ยกระดับการเดินทางของลูกรักด้วยที่สุดแห่งนวัตกรรม เมื่อความหรูหราไม่ได้มีไว้เพียงแค่ความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานในระดับอัจฉริยะ Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก รุ่นล่าสุดจึงกลายเป็นไอเทมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในปีนี้ ด้วยการผสานดีไซน์พรีเมียมเข้ากับเทคโนโลยีที่คิดมาเพื่อความสะดวกสบายขั้นสุด
ล่าสุด Chicco Bellagio Stroller ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดพรีเมียมด้วยการคว้ารางวัล Most Innovative OneTouch Technology จากงานประกาศรางวัล theAsianparent Awards 2025 ซึ่งจัดโดย theAsianparent Thailand เว็บไซต์และคอมมูนิตี้แม่และเด็กอันดับ 1 ในไทยและอาเซียน
ความพิเศษของรางวัล Most Innovative รางวัลผลิตภัณฑ์สุดยอดนวัตกรรม ในสาขานี้ ไม่ได้มาจากการลงคะแนนความนิยมทั่วไป แต่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ที่เล็งเห็นว่านวัตกรรม OneTouch ของ Chicco Bellagio Stroller คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ไร้รอยต่อและสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย
ทำไมรถเข็นเด็กจึงเป็น “ไอเท็มเปลี่ยนชีวิต” สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่?
ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคุณพ่อคุณแม่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและการเดินทาง การมีรถเข็นเด็กคู่ใจสักคันไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับลูกน้อยเท่านั้น แต่คือ “ผู้ช่วยมือหนึ่ง” ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งครอบครัว เพราะรถเข็นที่ดีคือพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยให้ลูกรักพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่มในขณะที่เดินทางไปพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ และในขณะเดียวกันก็ช่วยลดภาระทางร่างกาย ลดความเหนื่อยล้าจากการอุ้มเป็นเวลานาน ให้คุณพ่อคุณแม่มีความคล่องตัว พร้อมออกไปทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญของคุณแม่ยุคนี้คือ จะมีรถเข็นรุ่นไหนที่ “ให้ครบจบในคันเดียว” ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความนุ่มนวลในการขับเคลื่อน ดีไซน์ที่ดูดีเสริมบุคลิก และที่สำคัญที่สุดคือต้อง “ใช้งานง่าย” ไม่ยุ่งยากในวันที่ต้องเร่งรีบ
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก กลายเป็นคำตอบที่เหนือกว่าทุกความคาดหมาย จนสามารถครองใจคณะกรรมการและคว้ารางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมมาได้สำเร็จ

Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก นิยามใหม่ของความสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส
สิ่งที่ทำให้ Chicco Bellagio รถเข็นเด็กรุ่นนี้โดดเด่นจนคว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง คือความเข้าใจในอินไซต์ของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ที่ความคล่องตัวต้องมาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูดี โดยจุดเด่นที่ทำให้ทุกคนต้องทึ่งประกอบด้วย 4 หัวใจหลัก ดังนี้ค่ะ
-
นวัตกรรม OneTouch พับง่าย… ไม่ว่าจะหันไปทางไหน
ไฮไลท์ที่ได้รับรางวัล Most Innovative OneTouch Technology คือระบบ Self-Folding ที่เหนือชั้นกว่าทั่วไป เพราะคุณพ่อคุณแม่สามารถพับรถเข็นเก็บได้โดยอัตโนมัติเพียงคลิกเดียว ไม่ว่าจะติดตั้งเบาะหันหน้าเข้าหาคุณแม่ หรือหันหน้าออกชมวิว (Both Directions) เมื่อพับแล้วรถเข็นจะตั้งตรงได้เอง (Self-Standing) ไม่ล้มกองกับพื้น ช่วยประหยัดพื้นที่และมาพร้อมด้ามจับที่ออกแบบมาให้หิ้วพกพาได้สะดวกสุดๆ
-
ปรับเปลี่ยนตามการเติบโต เพื่อความสบายสูงสุด (Homologated from Birth)
รถเข็นคันนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นเพื่อนเดินทางของลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก จนถึงน้ำหนัก 22 กิโลกรัม (ประมาณ 4 ขวบ)
