์ได้

10 วิธีทำให้รองเท้าหายเหม็น รองเท้าเหม็น ซักยังไงก็ไม่หาย เคล็ดลับแม่บ้าน

แม่ท้องต้องรู้! เลือกรองเท้าแบบไหนใส่ไม่เมื่อย?

 ที่มา : hackensackmeridianhealth , 2 , verywellhealth , wvorthocenter , brightside ,sanook

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Kanokwan Suparat

  • หน้าแรก
  • /
  • ไลฟ์สไตล์
  • /
  • รองเท้าส้นสูง ความสวยงาม ที่มักมาพร้อมกับความเจ็บปวด
แชร์ :
  • เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

    เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

  • ส่อง! New Year Resolution 2026 ของเหล่าคุณแม่ อยากผอม-รวย-ลูกนอนยาว คือที่สุด!

    ส่อง! New Year Resolution 2026 ของเหล่าคุณแม่ อยากผอม-รวย-ลูกนอนยาว คือที่สุด!

  • ประมวลภาพความสำเร็จของงาน "theAsianparent Baby On Board ครั้งที่ 4" ส่งท้ายปี 2568!

    ประมวลภาพความสำเร็จของงาน "theAsianparent Baby On Board ครั้งที่ 4" ส่งท้ายปี 2568!

  • เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

    เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

  • ส่อง! New Year Resolution 2026 ของเหล่าคุณแม่ อยากผอม-รวย-ลูกนอนยาว คือที่สุด!

    ส่อง! New Year Resolution 2026 ของเหล่าคุณแม่ อยากผอม-รวย-ลูกนอนยาว คือที่สุด!

  • ประมวลภาพความสำเร็จของงาน "theAsianparent Baby On Board ครั้งที่ 4" ส่งท้ายปี 2568!

    ประมวลภาพความสำเร็จของงาน "theAsianparent Baby On Board ครั้งที่ 4" ส่งท้ายปี 2568!

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว