คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างจากเชื้อไวรัส RSV พบมากที่สุดในเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 1 ปี และมักรุนแรงในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน1 บทความนี้จะเผยเคล็ดลับว่าคุณพ่อคุณแม่จะสามารถสร้างเกราะป้องกันต่อเชื้อไวรัส RSV ให้กับลูกน้อยได้อย่างไร
RSV คืออะไร
RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus คือ ไวรัสชนิดหนึ่งที่มี 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ RSV-A และ RSV-B โดยไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อให้เกิดอาการรุนแรงในกลุ่มเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน เนื่องจากทางเดินหายใจยังมีขนาดเล็กและระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์1,2 ไวรัส RSV มักก่อโรคในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลอดลมใหญ่หรือหลอดลมฝอยอักเสบ และปอดอักเสบได้2
เชื้อไวรัส RSV สามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ รวมถึงการสัมผัสกับวัตถุที่มีเชื้อปนเปื้อน เช่น ของเล่น โต๊ะ หรือเก้าอี้ เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมง และอาจติดอยู่บนผิวหนังของเราได้นานถึงครึ่งชั่วโมง2
เด็กทารกและเด็กเล็กทุกคนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ RSV ได้2
เด็กทุกคนมีโอกาสติดเชื้อไวรัส RSV โดยสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าเด็กกลุ่มต่อไปนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการรุนแรง :
- เด็กอายุต่ำกว่า 1-2 ปี
- เด็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- ทารกที่คลอดก่อนกำหนด
- เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หรือโรคปอดเรื้อรัง
ในบางกรณีการติดเชื้อไวรัส RSV อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งภาวะเหล่านี้อาจทำให้ลูกน้อยมีอาการที่รุนแรงมากขึ้น
โดยคุณแม่ทุกคนสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ เพื่อช่วยปกป้องลูกน้อยต่อไวรัส RSV ตั้งแต่แรกเกิด ให้มั่นใจว่า คุณพ่อคุณแม่ได้ดูแลและปกป้องเขาอย่างดีที่สุดตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก
สถานการณ์ RSV ในประเทศไทย: ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) มักพบการระบาดสูงในประเทศไทยช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 21 กรกฎาคม 2568 พบว่ามีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส RSV แล้ว 1,631 ราย3 แต่หากย้อนไปที่ปี 2567 จะพบรายงานผู้ป่วยตลอดปีทั้งหมด 8,375 ราย โดยเกือบร้อยละ 70 ของจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี (5,762 ราย)4
ในแต่ละปีเชื้อไวรัส RSV ทั้งสายพันธุ์ A และ B จะระบาดพร้อมกัน4 ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการติดเชื้อ RSV ที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน ดังนั้นการป้องกัน RSV เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคและโอกาสป่วยจาก RSV จึงมีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะในเด็กทารกและเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสป่วยรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น ๆ2

แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส RSV รายสัปดาห์ในปีพ.ศ. 2567 ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค
ภูมิคุ้มกันจากแม่ส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปยังลูกได้อย่างไร?
คุณแม่ที่ได้รับวัคซีน RSV ระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส RSV ซึ่งภูมิคุ้มกันนี้จะส่งผ่านทางรกไปยังลูกน้อยในครรภ์ด้วย กลไกนี้เป็นกลไกที่น่ามหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์ที่ได้รับการศึกษาพิสูจน์แล้วว่าแม่สามารถส่งผ่านภูมิคุ้มกันผ่านสายรกไปให้กับทารกในครรภ์ได้5
หลักการนี้ได้ถูกนำมาปรับใช้ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับหญิงตั้งครรภ์ตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2568 ในความร่วมมือกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวไทย สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย โดยแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์รับวัคซีน RSV ชนิด bivalent (สองสายพันธุ์) ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์เพื่อส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปปกป้องลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกจนถึง 6 เดือนหลังคลอด6
ช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับการฉีดวัคซีน RSV ในหญิงตั้งครรภ์
สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์รับวัคซีน RSV ชนิด bivalent (สองสายพันธุ์) ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์ เพื่อป้องกันทารกจากการติดเชื้อ RSV รุนแรงในทางเดินหายใจส่วนล่างตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน6 โดยจากการศึกษาการส่งผ่านภูมิคุ้มกัน RSV จากแม่สู่ทารก พบว่าสามารถส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปยังทารกได้ในระดับสูงไม่ว่าแม่จะรับวัคซีนในช่วงสัปดาห์ใดในช่วง 24-36 สัปดาห์7 นอกจากนี้ภูมิคุ้มกัน RSV ที่ร่างกายแม่สร้างขึ้นนั้นมีโครงสร้างที่หลากหลาย (Polyclonal Antibody) ที่จะช่วยดักจับไวรัส RSV และปกป้องลมหายใจของลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก8

ประโยชน์ของภูมิคุ้มกันจากแม่สู่ลูก
คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ระบบภูมิคุ้มกันของทารกนั้นยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ โดยลูกน้อยจะต้องพึ่งพาภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากคุณแม่เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการส่งผ่านทางรกตั้งแต่ในครรภ์ หรือจากน้ำนมแม่หลังคลอดเพื่อรับมือกับเชื้อแบคทีเรียและไวรัส9
เช่นเดียวกับการรับวัคซีน RSV ขณะตั้งครรภ์ ภูมิคุ้มกันที่ส่งมอบผ่านทางรกไปสู่ลูกน้อยจะช่วยเป็นเกราะป้องกันให้กับทารกตั้งแต่แรกเกิดได้ โดยพบว่าทารกจะมีภูมิคุ้มกันอยู่ในร่างกายตั้งแต่แรกคลอด สามารถป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างรุนแรงจาก RSV ได้ โดยวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันทารกได้ไปจนถึงอายุ 6 เดือนหลังคลอดซึ่งเป็นช่วงอายุที่เขามีความเสี่ยงสูงที่สุด6,8
ความมั่นใจในวัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
วัคซีน RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้ผ่านการศึกษาอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นทั้งในคุณแม่และในทารกหลังคลอด โดยพบว่าอาการอาจพบในคุณแม่ ได้แก่ อาการปวดบริเวณที่ฉีด (ร้อยละ 41) ปวดศีรษะ (ร้อยละ 31) ปวดกล้ามเนื้อ (ร้อยละ 26) และคลื่นไส้อาเจียน (ร้อยละ 20) ซึ่งอาการเหล่านี้มักหายไปใน 2-3 วัน อีกทั้งยังไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในแม่และทารกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ6
ปัจจุบันหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับโลก เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (CDC) ได้ออกคำแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์รับวัคซีน RSV เพื่อส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปยังทารก10,11 และในขณะนี้วัคซีน RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก12 ดังนั้น คุณแม่จึงสามารถปรึกษาและขอคำแนะนำเรื่องวัคซีน RSV จากสูตินรีแพทย์ที่กำลังดูแลคุณแม่อยู่ได้อย่างมั่นใจ

การป้องกัน RSV ในเด็กเล็ก
การปกป้องลูกน้อยจากเชื้อไวรัส RSV นั้นสามารถอาศัยการสร้างภูมิคุ้มกันเชิงรุกผ่านวัคซีนและการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน6,13 ซึ่งจะกลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดให้ลูกน้อยปลอดภัยจากไวรัสร้ายนี้
การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับวัคซีน RSV ถือเป็นการมอบภูมิคุ้มกันด่านแรกให้ลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ ช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยรุนแรงของทารกแรกเกิดได้อย่างมีนัยสำคัญ6 ควบคู่ไปกับการดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการพาลูกน้อยไปยังสถานที่แออัด และการทำความสะอาดของใช้และของเล่นเด็กเป็นประจำ การดูแลสุขอนามัยเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสในการสัมผัสและแพร่กระจายของเชื้อไวรัส RSV ได้13
หากคุณพ่อคุณแม่สนใจรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยววัคซีน RSV อย่าลืมปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ดูแลคุณแม่อยู่ เพื่อให้เจ้าตัวน้อยได้รับการปกป้องจาก RSV ตั้งแต่ในครรภ์ สามารถเติบโตขึ้นได้อย่างมั่นใจและแข็งแรง
*โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพิ่มเติมหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรค การวินิจฉัย หรือการใช้ยา
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Rohan C. et al, Infect Dis Ther, 2017;6:477–486
- สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย, โรคติดเชื้ออาร์เอสวี RSV, เข้าถึงเมื่อ กรกฎาคม 2568 จาก https://www.pidst.or.th/A667.html
- กรมควบคุมโรค, กรมควบคุมโรค เตือน “ฤดูฝน” ช่วงฤดูการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) แนะนำเฝ้าระวังการระบาดโดยเฉพาะในเด็กเล็ก, เข้าถึงเมื่อ กรกฎาคม 2568 จาก https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=54309&deptcode=brc&news_views=536
- กรมควบคุมโรค, สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี, เข้าถึงเมื่อ กรกฎาคม 2568 จาก https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor2//files/_Situation%20RSV%202024.pdf
- Etti et al., American Journal of Obstetrics and Gynecology, 2022; 226 (4): 459–74.
- สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568, คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ, 2568; 24-25,43-44
- Munjal Iona, Presented at VRBPAC, 18th May 2023; https://www.fda.gov/media/168255/download
- Jones Jefferson, Centers for Disease Control and Prevention Clinical Considerations for RSVpreF Maternal Vaccine and Nirsevimab, 22nd June 2023; https://www.cdc.gov/acip/downloads/slides-2023-06-21-23/05-RSV-Mat-Ped-Jones-508.pdf
- Maree Gleeson et al., FEMS Immunology & Medical Microbiology, 2004;42:21–33
- World Health Organization, WHO Outlines Recommendations to Protect Infants against RSV – Respiratory Syncytial Virus, 30th May 2025; https://www.who.int/news/item/30-05-2025-who-outlines-recommendations-to-protect-infants-against-rsv-respiratory-syncytial-virus.
- Centers for Disease Control and Prevention, RSV Vaccine Guidance for Pregnant Women, 30th August 2024; https://www.cdc.gov/rsv/hcp/vaccine-clinical-guidance/pregnant-people.html
- World Health Organization, Safety of maternal vaccination against RSV, July 2025; https://www.who.int/groups/global-advisory-committee-on-vaccine-safety/topics/rsv
- งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, พ่อแม่ควรรู้ไว้ วิธีป้องกันไวรัส RSV ให้ไกลจากลูก, เข้าถึงเมื่อ กรกฎาคม 2568 จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/พ่อแม่ควรรู้ไว้-วิธีป้อ/
PP-A1G-THA-0246
บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
1 อาคารพาร์ค สีลม ชั้น 27 ห้อง 2701-2704 และ 2707-2708 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ 02-761-4555
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!