TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ตารางการให้นมลูก ลูกควรกินนมแม่วันละกี่ครั้ง ปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัย (0–12 เดือน)

บทความ 8 นาที
ตารางการให้นมลูก ลูกควรกินนมแม่วันละกี่ครั้ง ปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัย (0–12 เดือน)

ตารางการให้นมลูก 0–12 เดือน พร้อมปริมาณและจำนวนครั้งที่เหมาะสมต่อวัย เพื่อให้คุณแม่มั่นใจว่าลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน

ในช่วง 1 ปีแรกของชีวิต สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทารกคือ “นมแม่” เพราะเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ที่สุด มีทั้งสารอาหาร โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ รวมถึงสารสร้างภูมิคุ้มกันที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น แต่คำถามที่คุณแม่มือใหม่หลายคนสงสัยคือ “ลูกควรกินนมแม่วันละกี่ครั้ง ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ?” บทความนี้สรุป ตารางการให้นมลูก (0–12 เดือน) โดยอ้างอิงจาก UC Davis Children’s Hospital และคำแนะนำจาก American Academy of Pediatrics (AAP) และ องค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อเป็นแนวทางให้คุณแม่วางแผนการเลี้ยงลูกได้มั่นใจมากขึ้น

 

สารบัญ

  • ตารางให้นมลูก สำคัญยังไง?
  • ตารางการให้นมลูก และความถี่ในการให้นม
  • คำแนะนำการให้นมลูกในแต่ละวัย
  • เคล็ดลับการให้นมลูกให้เพียงพอ
  • เกณฑ์น้ำหนักตาม WHO สำหรับเด็กแรกเกิด–12 เดือน
  • วิธีสังเกตว่าน้ำหนักลูกขึ้นตามเกณฑ์ WHO
  • สัญญาณที่ควรปรึกษาหมอ
  • ข้อควรระวัง

ตารางให้นมลูก สำคัญยังไง?

  • ตารางการให้นมลูก ช่วยให้มั่นใจว่าลูกได้รับสารอาหารและพลังงานเพียงพอตามวัย
  • ช่วยสังเกตพัฒนาการและสุขภาพของลูก เช่น ถ้าน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ แปลว่าปริมาณนมเหมาะสม
  • ป้องกันการให้นมน้อยเกินไปหรือล้นเกินจนเกิดปัญหาลูกกินนมแม่ท้องอืด อาเจียน หรืออ้วนเกินวัย
  • ตารางการให้นมลูก ช่วยให้คุณแม่จัดการเวลา โดยเฉพาะแม่ทำงานที่ต้องปั๊มนมเก็บ

ตารางการให้นมลูก และความถี่ในการให้นม

ช่วงอายุ ความถี่นมแม่ อาหารเสริม
0–1 เดือน 10–12 ครั้ง/วัน ยังไม่แนะนำ
2 เดือน 8–10 ครั้ง/วัน ยังไม่แนะนำ
3 เดือน 8–10 ครั้ง/วัน ยังไม่แนะนำ
4–5 เดือน 6–7 ครั้ง/วัน
เริ่มทดลองอาหารเสริม (ถ้าแพทย์อนุญาต)
6–7 เดือน 5–6 ครั้ง/วัน
ผักบด ผลไม้บด 2 ออนซ์/มื้อ วันละ 1–2 ครั้ง
8–9 เดือน 4–6 ครั้ง/วัน
ผัก/ผลไม้บด 2–5 ออนซ์ วันละ 2 มื้อ
โปรตีนบด (เนื้อ, ถั่ว, เต้าหู้)
ของว่างละลายง่าย
10–12 เดือน 4 ครั้ง/วัน
ข้าว/แป้ง ¼ ถ้วย
ผัก ¼–½ ถ้วย
ผลไม้ ¼–½ ถ้วย
โปรตีน 2 มื้อ
น้ำผลไม้สด ≤120 ml/วัน

ข้อมูลอ้างอิง: UC Davis Children’s Hospital, The First 12 Months: What & When to Feed Your Baby (2013)

