TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์

บทความ 8 นาที
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์

การมี แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด หากมีการดูแลที่ถูกวิธีตั้งแต่ช่วง Golden Period รอยแผลนี้ก็สามารถเรียบเนียนจนแทบมองไม่เห็นได้

คุณแม่ท้องที่กำลังก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 นอกจากความตื่นเต้นที่จะได้เจอหน้าเจ้าตัวเล็กแล้ว เชื่อว่าหลายคนแอบมีความกังวลเรื่อง ‘การผ่าคลอด’ อยู่ลึกๆ ใช่ไหมคะ? โดยเฉพาะภาพจำเรื่องรอย แผลผ่าคลอด ที่อาจจะเกิดแผลเป็นนูน หนา หรือกลายเป็นคีลอยด์ จนทำให้เสียความมั่นใจในอนาคต

จริงๆ แล้ว ‘แผลผ่าคลอด’ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ และคุณแม่ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันคลอดก่อนถึงจะเริ่มดูแลได้ การมีความรู้ที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้คืออาวุธสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่รับมือกับรอยแผลได้อย่างมืออาชีพ เพื่อให้หลังคลอดคุณแม่ได้โฟกัสกับลูกน้อยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผิวหน้าท้อง theAsianparent มีคำแนะนำการดูแลแผลผ่าคลอด มาฝากคุณแม่เตรียมตัวกันค่ะ

 

เจาะลึกกลไกการสมานผิว ทำไมผลลัพธ์ แผลผ่าคลอด ของแต่ละคนจึงต่างกัน?

การผ่าคลอด (Cesarean Section) คือการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องผ่านชั้นผิวหนัง กล้ามเนื้อ ไปจนถึงผนังมดลูกเพื่อพาเจ้าตัวเล็กออกมา โดยทั่วไปแผลจะมีขนาดประมาณ 10-15 เซนติเมตร (4-6 นิ้ว) ซึ่งคุณหมอมักจะเลือกเปิดแผลใน “แนวขวาง” (Horizontal Incision) บริเวณเหนือแนวขอบกางเกงชั้นใน หรือที่เรียกว่า Bikini Line เพราะช่วยเรื่องความสวยงามและซ่อนรอยแผลได้ดีกว่าแนวตั้ง

กระบวนการสมานตัวของแผลที่คุณแม่ควรรู้

  • ช่วง 1 สัปดาห์แรก: ผิวหนังชั้นนอกจะเริ่มเชื่อมติดกัน แผลเริ่มแห้ง
  • ช่วง 2-4 สัปดาห์: เนื้อเยื่อชั้นลึกจะเริ่มสมานตัวกันมากขึ้น ผิวหนังจะเริ่มมีความแข็งแรงขึ้นตามลำดับ

ปัจจัยที่ทำให้แผลของแต่ละคนสวยไม่เท่ากันนั้น อาจขึ้นอยู่กับกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย หากร่างกายผลิตคอลลาเจนออกมาในปริมาณที่สมดุล แผลก็จะเรียบเนียน ดังนั้นขั้นตอนการฟื้นฟูนี้จึงสำคัญอย่างมากหากเรามีการดูแลแผลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น แต่หากมีปัจจัยมากระตุ้นให้กระบวนการนี้ผิดปกติ แผลก็อาจจะกลายเป็นรอยนูนได้ค่ะ

ปัจจัยที่ทำให้แผลของแต่ละคนสวยไม่เท่ากันนั้น ขึ้นอยู่กับกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย หากร่างกายผลิตคอลลาเจนออกมาในปริมาณที่สมดุล แผลก็จะเรียบเนียน ดังนั้นขั้นตอนการฟื้นฟูจึงมีความสำคัญอย่างมาก การดูแลแผลอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยส่งเสริมให้กระบวนการซ่อมแซมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสการเกิดแผลเป็นได้ค่ะ ในทางกลับกัน หากมีปัจจัยภายนอกมากระตุ้นจนกระบวนการสมานผิวผิดปกติ ก็อาจส่งผลให้แผลกลายเป็นรอยนูนหรือคีลอยด์ได้

แผลผ่าคลอด

เช็กสัญญาณเสี่ยง “แผลเป็นนูน” VS “คีลอยด์” แตกต่างกันอย่างไร?

