Gentle C-Section เทรนด์ที่กำลังมาแรงในต่างประเทศ ปรับกระบวนการผ่าคลอดให้ใกล้เคียงกับการคลอดธรรมชาติมากที่สุด เพื่อสร้างความผูกพัน (Bonding) และลดความเครียดของทารก
รู้หรือไม่คะว่า? ในปัจจุบัน คุณแม่ผ่าคลอดมีทางเลือกใหม่ที่เรียกว่า การผ่าคลอดแบบอ่อนโยน (บางครั้งเรียกว่า Natural Cesarean) ที่แม่ลูกได้กอดกันตั้งแต่วินาทีแรกในห้องผ่าตัด บทความนี้ theAsianparent จะพาคุณแม่ไปทำความรู้จักเทรนด์นี้กันค่ะ
Gentle C-Section คืออะไร? ต่างจากการผ่าคลอดปกติอย่างไร?
Gentle C-Section คือการผ่าตัดคลอดที่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ไว้ครบถ้วน แต่มีการปรับบรรยากาศ และขั้นตอนบางอย่างให้มีความเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรกับครอบครัวมากขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือ การจำลองประสบการณ์ให้ใกล้เคียงกับการคลอดธรรมชาติมากที่สุด
ความแตกต่างที่คุณแม่จะได้รับ:
- ผ่าคลอดปกติ: ทันทีที่เด็กคลอดออกมา พยาบาลมักจะอุ้มลูกไปที่ตู้อบหรือมุมตรวจเด็ก เพื่อเช็ดตัว ชั่งน้ำหนัก และตรวจร่างกายทันที ทำให้แม่เห็นหน้าลูกแค่แวบเดียวและไม่ได้สัมผัสตัว
- ผ่าคลอดแบบอ่อนโยน: แพทย์จะให้ความสำคัญกับสายใยรัก (Bonding) ทันทีที่ลูกคลอดออกมา หากลูกแข็งแรงดี แพทย์จะวางลูกบนหน้าอกแม่ทันทีเพื่อให้เกิดการสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อ (Skin-to-Skin) ในขณะที่หมอกำลังเย็บแผลอยู่
บรรยากาศในห้องผ่าตัด เป็นอย่างไร?
ถึงแม้จะเป็นห้องผ่าตัด แต่บรรยากาศจะผ่อนคลายกว่ามาก โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- คุณแม่มีสติครบถ้วน: การผ่าตัดจะใช้วิธีการบล็อกหลัง (Spinal Anesthesia) ทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บปวดช่วงล่าง แต่ยังมีสติครบถ้วน สามารถพูดคุย ยิ้ม และมองเห็นลูกน้อยได้ตลอดเวลา
- มองเห็นวินาทีแรกของลูก: ปกติแล้วจะมีฉากผ้าสีเขียวทึบกั้นระหว่างหน้าอกแม่กับจุดที่หมอผ่าตัด แต่ในการผ่าคลอดแบบอ่อนโยน คุณแม่สามารถเลือกใช้ “ฉากกั้นแบบใส” (Clear Drapes) เพื่อให้คุณแม่มองทะลุเห็นวินาทีที่หมอดึงลูกออกมาจากท้องได้ด้วยตาตัวเอง
- ดนตรีบำบัด: มีการเปิดเพลงคลอเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ลดความตื่นเต้นและความกังวล
- มือที่ว่างเพื่อกอดลูก: ทีมแพทย์จะย้ายอุปกรณ์วัดชีพจร สายน้ำเกลือ และเครื่องมือติดตามสัญญาณชีพต่างๆ ไปติดไว้ที่ด้านข้าง หรือด้านหลัง และให้สายน้ำเกลืออยู่ที่แขนข้างที่ไม่ถนัด เพื่อให้ “แขนข้างที่ถนัดของคุณแม่ว่าง” และพร้อมที่จะโอบกอดลูกน้อยได้ทันที

ขั้นตอนการผ่าคลอดแบบอ่อนโยน
ขั้นตอนทางการแพทย์หลักๆ ยังคงเหมือนเดิม คือคุณหมอจะทำการผ่าตัดผ่านผิวหนัง กล้ามเนื้อหน้าท้อง และมดลูกเพื่อนำทารกออกมา แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่
- การทำคลอดที่ช้าลง: แพทย์อาจจะค่อยๆ ให้ศีรษะทารกออกมา แล้วรอจังหวะให้ลำตัวค่อยๆ เคลื่อนออกมาคล้ายกับการเบ่งคลอดตามธรรมชาติ เพื่อให้ปอดของลูกได้ขับของเหลวออก
- การตัดสายสะดือ: ในบางโรงพยาบาลที่อนุญาต คุณพ่ออาจได้รับเชิญให้เป็นคน “ตัดสายสะดือ” (ในจุดที่ปลอดภัยและปลอดเชื้อ) หรือ ตัดสายสะดือช้าลง โดยแพทย์อาจรอให้ชีพจรในสายสะดือหยุดเต้นก่อนจึงค่อยตัด (Delayed Cord Clamping) เพื่อให้เลือดไหลกลับเข้าสู่ตัวทารกได้เต็มที่
- Skin-to-Skin ทันที: ทารกจะถูกวางบนอกแม่ทันที (หากปลอดภัย) โดยไม่รีบเช็ดไขมันที่หุ้มตัวเด็กออก เพราะกลิ่นเหล่านี้ช่วยให้ลูกสงบและคุ้นเคย
ข้อดีของการผ่าคลอดแบบอ่อนโยน
- สร้างสายสัมพันธ์ (Bonding) ที่ดีที่สุด: การสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อ (Skin-to-Skin) ทันทีหลังคลอด ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความรัก (Oxytocin) ทั้งแม่และลูก ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย ลดการร้องไห้ และปรับตัวกับโลกภายนอกได้ดีขึ้น
- เริ่มต้นนมแม่ได้ไวกว่า: งานวิจัยพบว่าทารกที่ได้รับการทำ Skin-to-Skin ทันที มีแนวโน้มที่จะเข้าเต้าและดูดนมแม่ได้สำเร็จเร็วกว่าทารกที่ถูกแยกตัวไป
- ความรู้สึก “เติมเต็ม” ของคนเป็นแม่: คุณแม่จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคลอดอย่างแท้จริง ไม่ได้นอนรอเฉยๆ ช่วยลดความรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้คลอดเอง และลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
- คุณพ่อมีส่วนร่วม: การที่คุณพ่อได้อยู่ในห้องคลอด ได้เห็นหน้าลูกพร้อมแม่ หรือได้ตัดสายสะดือ ช่วยสร้างความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ความปลอดภัย: เรื่องที่แม่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
คุณแม่อาจยังไม่มั่นใจว่า “ทำแบบนี้ปลอดภัยไหม?” คำตอบคือ “ปลอดภัยค่ะ”
- มาตรฐานเดียวกัน: การผ่าตัดยังคงทำโดยสูตินารีแพทย์และวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในห้องผ่าตัดปลอดเชื้อเหมือนเดิม การเพิ่มขั้นตอน ผ่าคลอดแบบอ่อนโยนไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อหรือการตกเลือด
- Safety First: หากเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ทารกหายใจไม่ดี หรือคุณแม่มีความดันโลหิตไม่คงที่ ทีมแพทย์จะยึดความปลอดภัยเป็นหลัก โดยอาจต้องงดขั้นตอนนี้ และนำทารกไปดูแลรักษาทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องทำความเข้าใจล่วงหน้า
การฟื้นตัวหลังผ่าตัด
แม้บรรยากาศจะดูนุ่มนวล แต่ในทางกายภาพ คุณแม่ยังคงผ่านการผ่าตัดใหญ่ เหมือนการผ่าคลอดปกติ ร่างกายต้องการเวลาในการฟื้นตัว แผลผ่าคลอดต้องการการดูแล และควรงดการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักจนกว่าแผลจะหายดี
สิ่งที่ดีกว่าคือ “การฟื้นตัวทางใจ” คุณแม่ที่ผ่านกระบวนการนี้มักมีความพึงพอใจสูง มีกำลังใจ และมีความเครียดน้อยกว่า ซึ่งส่งผลดีต่อการผลิตน้ำนมและการเลี้ยงลูกในช่วงแรก
เตรียมตัวอย่างไร ถ้าอยากผ่าคลอดแบบอ่อนโยน?
บางโรงพยาบาลอาจมีการผ่าคลอดแบบอ่อนโยนอยู่แล้ว หากคุณแม่สนใจวิธีการนี้ ลองสอบถามคุณหมอที่ฝากครรภ์ว่า ที่โรงพยาบาลมีนโยบายเช่นนี้ไหม?”
ระบุความต้องการของคุณให้ชัดเจน เช่น คุณหมอคะ พอดีศึกษาเรื่อง Gentle C-Section มา ถ้าผ่าคลอดรอบนี้…
- ขอให้สามีเข้าไปนั่งข้างๆ ตลอดเวลาได้ไหม?
- วินาทีที่ลูกออกมา ขอลดฉากกั้นลง (Drop drape) ให้แม่เห็นวินาทีแรกได้ไหม?
- ถ้าลูกแข็งแรง ขอวางลูกบนอกแม่ (Skin-to-Skin) ทันทีระหว่างที่หมอเย็บแผลได้ไหมคะ?
- ขอให้พยาบาลช่วยพาเอาลูกเข้าเต้าทันทีในห้องผ่าตัดเลยได้ไหมคะ?”*
อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมใจเผื่อไว้เสมอว่า หากสถานการณ์หน้างานไม่เอื้ออำนวย ทีมแพทย์จำเป็นต้องเปลี่ยนแผนเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูกเป็นสำคัญ
ไม่ว่าจะคลอดเองหรือผ่าคลอด สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของแม่และลูก แต่หากคุณแม่มีความจำเป็นต้องผ่าคลอด วิธีนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจมาก ที่จะช่วยเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความทรงจำที่งดงาม ให้คุณแม่ได้ต้อนรับลูกน้อยสู่อ้อมอกอย่างอบอุ่นที่สุดตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลกค่ะ
ที่มา : WebMD, The Bump
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
นอนยังไงไม่เจ็บแผล? 5 ท่านอนแม่ผ่าคลอด นอนสบาย ฟื้นตัวไว แผลหายเร็ว
ACOG เผย 13 คำแนะนำ การดูแลคุณแม่หลังผ่าคลอดแบบใหม่ ให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
5 ข้อควรระวังหลังผ่าคลอด พฤติกรรมที่ทำให้คุณแม่ฟื้นตัวช้า
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!