ตารางการให้นมลูก

 

คำแนะนำการให้นมลูกในแต่ละวัย

0–3 เดือนแรก

  • ความถี่สูงสุด วันละ 8–12 ครั้ง เพราะกระเพาะทารกยังเล็ก
  • นมแม่ ให้ตามความต้องการ สังเกตจากการร้องหิว ดูดมือ กระสับกระส่าย
  • นมผสม ปริมาณจะค่อย ๆ เพิ่มจาก 2–3 ออนซ์ เป็น 4–5 ออนซ์ต่อครั้ง
  • เคล็ดลับ: อย่าเร่งให้ลูกดื่มจนหมดขวดเสมอไป ให้เชื่อสัญญาณอิ่มของลูก

 4–5 เดือน

  • จำนวนครั้งลดลงเหลือวันละ 6–7 ครั้ง
  • ปริมาณต่อครั้งเพิ่มขึ้น 4–7 ออนซ์
  • อาจเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยทีละน้อย (ตามคำแนะนำแพทย์)
  • AAP แนะนำ หากลูกคอแข็งแล้ว และแสดงความสนใจอาหาร จึงเริ่มอาหารตามวัยได้
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ทารกทานนมแม่อย่างเดียวจนถึง 6 เดือน

อาหารตามวัย

 

6–7 เดือน

  • เริ่มเข้าสู่ “วัยอาหารเสริมตามวัย” แต่ นมแม่ยังคงเป็นอาหารหลัก
  • นมวันละ 5–6 ครั้ง ปริมาณ 5–7 ออนซ์/ครั้ง
  • อาหารเสริม: ผัก ผลไม้บด 1–2 ครั้ง/วัน เน้นบดละเอียด
  • WHO แนะนำ ให้กินนมแม่ต่อเนื่องถึงอายุ 2 ปี ควบคู่กับอาหารอื่น

8–9 เดือน

  • นมลดเหลือ 4–6 ครั้ง/วัน
  • อาหารเสริมหลากหลายขึ้น: ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์บด เต้าหู้ ไข่แดงต้ม
  • เริ่มอาหารหยาบนิ่ม เช่น ข้าวบด ขนมเด็กละลายง่าย

10–12 เดือน

  • นมแม่ 4 ครั้ง/วัน หรือนมผสม 6–7 ออนซ์/ครั้ง วันละ 3–4 ครั้ง
  • ลูกสามารถกินอาหาร 3 มื้อ + ของว่างได้แล้ว
  • โปรตีนที่ควรได้รับ ได้แก่ เนื้อไก่ ปลา ถั่ว ไข่แดง (เลี่ยงไข่ขาวในปีแรกเพื่อป้องกันการแพ้อาหาร)
  • เริ่มฝึกลูกใช้ถ้วยน้ำแทนขวด

เคล็ดลับการให้นมลูกให้เพียงพอ

  1. ให้นมตามความต้องการ (On Demand): ไม่ต้องเคร่งตารางเกินไป ให้สังเกตพฤติกรรมลูกเป็นหลัก
  2. สังเกตสัญญาณอิ่ม: เช่น เลิกดูดเอง เบือนหน้าออกจากเต้า หรือตัวผ่อนคลาย
  3. น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์: หากน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ของ WHO แสดงว่าได้รับเพียงพอ
  4. แม่กินอาหารครบ 5 หมู่: คุณแม่ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยให้น้ำนมเพียงพอ
  5. หลีกเลี่ยงการบังคับ: การเร่งให้ลูกกินจนหมดอาจทำให้เกิดปัญหาท้องอืด แหวะนม หรือปฏิเสธนม

 

เกณฑ์น้ำหนักตาม WHO สำหรับเด็กแรกเกิด–12 เดือน

อายุ น้ำหนักเฉลี่ยเด็กชาย
น้ำหนักเฉลี่ยเด็กหญิง
แรกเกิด 3.3 กก. 3.2 กก.
1 เดือน 4.5 กก. 4.2 กก.
2 เดือน 5.6 กก. 5.1 กก.
3 เดือน 6.4 กก. 5.8 กก.
4 เดือน 7.0 กก. 6.4 กก.
5 เดือน 7.5 กก. 6.9 กก.
6 เดือน 7.9 กก. 7.3 กก.
7 เดือน 8.3 กก. 7.6 กก.
8 เดือน 8.6 กก. 7.9 กก.
9 เดือน 8.9 กก. 8.2 กก.
10 เดือน 9.2 กก. 8.5 กก.
11 เดือน 9.4 กก. 8.7 กก.
12 เดือน 9.6 กก. 8.9 กก.

อ้างอิง: WHO Child Growth Standards (0–5 years)

 

วิธีสังเกตว่าน้ำหนักลูกขึ้นตามเกณฑ์ WHO

  • ช่วง 6 เดือนแรก: น้ำหนักควรเพิ่มเฉลี่ย 600–900 กรัม/เดือน
  • ครบ 5–6 เดือน: น้ำหนักลูกควรเพิ่มขึ้น ประมาณ 2 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด
  • ครบ 12 เดือน: น้ำหนักลูกควรเพิ่มขึ้น ประมาณ 3 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด

สัญญาณที่ควรปรึกษาหมอ

  • น้ำหนักไม่ขึ้นติดต่อกันเกิน 2 เดือน
  • น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ WHO อย่างชัดเจน
  • ลูกดูซึม ไม่ค่อยตื่นมากินนม หรือปฏิเสธนมตลอด

 

ข้อควรระวัง

  • ห้ามให้น้ำผึ้งก่อนอายุ 1 ขวบ เพราะเสี่ยงโรคโบทูลิซึม
  • เลี่ยงอาหารเสี่ยงติดคอ เช่น องุ่นทั้งลูก ถั่วแข็ง ป๊อปคอร์น
  • ไม่ควรเติมเกลือ/น้ำตาลในอาหารเสริม
  • ไม่อุ่นนมในไมโครเวฟ เพราะความร้อนอาจไม่สม่ำเสมอและทำให้ปากลูกพองได้

การให้นมลูกใน 12 เดือนแรก เป็นการวางรากฐานสุขภาพและพัฒนาการของลูกไปตลอดชีวิต ตารางการให้นมลูก ที่อ้างอิงจาก UC Davis และ AAP เป็นเพียงแนวทางเฉลี่ย คุณแม่ควรปรับตามพฤติกรรมของลูกแต่ละคน และให้คิดไว้เสมอว่า ไม่มีสูตรตายตัวว่าลูกต้องกินกี่ออนซ์เป๊ะ แต่เราควรฟังเสียงลูก สังเกตสัญญาณหิว-อิ่ม และตรวจเช็กน้ำหนักตามเกณฑ์คือสิ่งสำคัญค่ะ

ที่มา: UC Davis Children’s Hospital , American Academy of Pediatrics (AAP) , World Health Organization (WHO)

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แจก! ตารางปั๊มนม สำหรับคุณแม่มือใหม่ ปั้มแบบไหนไม่ระบมเต้านม

นมแม่อยู่ได้กี่ชั่วโมง เก็บนมแม่อย่างไรให้อยู่ได้นานที่สุด

ลูกเข้าเต้าแล้ว ควรปั๊มไหม ทั้งเข้าเต้า ทั้งปั๊มจัดเวลายังไงดี

บทความจากพันธมิตร
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • หลังคลอด
  • /
  • ตารางการให้นมลูก ลูกควรกินนมแม่วันละกี่ครั้ง ปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัย (0–12 เดือน)
แชร์ :
  • จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
    บทความจากพันธมิตร

    จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?
    บทความจากพันธมิตร

    จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

  • Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ
    บทความจากพันธมิตร

    Mommy Makeover ทางลัดกู้ร่างพังหลังคลอด คืนหุ่นสวยมั่นใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว