TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ตั้งครรภ์ คัดเต้าตอนไหน สาเหตุของการคัดเต้าพร้อมวิธีบรรเทา

บทความ 5 นาที
ตั้งครรภ์ คัดเต้าตอนไหน สาเหตุของการคัดเต้าพร้อมวิธีบรรเทา

การตั้งครรภ์เป็นกระบวนการที่น่าทึ่งและมีความซับซ้อนทางกายวิภาคและสรีรวิทยา ที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องผ่านเมื่อเริ่มมีทารกในครรภ์ กระบวนการนี้ประกอบไปด้วยหลายขั้นตอน ตั้งแต่การปฏิสนธิของไข่และสเปิร์ม การพัฒนาของเอ็มบริโอ การเติบโตของทารกในครรภ์ และการเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ในบทความนี้ เราจะเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเรื่องของการคัดเต้า คุณแม่หลายท่านมักจะมีอาการคัดเต้านมตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ หรือบางท่านอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เราจึงได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับ ตั้งครรภ์ คัดเต้าตอนไหน เรื่องที่คุณแม่ท้องต้องรู้ไว้ที่นี่แล้ว 

 

การตั้งครรภ์และการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

การตั้งครรภ์เป็นกระบวนการที่ร่างกายของผู้หญิงเตรียมพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตและการพัฒนาของทารกในครรภ์ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจหลายประการที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็นหลายด้าน ดังนี้

 

ระบบสืบพันธุ์

  • มดลูก: มดลูกจะขยายใหญ่ขึ้นมากเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารกที่กำลังโตขึ้น ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน มดลูกจะขยายจากขนาดปกติประมาณลูกแพร์ไปเป็นขนาดที่สามารถบรรจุทารก น้ำคร่ำ และรกได้ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อมดลูกที่ช่วยในการคลอดลูก
  • เต้านม: เต้านมจะขยายและเจ็บตึงเนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนม หัวนมและลานหัวนมอาจมีสีเข้มขึ้นและขยายขนาดใหญ่ขึ้น มีการผลิตน้ำนมครั้งแรกที่เรียกว่า “นมน้ำเหลือง” หรือ “Colostrum” ที่มีสารอาหารสำคัญสูง

ระบบไหลเวียนโลหิต

  • ปริมาณเลือด: ปริมาณเลือดในร่างกายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30-50% เพื่อให้สามารถส่งออกซิเจนและสารอาหารให้กับทารกได้มากขึ้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
  • หัวใจ: อัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น และการทำงานของหัวใจจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรับมือกับการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของปริมาณเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะหรือเป็นลมง่ายขึ้น

ระบบทางเดินอาหาร

  • การย่อยอาหาร: การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอาจทำให้การย่อยอาหารช้าลง ส่งผลให้มีอาการท้องผูกหรือท้องอืด การยืดของมดลูกยังอาจทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนหรือแสบหน้าอก
  • อาการแพ้ท้อง: หลายคนจะประสบกับอาการคลื่นไส้และอาเจียนในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งเรียกว่าอาการแพ้ท้อง (Morning Sickness) การทานอาหารที่มีขิงหรือเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรงอาจช่วยบรรเทาอาการได้

บทความที่น่าสนใจ: 5 วิธีเอาชนะอาการแพ้ท้อง รับมือให้ถูก ลูกรักแข็งแรง

 

การตั้งครรภ์และการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

 

ระบบขับถ่าย

  • ไต: การทำงานของไตจะเพิ่มขึ้นเพื่อกำจัดของเสียจากเลือดที่เพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนยังส่งผลให้มีการขยายหลอดเลือดในไต ทำให้การกรองเลือดดีขึ้น
  • ปัสสาวะ: ความถี่ในการปัสสาวะอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากมดลูกขยายไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ไตที่ทำงานหนักขึ้นยังผลิตปัสสาวะมากขึ้น การดื่มน้ำเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ระบบหายใจ

  • การหายใจ: เนื่องจากมดลูกที่ขยายตัวจะกดทับกะบังลม อาจทำให้รู้สึกหายใจไม่สะดวกหรือลำบากขึ้น และอัตราการหายใจอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อรับออกซิเจนเพิ่มขึ้น การหายใจลึกและช้าอาจช่วยลดอาการหายใจติดขัด

การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง

  • ผิวหนัง: ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลง เช่น รอยแตกของผิวหนัง (Stretch Marks) รอยดำบนผิวหนัง (Chloasma) หรือสิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และวิตามินอีอาจช่วยลดรอยแตกของผิวหนังได้

อารมณ์แปรปรวน

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสามารถทำให้ผู้หญิงรู้สึกอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย ซึ่งบางครั้งอาจรู้สึกดีใจและมีความสุข แต่ในบางครั้งก็อาจรู้สึกเศร้าหรือวิตกกังวล การพูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตสามารถช่วยให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้

ความเครียดและความกังวล

  • ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อาจรู้สึกเครียดเกี่ยวกับการเป็นแม่ การดูแลลูก การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และการเตรียมตัวสำหรับทารก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้ การฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึก ๆ การทำสมาธิ หรือการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนผู้ตั้งครรภ์สามารถช่วยลดความเครียดได้

การปรับตัวทางจิตใจ

  • การปรับตัวทางจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ควรหาเวลาพักผ่อนเพียงพอ และหากมีความกังวล ควรพูดคุยกับคู่สมรส ครอบครัว หรือผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพ การได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผ่านช่วงเวลานี้ได้อย่างราบรื่น

 

สาเหตุของการคัดเต้า

 

คัดเต้านม คืออะไร

คัดเต้านม (Breast Engorgement) คืออาการที่เต้านมบวม ตึง และเจ็บ โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงที่น้ำนมแม่เริ่มเข้ามาเยอะ ๆ ในช่วงหลังคลอด โดยเฉพาะในช่วง 3-5 วันหลังคลอด ซึ่งเกิดจากการที่น้ำนมที่สร้างขึ้นในเต้านมสะสมจนเกินไป สาเหตุอื่น ๆ ของการคัดเต้านมอาจเกิดจากการให้นมไม่บ่อยพอ หรือการระบายน้ำนมไม่หมด อาการคัดเต้านมสามารถทำให้แม่รู้สึกไม่สบายและอาจมีผลกระทบต่อการให้นมลูกได้

 

สาเหตุของการคัดเต้า

สาเหตุของการคัดเต้าในระหว่างการตั้งครรภ์มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนที่สำคัญได้แก่ โปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

  • โปรเจสเตอโรน (Progesterone): โปรเจสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เนื้อเยื่อเต้านมเจริญเติบโต โดยเฉพาะการขยายตัวของท่อน้ำนมและการเพิ่มขนาดของต่อมน้ำนม
  • เอสโตรเจน (Estrogen): ฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของท่อน้ำนมและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันภายในเต้านม ทำให้เต้านมขยายตัวและมีความพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนม

การเพิ่มขึ้นของปริมาณเลือด

ในระหว่างการตั้งครรภ์ ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ การเพิ่มขึ้นของปริมาณเลือดนี้ส่งผลให้เต้านมบวมและมีความไวต่อการสัมผัสมากขึ้น

การเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนม

เนื้อเยื่อเต้านมจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนมหลังคลอด ฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) จะเริ่มมีบทบาทในการกระตุ้นการผลิตน้ำนมในช่วงหลังคลอด แต่อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมนี้เริ่มตั้งแต่ในช่วงการตั้งครรภ์แล้ว

ผลกระทบเหล่านี้ทำให้เกิดการคัดเต้า ซึ่งหมายถึงการที่เต้านมรู้สึกแน่นตึง มีอาการบวม และอาจมีความไวต่อการสัมผัสมากขึ้น บางครั้งอาจมีอาการปวดร่วมด้วย ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นเป็นปกติและเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในช่วงการตั้งครรภ์

บทความที่น่าสนใจ: ตรวจฟรี! มะเร็งเต้านม-ปากมดลูก ทุกเสาร์สัปดาห์แรก และสัปดาห์ที่สาม ตลอดปี 67

 

ตั้งครรภ์ คัดเต้าตอนไหน 

 

