“แผลสวย…แต่ทำไมยังเจ็บ?” เชื่อว่าคุณแม่สายสตรองที่ผ่านสมรภูมิการผ่าคลอดมาได้ ต่างก็คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเองอยู่ทุกวัน เพื่อเช็กว่ามี อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด เกิดขึ้นบ้างไหม เพราะพอแผลด้านนอกเริ่มแห้งสนิท ความกังวลทุกอย่างก็น่าจะจบลงจริงไหมคะ?
แต่ในความเป็นจริง แผลผ่าคลอดไม่ได้มีแค่รอยกรีดที่เราเห็นด้วยตาเพียงไม่กี่เซนติเมตรข้างนอกเท่านั้นนะคะ เพราะลึกลงไปข้างใน คุณหมอต้องผ่านทั้งชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ และผนังมดลูก ซึ่งแต่ละชั้นต้องการเวลาในการสมานตัวที่ไม่เท่ากัน
บางทีแผลข้างนอกดูแห้งดี เรียบกริบจนน่าดีใจ แต่กลับมีอาการปวดหน่วงๆ หรือรู้สึกผิดปกติอยู่ข้างใน จนเริ่มไม่แน่ใจว่า “นี่คือความเจ็บตามปกติที่ต้องเจอ… หรือเป็นสัญญาณเตือนว่าข้างในกำลังอักเสบกันแน่?”
วันนี้ theAsianparent จะมาเป็นผู้ช่วยเช็กอาการให้ชัดๆ ค่ะ กับ 7 อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด มาดูกันว่าอาการแบบไหนที่คุณแม่สบายใจได้ว่า “แผลกำลังจะหาย” และอาการแบบไหนที่ต้องรีบพุ่งตัวไปหาหมอทันที อย่าปล่อยให้ความสงสัยกลายเป็นเรื่องใหญ่ มาเช็กไปพร้อมกันเลยค่ะ
ทำความเข้าใจ “ธรรมชาติของแผลผ่าคลอด” กันก่อน
ก่อนจะไปเช็กอาการผิดปกติ เรามาทำความรู้จักกับเจ้าแผลผ่าคลอดกันสักนิดค่ะ โดยปกติแล้วคุณหมอจะเปิดแผลผ่าตัดยาวประมาณ 4-6 นิ้ว ซึ่งมีทั้งแบบ “แนวขวาง” ตามขอบกางเกงชั้นใน (ที่นิยมเรียกกันว่าแผลบิกินี่) หรือ “แนวตั้ง” บริเวณใต้สะดือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมอและความเร่งด่วนในขณะคลอดค่ะ
สิ่งที่คุณแม่ต้องรู้คือ กระบวนการสมานตัวของแผลนั้นแบ่งออกเป็นหลายชั้นค่ะ โดยทั่วไปแผลชั้นนอกจะเริ่มติดกันภายใน 1 สัปดาห์แรก แต่สำหรับผิวหนังและเนื้อเยื่อชั้นในนั้นต้องใช้ความใจเย็นสักหน่อย เพราะต้องใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์แผลถึงจะสมานตัวกันได้แข็งแรงขึ้น หลังจากนั้นแผลจะค่อยๆ ปิดสนิทและเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเข้มหรือแดงอมม่วงในช่วง 6 เดือนแรก ก่อนจะค่อยๆ จางลงเป็นสีขาวและเรียบเนียนไปกับผิวในที่สุดค่ะ

7 อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด “อักเสบข้างใน” สัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง
เนื่องจากการอักเสบภายในไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเหมือนแผลภายนอก คุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย ซึ่งหากมี อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด ดังต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ
- มีไข้สูง หนาวสั่น หรือวิงเวียนศีรษะ: หากคุณแม่มีไข้ (สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส) ร่วมกับอาการหน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ นี่คือสัญญาณว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อภายในอย่างหนักค่ะ
- ปวดท้องรุนแรง: แม้แผลข้างนอกจะดูแห้งดี แต่หากรู้สึกปวดบีบหรือปวดเสียวลึกๆ ในท้องน้อยรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเดินแทบไม่ได้ อาจเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อที่ผนังมดลูกได้
- น้ำคาวปลาผิดปกติ: สังเกตหากน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นเน่า สีเปลี่ยนไป หรือมีเลือดสดๆ ออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ เป็นสัญญาณเตือนว่าแผลในโพรงมดลูกอาจมีปัญหา
- เจ็บปวดขณะปัสสาวะหรืออุจจาระ: หากรู้สึกปวดแปลบทุกครั้งที่ขับถ่าย อาจหมายถึงการอักเสบที่ลามไปยังกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ที่อยู่ใกล้กับจุดผ่าตัดค่ะ
- อาการท้องผูกรุนแรง: การที่ระบบขับถ่ายหยุดทำงานหรือท้องผูกผิดปกติหลังผ่าคลอด อาจเกิดจากพังผืดหรือการอักเสบภายในไปรบกวนการทำงานของลำไส้
- คลำเจอเข็งๆ หรือเป็นก้อนที่ท้องน้อย: หากลองกดเบาๆ แล้วรู้สึกว่ามีก้อนนูนแข็ง หรือแผลดูบวมเป่งเฉพาะจุด อาจเป็นสัญญาณของการมีเลือดคั่ง (Hematoma) หรือฝีหนองภายใน
- แผลแยกหรือมีของเหลวซึม: แม้จะเป็นการอักเสบข้างใน แต่บางครั้งความดันจากหนองหรือเลือดอาจทำให้แผลชั้นนอกปริแยก หรือมีน้ำเหลืองปนเลือดซึมออกมาได้ค่ะ
ทำไมแผลผ่าคลอดถึงอักเสบข้างใน? สาเหตุที่แม่ๆ ต้องรู้
อาการอักเสบภายใต้รอยแผลที่ดูเหมือนจะปกตินั้น เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยค่ะ ส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักๆ ดังนี้
- การติดเชื้อแบคทีเรียจากภายใน: แม้ห้องผ่าตัดจะสะอาด แต่แบคทีเรียบางชนิด (เช่น Staphylococcus หรือ E. Coli) อาจเข้าสู่ร่างกายได้จากหลายทาง เช่น การติดเชื้อจากทางเดินปัสสาวะ หรือภาวะถุงน้ำคร่ำอักเสบในระหว่างรอคลอด ซึ่งเชื้อเหล่านี้สามารถลุกลามเข้าไปถึงแผลในชั้นมดลูกได้ค่ะ
- แรงกดทับและการกระทบกระเทือน: แผลภายในยังต้องการเวลาสมานตัว หากคุณแม่ ยกของหนัก ออกกำลังกายหักโหมเร็วเกินไป หรือแม้แต่การใส่กางเกงที่รัดแน่นจนเกินไป สิ่งเหล่านี้จะสร้างแรงดันในมดลูก ทำให้แผลภายในอักเสบหรือปริแยกได้
- ปัจจัยด้านสุขภาพที่ทำให้แผลหายช้า: ร่างกายของแต่ละคนมี “ความเร็วในการซ่อมแซม” ไม่เท่ากันค่ะ คุณแม่ที่มีภาวะสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง หรือพฤติกรรมการสูบบุหรี่ จะทำให้เลือดไปเลี้ยงแผลได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เนื้อเยื่อสมานตัวช้าและเสี่ยงต่อการอักเสบมากขึ้น
- ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด: หากคุณแม่เคยผ่าคลอดมาก่อน หรือมีการสูญเสียเลือดมากในระหว่างการผ่าตัดครั้งนี้ ร่างกายอาจอ่อนแอลงและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันจัดการกับเชื้อโรคได้ยากขึ้นค่ะ
สรุปสั้นๆ ให้จำง่าย การอักเสบภายในส่วนใหญ่เกิดจาก “เชื้อโรค” และ “แรงกระแทก” ดังนั้นการดูแลสุขภาพพื้นฐานและการขยับตัวอย่างระมัดระวังจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดค่ะ
หากคุณแม่สังเกตพบ อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด ตามที่เราเช็กกันไป 7 ข้อข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นไข้สูง ปวดท้องรุนแรง หรือคลำเจอก้อนผิดปกติ “อย่ารอให้หายเอง” นะคะ การได้รับการตรวจเช็กจากคุณหมอตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แผลกลับมาสมานตัวได้ไวขึ้น และคุณแม่จะได้กลับมาดูแลเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่และมีความสุขค่ะ

แบบไหนคือ “สัญญาณดี” แผลผ่าคลอดปกติกำลังจะหาย?
หลังจากกังวลกับสัญญาณอันตรายไปแล้ว เรามาดูสัญญาณในเชิงบวกกันบ้างค่ะ หากคุณแม่เจออาการเหล่านี้ แสดงว่าร่างกายกำลังซ่อมแซมตัวเองได้ดี และแผลผ่าคลอดกำลังสมานตัวตามธรรมชาติค่ะ
- อาการคันยิบๆ รอบแผล: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดเลยค่ะ แม้จะน่ารำคาญใจไปบ้าง แต่การคัน (โดยไม่มีผื่นแดงหรือหนอง) คือสัญญาณวว่ากำลังฟื้นตัว เนื้อเยื่อใหม่กำลังสร้างตัวขึ้นมาค่ะ
- ความเจ็บเปลี่ยนจาก “เจ็บแปลบ” เป็น “เจ็บตึง”: ในช่วงแรกคุณแม่อาจจะรู้สึกเจ็บเหมือนโดนมีดบาดเวลาขยับตัว แต่เมื่อแผลเริ่มหายดี ความเจ็บนั้นจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงๆ เล็กน้อยเวลาลุกนั่ง ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองเมื่อเนื้อเยื่อชั้นในสมานตัวสนิท
- สีของแผลเริ่มเปลี่ยนไป: แผลที่ปกติจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงสดในช่วงแรก เป็นสีแดงคล้ำหรืออมม่วง และภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี รอยแผลจะค่อยๆ จางลงเป็นสีชมพูอ่อนหรือสีขาวเรียบเนียนไปกับผิวค่ะ
- คลำแล้วแผลนิ่มลง: ในช่วง 1-2 เดือนแรก แผลอาจจะรู้สึกแข็งๆ เป็นไตใต้ผิวหนัง ซึ่งเกิดจากกระบวนการสร้างคอลลาเจน แต่ถ้าแผลเริ่มเข้าที่ แผลจะเริ่มนิ่มลงและยืดหยุ่นได้มากขึ้นค่ะ
การสังเกต อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด อยู่เสมอเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ก็อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองในทุกๆ วันที่ร่างกายฟื้นตัวด้วยนะคะ หากอาการของคุณแม่อยู่ในกลุ่ม “สัญญาณดี” เหล่านี้ ก็เบาใจได้เลยค่ะว่าคุณแม่ดูแลตัวเองได้ยอดเยี่ยมมากแล้ว
ที่มา:
8 เคล็ดลับดูแลแผลผ่าคลอด แผลสวย คุณแม่หายไว ฟื้นตัวเร็ว, โรงพยาบาลวิมุต
การผ่าตัดคลอดลูกแบบอิงหลักฐานประจักษ์ทางการแพทย์, คณะแพทยศาสาตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
การผ่าตัด Cesarean section, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
แผลผ่าคลอดอักเสบข้างใน สาเหตุและการดูแล, Hello คุณหมอ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ผ่าคลอดกินข้าวเหนียวได้ไหม? จะทำให้แผลเป็นหนอง จริงหรือเปล่า?
นอนยังไงไม่เจ็บแผล? 5 ท่านอนแม่ผ่าคลอด นอนสบาย ฟื้นตัวไว แผลหายเร็ว
5 ความรู้สึกหลังผ่าคลอด ที่คุณแม่มักเจอ และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!