1. Reversible Seat: ปรับทิศทางที่นั่งได้ง่ายตามความต้องการ
2. Adjustable Backrest: พนักพิงปรับเอนได้ถึง 4 ระดับจนถึงนอนราบ (Full Recline) โดยใช้เพียงมือเดียว
3. Magnetic Buckle: ระบบล็อกเข็มขัดนิรภัย 5 จุดแบบแม่เหล็ก ที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ล็อกตัวลูกน้อยได้รวดเร็วและปลอดภัย ไม่ต้องเสียเวลาเล็งให้ยุ่งยาก
4. Stay-in-place System: ความใส่ใจในรายละเอียดด้วยแผ่นรองบ่าที่ออกแบบมาให้ยึดเกาะตำแหน่งเดิมเสมอ ไม่หลุดหรือเคลื่อนที่ขณะใช้งาน มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยและสบายที่สุดตลอดเวลา
-
การขับเคลื่อนที่นุ่มนวลในทุกสภาพพื้นผิว (Pleasant Drive)
เพื่อให้ทุกการเดินทางราบรื่นที่สุด Chicco Bellagio จึงให้ความสำคัญกับระบบช่วงล่างเป็นพิเศษ
1. Large High-Performance Wheels: มั่นใจด้วยล้อขนาดใหญ่ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมตลับลูกปืน (Ball Bearings) และระบบโช้คกันกระแทก (Shock Absorbers) ติดตั้งมาให้ครบทั้ง 4 ล้อ ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวที่ขรุขระได้อย่างดีเยี่ยม
2. Resilient Rubber ER: ตัวล้อทำจากวัสดุพิเศษที่เป็นส่วนผสมระหว่าง EVA และ Rubber ทำให้มีความทนทานสูงแต่ยังคงความยืดหยุ่น ช่วยให้เข็นลื่นไหลและนุ่มนวลในทุกสภาพถนน
-
ดีไซน์หรูหราและวัสดุพรีเมียมระดับ Masterpiece
ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันที่ล้ำสมัย แต่ดีไซน์ยังบ่งบอกถึงรสนิยมที่เหนือระดับ
1. Premium Finish: โครงรถทำจากอลูมิเนียมชุบผิว (Anodized tubes) ให้ความเงางามและทนทาน พร้อมตราสัญลักษณ์โลหะ Chicco ที่ดูเลอค่า
2. XL Protective Canopy: หลังคากันแดดขนาดใหญ่พิเศษ ปรับขยายได้ กันน้ำและป้องกันรังสี UV50+ พร้อมช่องหน้าต่างตาข่าย (Peek-a-boo window) เพื่อการระบายอากาศที่ยอดเยี่ยม
เจาะลึกข้อมูลทางเทคนิค ทำไม Chicco Bellagio Stroller ถึงลงตัวที่สุด?
- น้ำหนัก 9.7 กิโลกรัม: เป็นน้ำหนักที่พอเหมาะและมั่นคงสำหรับรถเข็นเกรดพรีเมียม ไม่เบาจนหงายหลังเมื่อแขวนของ และคุณแม่สามารถยกขึ้นท้ายรถได้ด้วยตัวคนเดียว
- ขนาดกะทัดรัด (พับแล้ว 36 x 55 x 68 ซม.): สามารถจัดเก็บในท้ายรถยนต์ขนาดเล็กอย่าง Eco Car ได้อย่างสบาย และฟีเจอร์ Self-Standing ช่วยให้วางตั้งในที่แคบได้โดยไม่เกะกะ
- Travel System Compatible: รองรับการใช้งานร่วมกับคาร์ซีทตระกูล Kory (Essential, Plus) และ First-Seat Recline ได้อย่างลงตัว เพื่อการเดินทางที่ไร้รอยต่อตั้งแต่ออกจากรถ

การลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อความสุขของลูกรักในทุกเส้นทาง
การเลือกผลิตภัณฑ์ให้ลูกน้อยคือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก คือบทพิสูจน์ของการเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรม การได้รับรางวัล Most Innovative OneTouch Technology ในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันถึงความทุ่มเทในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เข้าใจ “หัวอกคนเป็นพ่อแม่” อย่างแท้จริง การเลือก Chicco Bellagio Stroller จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะทุกรายละเอียดถูกออกแบบมาให้ทนทาน ปลอดภัย และส่งต่อความสบายระดับพรีเมียมให้ลูกรักตั้งแต่วันแรกจนถึงวัยผจญภัย
บทสรุปของความสมบูรณ์แบบของ Chicco Bellagio Stroller
ด้วยน้ำหนักเพียง 9.7 กิโลกรัม และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ทำให้ Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก เป็นทางเลือกอันดับ 1 สำหรับครอบครัวที่มองหานวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น สมกับตำแหน่ง Most Innovative OneTouch Technology รางวัลผลิตภัณฑ์สุดยอดนวัตกรรม 2025 จากทาง theAsianparent Thailand อย่างแท้จริงค่ะ
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!