ตั้งครรภ์ คัดเต้าตอนไหน 

อาการคัดเต้า เป็นหนึ่งในสัญญาณแรกเริ่มที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์ มักจะปรากฏในช่วง 1-2 สัปดาห์ หลังจากการปฏิสนธิ เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะ เอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน ที่เพิ่มสูงขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้กระตุ้นให้ต่อมน้ำนมขยายใหญ่ขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนมให้กับลูกน้อย โดยอาการคัดเต้า ของคุณแม่แต่ละคนอาจแตกต่างกันไป บางคนอาจรู้สึกคัดเต้าเพียงเล็กน้อย บางคนอาจรู้สึกตึงหรือปวดเต้านมมาก และนอกจากอาการคัดเต้าแล้ว อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น

  • หัวนมและลานนมเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
  • เส้นเลือดดำบนเต้านมเด่นชัดขึ้น
  • เต้านมบวม
  • คันเต้านม

อย่างไรก็ตาม อาการคัดเต้า มักจะ บรรเทาลง ภายใน 1-2 สัปดาห์ ของไตรมาสที่สอง หากคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจหรือมีอาการคัดเต้ารุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม

 

วิธีบรรเทาอาการคัดเต้าสำหรับแม่ตั้งครรภ์

อาการคัดเต้านมเป็นอาการปกติที่พบได้บ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ มักเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เตรียมร่างกายสำหรับการให้นมบุตร อาการคัดเต้านมอาจทำให้รู้สึกเจ็บตึง อึดอัด หรือปวดเต้านมได้ โดยวิธีบรรเทาอาการคัดเต้ามี ดังนี้

  • ประคบเย็น: ประคบเต้านมด้วยผ้าชุบน้ำเย็นหรือถุงเจลเย็น ประมาณ 15-20 นาที
  • สวมเสื้อชั้นในที่รองรับได้ดี: เลือกเสื้อชั้นในที่รองรับและกระชับพอดี ไม่รัดหรือหลวมจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหัวนม: การสัมผัสหัวนมอาจกระตุ้นการหลั่งน้ำนมและทำให้รู้สึกเจ็บเต้านมมากขึ้น
  • อาบน้ำอุ่น: การอาบน้ำอุ่นช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการเจ็บเต้านม
  • นวดเต้านมเบา ๆ: นวดเต้านมเบาๆ ด้วยน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันอัลมอนด์ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและบรรเทาอาการเจ็บเต้านม
  • ประคบอุ่น: ประคบเต้านมด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อน ประมาณ 5-10 นาทีก่อนให้นมลูก
  • ทานยาแก้ปวด: ยาแก้ปวดที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เช่น พาราเซตามอล
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ: การดื่มน้ำเยอะ ๆ ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเจ็บเต้านมมากขึ้น
  • ทานอาหารที่มีใยอาหารสูง: การทานอาหารที่มีใยอาหารสูง ช่วยลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น: หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคาเฟอีน เกลือ และอาหารรสจัด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและบรรเทาอาการเจ็บเต้านม

หากอาการคัดเต้านมรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่น ๆ ในการบรรเทาอาการคัดเต้า เช่น การใช้แผ่นประคบเย็นหรือแผ่นเจลสำหรับเต้านม การใช้ครีมหรือโลชั่นสำหรับเต้านม การนวดน้ำมัน หรือการฝังเข็ม เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิธีเหล่านี้ขอให้คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ

 

วิธีบรรเทาอาการคัดเต้าสำหรับแม่ตั้งครรภ์

 

ที่มา: americanpregnancy.org, healthline.com, medicalnewstoday.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

อาการเจ็บเต้านม ของคุณแม่หลังคลอด บรรเทาอาการอย่างไร

อาการคัดเต้านมของคนท้อง เกิดจากอะไร 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 12

เต้านมคัด หลังคลอด เต้านมเป็นก้อน เกิดจากอะไร มีวิธีไหนช่วยลดปวดเต้านมได้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

Siriluck Chanakit

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • ตั้งครรภ์ คัดเต้าตอนไหน สาเหตุของการคัดเต้าพร้อมวิธีบรรเทา
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว