กินนมกล่องท้องผูก นมกล่องทำให้ท้องผูกจริงไหม? มาเจาะลึกหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมอธิบายกลไกในร่างกาย ทำไมกินนมกล่องแล้วท้องผูก? พร้อมวิธีแก้ท้องผูกจากการดื่มนมกล่อง UHT รวมเทคนิคและเคล็ดลับในการปรับพฤติกรรมการกินและเลือกชนิดของนมที่ดีต่อระบบขับถ่าย
กินนมกล่องท้องผูก สาเหตุเกิดจากอะไร?
ปัญหาท้องผูกจากการดื่มนมกล่องเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัย แม้ว่านมจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็อาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพได้เช่นกัน ปัญหา กินนมกล่องท้องผูก มักพบในเด็กที่เพิ่งเปลี่ยนจากนมแม่ หรือนมผสม มาเป็นนมวัว 100% หรือในเด็กที่กินนมวัวมากกว่า 24 ออนซ์ต่อวัน ลองมาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง และเกิดอะไรขึ้นในร่างกายของเราเมื่อดื่มนมแล้วท้องผูก
-
ปริมาณโปรตีนและไขมันในนม
- โปรตีน: เมื่อร่างกายย่อยโปรตีน จะเกิดของเสียที่เรียกว่าไนโตรเจน ซึ่งต้องถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางไตและลำไส้ การย่อยโปรตีนในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดของเสียมากขึ้น ส่งผลให้ลำไส้ดูดซึมน้ำได้น้อยลง ทำให้เกิดอาการท้องผูก
- ไขมัน: ไขมันช่วยชะลอการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้กากอาหารอยู่ในลำไส้เป็นเวลานานขึ้น หากร่างกายไม่สามารถย่อยไขมันได้ดี ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
-
ใยอาหารในนม
- นมมีใยอาหารต่ำมาก ซึ่งใยอาหารมีความสำคัญในการช่วยให้กากอาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น หากร่างกายได้รับใยอาหารไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
-
ภาวะไม่ย่อยแลคโตส
- แลคโตสเป็นน้ำตาลที่พบในนม หากร่างกายขาดเอนไซม์แลคเตสในการย่อยแลคโตส จะทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องเสียได้ในบางคน แต่ในบางราย อาจมีอาการท้องผูกแทนได้
-
ปัจจัยอื่นๆ
- การทานยาบางชนิด: ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาลดกรด อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการท้องผูก
- การขาดน้ำ: การดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้กากอาหารแข็งตัวและเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ได้ยากขึ้น
- ภาวะสุขภาพอื่นๆ: โรคบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ทำงานต่ำ โรคซินโดรมลำไส้แปรปรวน ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้

กลไกในร่างกายเมื่อดื่มนมแล้วท้องผูก
-
การย่อยนมในลำไส้
- เมื่อดื่มนมเข้าไป เอนไซม์ในลำไส้เล็กจะทำหน้าที่ย่อยโปรตีน ไขมัน และแลคโตสให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้
- หากมีปัญหาในการย่อย เช่น ภาวะไม่ย่อยแลคโตส โมเลกุลของแลคโตสจะยังคงอยู่ในลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดการหมักและผลิตแก๊ส ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้
-
ผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้
- โปรตีนและไขมันในนมอาจชะลอการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้กากอาหารอยู่ในลำไส้เป็นเวลานานขึ้น
- การขาดใยอาหารก็ทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ไม่เป็นปกติ
-
การดูดซึมน้ำ
- เมื่อกากอาหารเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ร่างกาย ทำให้กากอาหารแข็งตัวขึ้น หากการดูดซึมน้ำมากเกินไป หรือมีของเสียในลำไส้มากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
“แพ้โปรตีนนม” vs. “ย่อยแลคโตสผิดปกติ”
แม้ว่าทั้งสองภาวะอาจนำไปสู่อาการท้องผูกได้ แต่สาเหตุและอาการหลักแตกต่างกันมาก การระบุชัดเจนจะช่วยให้คุณแม่แยกแยะและแก้ไขได้ถูกจุด
กลไก: เป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนในนมวัว
อาการ: มักมีอาการหลายระบบ เช่น ผื่น/ลมพิษ, หายใจมีเสียงหวีด, อาเจียน/ถ่ายเป็นมูกเลือด และอาจมีอาการท้องผูก (มักเกิดในเด็กเล็กมากที่เปลี่ยนนมผง หรือได้รับนมวัว)
การแก้ไข: ต้องงดผลิตภัณฑ์นมวัวทั้งหมด และปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนเป็นนมสูตรพิเศษ
กลไก: ลำไส้เล็กผลิตเอนไซม์แลคเตส (Lactase) ไม่เพียงพอต่อการย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม
อาการ: มักมีอาการหลักคือ ท้องอืด, ปวดท้อง, ท้องเสีย, มีแก๊สในกระเพาะอาหาร แต่นานๆ ครั้งอาจมีอาการท้องผูกร่วมด้วย
การแก้ไข: เปลี่ยนเป็นนม “แลคโตสฟรี” (Lactose Free Milk) หรือนมทางเลือกจากพืช
วิธีแก้ท้องผูกจากการดื่มนมกล่อง
ปัญหาท้องผูกในเด็กที่ดื่มนมกล่อง นอกจากจะทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่สบายตัวแล้ว ยังส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการอีกด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ มีวิธีแก้ไขและป้องกันปัญหาท้องผูกในเด็กได้หลายวิธี ดังนี้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
ปัญหาท้องผูกส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรม และการแก้ไขต้องเน้นการปรับสมดุลอาหาร ดังนี้
-
กำหนดปริมาณนมต่อวัน: ระบุปริมาณที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยต่างๆ ที่ดื่มนม UHT (เช่น ไม่ควรเกิน 16-24 ออนซ์ หรือ 2-3 กล่องต่อวันสำหรับเด็กวัยหัดเดิน) เพื่อป้องกันการได้รับโปรตีนและไขมันมากเกินไปจนไปแทนที่อาหารกากใย
-
เพิ่มปริมาณใยอาหาร: ใยอาหารช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหารในลำไส้ ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น ลองเพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืช หรืออาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น กล้วย แอปเปิล ข้าวโอ๊ต เข้าไปในอาหารของลูก
-
ดื่มน้ำให้เพียงพอ: น้ำช่วยให้กากอาหารนิ่มและเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น กระตุ้นให้ลูกดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดทั้งวัน
-
แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ: การทานอาหารมื้อเล็กๆ หลายมื้อจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ดีกว่าการทานอาหารมื้อใหญ่เพียงไม่กี่มื้อ
-
หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องผูก: อาหารบางชนิด เช่น ช็อกโกแลต อาหารแปรรูป อาหารทอด อาจทำให้ท้องผูกได้ ควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการบริโภค
-
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้และช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น

นมชนิดไหนเหมาะสำหรับเด็กที่ กินนมกล่องแล้วท้องผูก?
มาดูกันว่า นมชนิดไหนดีต่อระบบขับถ่าย? เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของนมชนิดต่างๆ และแนะนำนมที่เหมาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาท้องผูก
- นมที่มีใยอาหารสูง: เลือกนมที่มีใยอาหารสูง หรือเติมใยอาหารลงในนมเพื่อเพิ่มปริมาณใยอาหารที่ลูกได้รับ
- นมโพรไบโอติก: โพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียดีที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้และช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ
- นมถั่วเหลือง: นมถั่วเหลืองเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กที่แพ้นมวัว หรือมีปัญหาในการย่อยแลคโตส นมถั่วเหลืองมีใยอาหารสูงและโปรตีนที่ช่วยในการขับถ่าย
- นมโอ๊ต: นมโอ๊ตมีใยอาหารสูง ช่วยเพิ่มปริมาณกากในลำไส้ ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น โปรตีนในนมโอ๊ตย่อยง่ายกว่านมวัว ทำให้เหมาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องการย่อยนม
- นมแพะ: นมแพะมีโปรตีนโครงสร้างใกล้เคียงนมแม่ ทำให้ย่อยง่ายและดูดซึมได้ดี
- ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร: ก่อนเปลี่ยนชนิดของนม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับลูก
เทคนิคเพิ่มเติม
- สร้างตารางการขับถ่าย: กำหนดเวลาให้ลูกเข้าห้องน้ำเป็นประจำทุกวัน เพื่อฝึกให้ลูกมีพฤติกรรมการขับถ่ายที่เป็นปกติ
- นวดท้อง: การนวดท้องเบาๆ ตามเข็มนาฬิกา ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
- ให้ลูกนั่งบนโถส้วม: ให้ลูกนั่งบนโถส้วมในท่าที่ถูกต้องและผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่ควรระวัง
- อย่าซื้อยาระบายให้ลูกกินเอง: การให้ยาระบายแก่เด็กควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
- สังเกตอาการ: หากอาการท้องผูกของลูกไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องรุนแรง เลือดออกทางทวารหนัก ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
การเลือกนมที่เหมาะสมและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน จะช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพลำไส้ที่ดีและขับถ่ายได้เป็นปกติค่ะ หากลูกท้องผูกบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
สัญญาณอันตราย! อาการท้องผูกที่ต้องปรึกษาแพทย์ทันที
แม้ว่าอาการท้องผูกส่วนใหญ่จะแก้ไขได้ด้วยการปรับอาหารและการดื่มน้ำ แต่หากลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณแม่ควรพาไปพบกุมารแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้องค่ะ
1. ถ่ายปนเลือด หรือเป็นมูกเลือด
หากอุจจาระแข็งมากจนทำให้มีเลือดสดติดออกมาเพียงเล็กน้อย อาจเกิดจากรอยแยกที่ทวารหนัก (Anal Fissure) ซึ่งอันตรายไม่มาก แต่ หากถ่ายเป็นมูกเลือด หรือมีเลือดสีเข้มปนออกมาเป็นจำนวนมาก อาจบ่งชี้ถึงภาวะแพ้โปรตีนนมวัว หรือปัญหาลำไส้ที่ซับซ้อนกว่า
2. อาเจียนรุนแรง ปวดท้องมาก หรือท้องอืดแข็งผิดปกติ
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่อันตราย เช่น ลำไส้อุดตัน หรือ ลำไส้กลืนกัน (Intussusception) ซึ่งต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน
3. น้ำหนักลด หรือไม่เจริญเติบโตตามวัย
หากลูกท้องผูกเรื้อรัง จนทานอาหารได้น้อยลงและน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือหยุดการเจริญเติบโต อาจบ่งชี้ถึงการขาดสารอาหาร หรือภาวะสุขภาพอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไข
อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยภาวะแพ้หรือปัญหาทางเดินอาหารที่ซับซ้อน ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นไม่ควรตัดสินใจงดนมหรือเปลี่ยนนมสูตรพิเศษด้วยตัวเองนะคะ
ที่มา : เลี้ยงลูกตามใจหมอ , โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
5 ตัวเลือก นม UHT ถ่ายง่าย เบาใจเรื่องลูกท้องผูก
นมแลคโตสฟรี ไขคำตอบ “ลูกแพ้นมวัว” หรือ “แพ้แลคโตส”?
6 นมกล่องเล็ก ยี่ห้ออะไรดี ที่เหมาะ สำหรับเด็ก 1 ขวบ+
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!