แม้ภายนอกจะดูเป็นรอยนูนเหมือนกัน แต่ในทางการแพทย์ แผลเป็นนูนเกิน (Hypertrophic Scar) และ คีลอยด์ (Keloid) มีลักษณะการเติบโตและสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกัน คุณแม่สามารถสังเกตจุดหลักๆ ได้ดังนี้ค่ะ

1. แผลเป็นนูนเกิน (Hypertrophic Scar)

  • ลักษณะ: เป็นแผลเป็นที่โตนูนขึ้นมา แต่ที่สำคัญคือ “ไม่เกินขอบเขตของแผลเดิม” ในระยะแรกมักมีสีแดงและมีอาการคันร่วมด้วย
  • สาเหตุการเกิด: แม้ทางการแพทย์จะยังไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัดว่าทำไมบางคนถึงเป็น แต่พบปัจจัยสำคัญคือ “แรงตึงของผิวหนัง” (Skin Tension) มักพบบ่อยในตำแหน่งที่มีการขยับหรือดึงรั้งมาก เช่น บริเวณข้อต่อ หรือแผลผ่าคลอดที่ต้องรับแรงตึงจากการเคลื่อนไหวร่างกาย
  • แนวโน้ม: มักจะเห็นชัดในช่วง 6 เดือนแรก หลังจากนั้นรอยนูนจะค่อยๆ ยุบตัวลง และจะเริ่มคงตัว (Stable Scar) จนมีลักษณะใกล้เคียงแผลเป็นปกติเมื่อผ่านไปประมาณ 1 ปีค่ะ

2. แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)

  • ลักษณะ: เป็นแผลเป็นที่โตนูนและ “ขยายใหญ่เกินขอบเขตของแผลเดิมไปมาก” (Outgrow the original wound) มีลักษณะหนา แข็ง และมักมีอาการเจ็บหรือคันร่วมด้วย
  • สาเหตุการเกิด: เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการ “สร้างคอลลาเจนมากเกินกว่าปกติ” ในขณะที่แผลกำลังสมานตัว ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงยังไม่แน่ชัด แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อยคือ:
  • พันธุกรรม: มีประวัติคนในครอบครัว เช่น พ่อหรือแม่ เป็นคีลอยด์ง่าย
  • ลักษณะสีผิว: มักพบได้บ่อยในผู้ที่มีผิวสีเข้ม
  • ตำแหน่งบนร่างกาย: ตำแหน่งที่เกิดได้บ่อยคือ หัวไหล่ ติ่งหู กลางหน้าอก และบริเวณหน้าท้องจากการผ่าคลอด
  • แนวโน้ม: คีลอยด์จะไม่ยุบลงเองตามกาลเวลา และอาจขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้หากไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างถูกวิธี

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดแผลนูนและคีลอยด์ ตัวแปรสำคัญที่สุด! ในช่วง 3 เดือนแรก หากคุณแม่มีการขยับตัวแรงๆ ยกของหนัก หรือทำกิจกรรมที่ส่งผลให้แผลเกิดการดึงรั้ง ร่างกายจะเข้าใจว่าแผลกำลังจะฉีกขาด จึงเร่งผลิตคอลลาเจนออกมาพอกบริเวณนั้นให้หนาขึ้นเพื่อความแข็งแรง ผลที่ตามมาคือแผลจะเริ่มนูนและหนาขึ้นนั่นเอง

 

เคล็ดลับการดูแล ‘แผลผ่าคลอด’ ให้สวยกริบ หมดกังวลเรื่องแผลนูนและคีลอยด์

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ได้เริ่มหลังจากแผลเป็นนูนแล้วนะคะ แต่หัวใจสำคัญคือการดูแลในช่วง “Golden Period” หรือช่วงนาทีทองหลังจากแผลเริ่มแห้งสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานผิดปกติ นี่คือ 4 ขั้นตอนดูแลตัวเองที่คุณแม่ควรรู้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 1. รักษาความสะอาดและดูแลแผลให้แห้งสนิท

ในช่วงแรกหลังผ่าตัด คุณหมอจะนัดตรวจเช็กแผลตามระยะ หากแผลสมานติดกันเรียบร้อยดีและตัดไหมแล้ว คุณแม่สามารถอาบน้ำได้ปกติค่ะ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ความอับชื้นตรงบริเวณแผลผ่าตัด

  • หลังอาบน้ำ ควรทำความสะอาดแผลวันละ 2-3 ครั้ง
  • ใช้น้ำเกลือเช็ดเบาๆ และใช้ผ้าสะอาดหรือสำลีซับแผลให้ “แห้งสนิท” เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงในการอักเสบหรือติดเชื้อ

ขั้นตอนที่ 2. เลี่ยงแรงตึงผิวในช่วง 3 เดือนแรก

อย่างที่กล่าวไปว่า “แรงดึงรั้ง” คือตัวกระตุ้นให้เกิดแผลนูน ในช่วง 3 เดือนแรกคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกแรงเบ่ง หรือการเคลื่อนไหวที่ดึงรั้งแผลแรงๆ เมื่อแผลถูกยืด ร่างกายจะเร่งสร้างคอลลาเจนให้หนาขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้แผลฉีกขาด ซึ่งคอลลาเจนที่หนาเกินไปนี่เองที่จะกลายเป็น “คีลอยด์” หรือ “แผลเป็นนูน” ในที่สุดค่ะ

ขั้นตอนที่ 3. นาทีทอง (Golden Period)” ในการดูแลแผลเพื่อให้เรียบเนียน ไม่เป็นคีลอยด์

สำหรับช่วงเวลาทองหรือ Golden Period ในการดูแล แผลผ่าคลอด และแผลผ่าตัดเพื่อป้องกันรอยนูนหรือคีลอยด์ จะเริ่มขึ้นทันทีหลังจากที่แผลปิดสนิท ซึ่งโดยปกติจะอยู่ในช่วงประมาณ 7–14 วันหลังการผ่าตัด ทั้งนี้ความเร็วในการฟื้นฟูอาจแตกต่างกันไปตามกลไกการสมานแผลเฉพาะบุคคล สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้รับคำยืนยันจากแพทย์เจ้าของไข้ว่าแผลแห้งสนิทดีแล้ว การเริ่มดูแลแผลอย่างถูกวิธีในช่วงนาทีทองนี้จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยควบคุมกระบวนการสร้างคอลลาเจนให้สมดุลและลดโอกาสการเกิดแผลเป็นผิดรูปในอนาคตค่ะ

ขั้นตอนที่ 4. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ “ซิลิโคนเจล” เพิ่มความชุ่มชื้นป้องกันการเกิดแผลนูน คีลอยด์

นี่คือขั้นตอนที่เป็น “หัวใจสำคัญ” ในการทำให้แผลผ่าคลอดสวยกริบค่ะ คุณแม่ควรเริ่มดูแลผิวทันทีเมื่อแผลแห้งสนิทหรือหลังตัดไหมเรียบร้อยแล้ว โดยมีเทคนิคการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดังนี้ค่ะ

  • เลือกใช้ “ซิลิโคนเจล” (Silicone Gel): ทางการแพทย์ยอมรับว่าซิลิโคนเจลคือมาตรฐานหลัก (Gold Standard) ในการป้องกันและรักษาแผลเป็น โดยจะทำหน้าที่สร้างแผ่นฟิล์มบางๆ เคลือบแผลเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและควบคุมอุณหภูมิที่ผิวหนัง ช่วยให้การสร้างคอลลาเจนสมดุล เรียงตัวเป็นระเบียบ และช่วยลดแรงตึงผิวไม่ให้แผลขยายตัวจนนูนหนา ซึ่งก็คือการป้องกันแผลไม่ให้นูน หรือเป็นคีลอยด์
  • มองหาส่วนผสมที่แพทย์แนะนำ: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด คุณแม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยี CPX (Cyclopentasiloxane) ซึ่งเป็นซิลิโคนประสิทธิภาพสูง ช่วยให้เนื้อเจลแห้งไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และช่วยให้แผลเป็นอ่อนนุ่มลงได้อย่างรวดเร็ว
  • เสริมพลังด้วย Vitamin C Ester: อีกหนึ่งส่วนผสมสำคัญคืออนุพันธ์วิตามินซี (เช่น Vitamin C Ester) ที่มีความเสถียรสูง จะเข้าไปช่วยลดรอยแดง รอยดำ และปรับสีแผลให้ดูจางลง กลมกลืนไปกับผิวรอบข้างอย่างเป็นธรรมชาติและมีค่า PH เป็นกลางทำให้ไม่ระคายเคืองผิว

การรักษารอยแผลด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ CPX และวิตามินซีในรูปแบบซิลิโคนเจลควรเริ่มต้นตั้งแต่ช่วง Golden Period (หลังตัดไหมหรือแผลปิดสนิทใหม่ๆ) เพราะเป็นช่วงที่เนื้อเยื่อกำลังเร่งซ่อมแซมตัว การทาอย่างสม่ำเสมอ เช้า-เย็น ต่อเนื่อง 3-6 เดือน จะช่วยลดโอกาสการเกิดแผลเป็นได้ดีที่สุดค่ะ

3. มั่นใจกว่าด้วย “ผลงานวิจัยทางการแพทย์” (Clinical Evidence) ที่น่าเชื่อถือ

ไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่ “หลักฐานทางการแพทย์” คือสิ่งที่ยืนยันว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นจริงกับแผลของคุณแม่ค่ะ การเลือกใช้แบรนด์ที่มีงานวิจัยรองรับมีข้อดีที่เหนือกว่าดังนี้

  • พิสูจน์แล้วว่าเห็นผลจริง: ควรเลือกแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านการรักษาแผลเป็น ซึ่งมีงานวิจัยรองรับอย่างต่อเนื่องและอัพเดทอยู่เสมอ สิ่งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง เพื่อยืนยันประสิทธิภาพในการลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนูนและคีลอยด์ได้อย่างแม่นยำ
  • ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง (Patient Compliance): จากงานวิจัยระดับคลินิกพบว่า ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ “ซิลิโคนเจล” ช่วยให้ผู้ป่วยใช้งานได้ง่ายกว่ารูปแบบอื่นมาก ด้วยเนื้อสัมผัสที่เบาสบาย ไม่เหนอะหนะ ทำให้คุณแม่สามารถทาได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตามแผนการรักษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เห็นผลลัพธ์การสมานแผลที่ชัดเจนและสวยงาม

นอกจากซิลิโคนเจลทาแผลเป็น คุณแม่ยังสามารถใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือออยล์บำรุงผิวหน้าท้องเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นได้ โดยสามารถเริ่มดูแลผิวเตรียมความพร้อมได้ตั้งแต่วันที่เริ่มตั้งครรภ์เลยค่ะ

4. ฟื้นฟูจากภายในด้วยอาหารครบ 5 หมู่

การรับประทานอาหารที่เหมาะสมช่วยให้แผลสมานตัวได้ไวขึ้น และยังช่วยกระตุ้นน้ำนมให้ลูกน้อยด้วยค่ะ

  • เน้นโปรตีน: เพราะโปรตีนคือแหล่งพลังงานหลักในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ถูกผ่าตัด ช่วยให้แผลหายเร็วและแข็งแรง
  • สิ่งที่ควรเลี่ยง: อาหารรสจัด ของหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการอักเสบและการฟื้นตัวของร่างกายได้

สำหรับคุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวเข้าห้องคลอดในไตรมาสที่ 3 นี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากให้จดจำไว้คือ “การป้องกัน ย่อมง่ายกว่าการรักษาเสมอ” โดยเฉพาะเรื่องรอยแผลเป็นที่หลายคนกังวล

ช่วงเวลา Golden Period หรือนาทีทองตั้งแต่วันแรกที่แผลแห้งสนิทหลังตัดไหม คือโอกาสที่ดีที่สุดในการดูแลผิวให้สวยกริบ เพราะช่วงเวลานาทีทองที่สำคัญที่สุดนี้มีเพียงครั้งเดียว เราจึงต้องคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีงานวิจัยรองรับ (Clinical Research) เพื่อช่วยให้คุณแม่ไม่พลาดโอกาสในการป้องกันแผลนูนอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้ซิลิโคนเจลที่มีมาตรฐานทางการแพทย์และมีส่วนประกอบประสิทธิภาพสูงอย่าง CPX และ Vitamin C Ester ตั้งแต่เริ่มแรก จะช่วยลดโอกาสการเกิดแผลนูนและคีลอยด์ได้อย่างเห็นผลชัดเจน ช่วยลดรอยแดง และคืนความมั่นใจให้ผิวหน้าท้องของคุณแม่กลับมาเนียนสวยอีกครั้งค่ะ

เพราะวินาทีแรกที่คุณแม่ได้โอบกอดเจ้าตัวเล็กคือช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุด การเตรียมความพร้อมเรื่องการดูแลแผลไว้ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณแม่โฟกัสกับการดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมีเรื่องความกังวลใจของแผลเป็นมากวนใจในอนาคตค่ะ

 

 

เครดิต

  1. แผลเป็น, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  2. 8 เคล็ดลับดูแลแผลผ่าคลอด แผลสวย คุณแม่หายไว ฟื้นตัวเร็ว, โรงพยาบาลวิมุต
  3. ผ่าคลอด คลอดปกติ, โรงพยาบาลกรุงเทพ
  4. การผ่าตัดคลอดลูกแบบอิงหลักฐานประจักษ์ทางการแพทย์, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • หลังคลอด
  • /
  • แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
แชร์ :
  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • ผ่าคลอด ท้องอืด เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุและวิธีรับมือสำหรับคุณแม่

    ผ่าคลอด ท้องอืด เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุและวิธีรับมือสำหรับคุณแม่

  • เช็กด่วน! 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด

    เช็กด่วน! 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • ผ่าคลอด ท้องอืด เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุและวิธีรับมือสำหรับคุณแม่

    ผ่าคลอด ท้องอืด เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุและวิธีรับมือสำหรับคุณแม่

  • เช็กด่วน! 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด

    เช็กด่วน! 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คุณแม่ มีไข้หลังผ่าคลอด

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว