TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

คลอดธรรมชาติ เสี่ยง! กระดูกไหปลาร้าหัก ทารกบาดเจ็บขณะคลอด

บทความ 8 นาที
คลอดธรรมชาติ เสี่ยง! กระดูกไหปลาร้าหัก ทารกบาดเจ็บขณะคลอด

พอเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 คุณพ่อคุณแม่เริ่มตื่นเต้นที่จะได้เจอหน้าลูกในท้องแล้วใช่ไหม แต่ความรู้สึกนั้น อาจปนกับความวิตกกังวล โดยเฉพาะเรื่องการคลอดลูก เพราะการคลอดทางช่องคลอด (คลอดธรรมชาติ) อาจทำให้ทารกบาดเจ็บ เช่น กระดูกไหปลาร้าหัก อย่างกรณีของคุณแม่ Nid Dennapha ที่ได้แชร์เรื่องราวประสบการณ์คลอด และความผิดปกติของกระดูกไหปลาร้าของลูกสาว มาติดตามกันเลยค่ะ

 

คำนวณวันคลอด 0

(ภาพประกอบจาก theAsianparent)

ทารกคลอดธรรมชาติ กระดูกไหปลาร้าหัก บาดเจ็บขณะคลอด

สวัสดีค่ะ วันนี้แม่ขอมาแชร์ประสบการณ์ คร่าว ๆ คลอดลูก(ธรรมชาติ ร.พ.รัฐ) #ลูกไหปลาร้าขวาหัก ยาวหน่อยนะคะ แม่อยากให้แม่ ๆ หรือที่เป็นคุณแม่มือใหม่ ที่ได้มาเห็นโพสนี้ จะได้ดูและสังเกตน้องได้ค่ะ แม่ขอเล่าเรื่องเลยแล้วกันค่ะ เอวาเป็นลูกคนที่ 2 ของแม่ ส่วนตัวแม่เป็นคนตัวเล็ก น้ำหนักก่อนท้อง 45 วันที่ 23 พ.ย. 2564 แม่มีอาการน้ำเดิน และแม่ไป ร.พ. เวลาตี 3 ไปถึงปากมดลูกเปิด 2 เซนติเมตรกว่า พยาบาลก็ให้เราตรวจโควิดแล้วให้ไปนอนในห้อง (ยุคโควิด จะมีเตียงนอน 3 เตียง เตียงคลอด 1 เตียง รวมเป็น 4 เตียงในห้องเดียวกัน)

แม่ก็เริ่มปวดท้องขึ้นเป็นระยะ ๆ จน 6 โมงเช้า พยาบาลมาล้วงดูปากมดลูก พร้อมให้แม่เบ่ง ๆ ดู พยาบาลบอกเปิด 3 เซ็น เวลาผ่านไป 7 โมง มาตรวจอีก ล้วง ๆ แล้วให้เราเบ่ง คือตอนนั้นมันปวดมาก ตอนเค้าล้วง แต่รอบนี้เค้าไม่บอกว่าเปิดกี่เซ็น แต่ให้แม่ลงจากเตียงรอคลอดไปขึ้นเตียงคลอด แม่ก็ลงไป แล้วพยาบาลบอกให้แม่ลองเบ่ง แล้วเค้าก็คุยกัน คลอดได้ ๆ คงประมานว่าคลอดเองได้

 

คลอดธรรมชาติ เสี่ยง! กระดูกไหปลาร้าหัก ทารกบาดเจ็บขณะคลอด

(ภาพประกอบจาก theAsianparent)

พยาบาลให้แม่นอนเบ่งอยู่คนเดียว ไม่มีใครดูเลย คือแบบลมเบ่งมาทีก็เบ่ง แล้วตอนนั้นเหมือนจะเป็นลมทั้งฉากกั้น ทั้งแมสที่เราใส่ แม่หายใจจะไม่ออก ร้อนไปหมด เบ่ง ๆ อยู่อย่างนั้น จน 8 โมงหมอมา (หมอเด็กมาก) พยาบาลเริ่มมารุม มาให้เราเบ่ง หมอก็ล้วง คลอดได้ ๆ ที่แม่ได้ยิน เบ่งจนแม่ไม่ไหว แม่เลยบอกเค้าว่าไม่ไหวแล้ว ความเจ็บปวดไม่ต้องพูดถึง เจ็บปวดทรมานสุด ๆ พยาบาลก็เรียกพยาบาลอีกคนมาเพื่อมาช่วยกดท้อง มันเป็นอะไรที่สุด ๆ เลย ตอนนั้นใจจะขาด แล้ว ทีนี้เค้าให้แม่เบ่ง คือแม่ไม่มีลมเบ่งเลยนะ เค้าก็ให้เราเบ่ง ๆ พร้อมกับกดท้อง แม่ก็พยายามเบ่งเพราะหมอบอกว่า ถ้าไม่ออกมันจะเป็นอันตรายต่อเด็ก และต้องใช้เครื่องช่วย แม่เป็นห่วงลูก แม่ก็รวบรวมแรงเบ่ง+กดท้อง พยาบาลก็บอกเบ่งอีก ซ้ำ ๆ มา ๆ จนคลอดออกมาได้ เวลา 09.06 แม่ได้ยินเสียงร้อง พยาบาลเอามาให้ดูเพศ แล้วเอาไปทำความสะอาด แม่ก็คลอดรก เย็บแผล นอนดูอาการไปตามระเบียบ ครบเวลาขึ้นห้องพัก แม่ถึงได้มาดูป้ายที่ข้อมือลูก น้ำหนักแรกคลอด 3,710 กรัม สุดทรมาน เจ็บแผลสุด ๆ ไม่ให้คนเฝ้าด้วย ไม่ใช่ห้องพิเศษ ต้องอยู่ห้องรวม

 

คลอดลูกแบบไหนไม่เจ็บ

(ภาพประกอบจาก theAsianparent)

แม่น้ำนมน้อย เครียดหนัก ลูกร้องจ้า ตัวเหลือง น้ำหนักลด 

ตกบ่ายวันนั้น ลูกแม่ร้องงอแง แม่ก็ว่า นมคงไม่พอเพราะน้ำนมยังไม่ค่อยมี แต่แม่ก็พยายามเอาเข้าเต้าบ่อย ๆ ตกกลางคืนก็ร้อง จนพยาบาลต้องเอานมเสริมมาให้กินถึงได้นอนกัน เช้าวันที่ 2 น้องมีไข้ พยาบาลก็พูดว่า มีไข้ได้งัย แม่ก็ไม่คิดอะไร เอานมให้ และค่อยเช็ดตัวให้ลูก แม่ตอนนั้นก็เริ่มเครียดนะ เพราะแม่น้ำนมไม่ค่อยมี แม่แจ้งพยาบาลแบบเค้าอยากให้เราเอาลูกเข้าเต้า เค้ามาบีบ ตอนบีบนมอ่ะมี แต่พอดูด ๆ ไปมันไม่มี เค้าก็ว่าแม่น้ำนมมาดี เค้าจะไม่ให้นมเสริม คือแม่ก็จะไม่ไหวแล้ว วัน 2 วันแรก น้องร้องตั้งแต่ตี 1 จนถึงตี 5 หลับ ๆ ตื่นร้อง แล้วน้องมีอาการตัวเหลืองอีก ต้องอบและอยู่ ร.พ. แม่ร้องไห้ คุยกับพยาบาลเลย เค้าเลยว่าแม่นมไม่พอเค้าเลยร้อง

คืนที่ 3 ผ่านไป หมอมาตรวจ น้องน้ำหนักลง แม่ก็ไม่มีน้ำนม ยิ่งเครียดบวกกับค่าเหลืองดีขึ้น แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่หมอจะให้กลับบ้านก่อน 2 วันนัดมาเจอ ถ้าค่าเหลืองไม่ดีต้องนอน ร.พ. นะ แม่ก็โอเค กลับมาแม่ค่อยดีขึ้น เอาลูกเข้าเต้าแล้วให้นมผงให้เค้ากินด้วย คือให้เค้ากินอิ่มนอนหลับได้เต็มที่ จน 2 วันมาเจอหมอ ค่าเหลืองอยู่เกณฑ์ปรกติแล้วไม่มีอะไรแล้ว

 

กระดูกไหปลาร้าหัก

เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของกระดูก

แม่ก็เลี้ยงลูกปรกติจนได้ 8 วัน แม่สังเกตเห็น ว่าจะบอกพ่อให้ช่วยดู ด้วยที่แม่ยุ่ง เลี้ยงลูก 2 คน คนเดียวงานบ้านด้วย แม่เลยลืม จนวันที่น้องอายุได้ 9 วัน พอพ่อเลิกงานกลับมาบ้าน บอกพ่อช่วยดูไหปลาร้าลูกหน่อย พ่อก็จับ ๆ ดูพ่อว่ากลัวกระดูกหลุด แต่แม่ว่าหัก วันต่อมาวันที่ 10 ตอนเย็น พ่อเลิกงานเลยพาลูกไปหาหมอเด็กที่ ร.พ.เอกชน พบหมอเด็ก หมอขอเอกซเรย์ดู แล้วผลที่แม่กลัวคือ น้องไหปลาร้าหักจริง ๆ แม่สงสารลูก มานึกย้อนกลับไปตอนแรกคลอดที่เค้าร้องงอแง เค้าคงไม่ได้หิวอย่างเดียว เค้าคงเจ็บคงปวดด้วย หมอเด็กแจ้งแม่ว่า แบบนี้เกิดจากการคลอดนะคะ ยังงัยเดี๋ยวจะส่งต่อไปหาหมอกระดูกอีกท่านนึง เราก็ไป สิ่งที่หมอพูดคำแรกเลย ไหปลาร้าหักนะครับ เกิดจากการคลอดซึ่งมีน้อยมาก

 

กระดูกไหปลาร้าหัก

หมอก็เทสน้องให้น้องจับนิ้วมือ น้องยกมือจับบีบดึงนิ้วหมอ หมอเลยแจ้งอาการว่าน้องมีแค่กระดูกหัก เส้นประสาทอะไรไม่ได้รับความเสียหายอะไร พ่อกับแม่ก็เบาใจไปหน่อย น้องอายุ 10 วัน กระดูกน้องเริ่มเชื่อมกันแล้วนะ เดี๋ยวอีก 1 เดือนมาดูอีกที พ่อกับแม่คุยกับหมอ หมอแจ้งว่าน้องยังเด็ก กระดูกประสานเร็ว 1 ปี ก็มองแทบไม่ออกแล้วว่าหักมา โตเป็นสาวก็มองไม่ออกเลยว่าหักมาก่อน พ่อก็ห่วงว่าจะมีผลตอนโตไหม หมอบอกไม่มีผลอะไร พ่อกับแม่ก็เบาใจไป หมอก็ถามว่าจะกลับไปรักษาต่อที่ ร.พ. ที่คลอดไหม เค้าจะได้เตรียมผลตรวจอะไรต่าง ๆ ให้

 

กระดูกไหปลาร้าหัก

พอคุยกันแล้วน้องมีแค่อาการกระดูกหัก เส้นประสาทไม่เสียหาย กระดูกเชื่อมกันแล้วก็หาย ส่วนค่ารักษาหลักพันบาทไม่เกิน 5 พัน เราจ่ายไหว ตอนนี้น้องอายุ 6 เดือนกว่าแล้ว สุขภาพแข็งแรง ร่าเริงดี ไม่เจ็บป่วยอะไรแค่นี้แม่ก็พอใจแล้วค่ะ สุดท้ายต้องขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านจนจบนะคะ แม่หวังว่าเรื่องราวของแม่จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย….ขอบคุณค่ะ

 

กระดูกไหปลาร้าหัก

บทความจากพันธมิตร
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
Cryoviva Thailand คว้ารางวัล! "Most Innovative Stem Cell Banking" จาก theAsianparent Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการจัดเก็บสเต็มเซลล์
Cryoviva Thailand คว้ารางวัล! "Most Innovative Stem Cell Banking" จาก theAsianparent Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการจัดเก็บสเต็มเซลล์
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่
ที่สุดแห่งผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนม Milk Plus & More  คว้ารางวัล Parents' Choice ตอกย้ำความเป็นผู้นำใน theAsianparent Awards 2025
ที่สุดแห่งผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนม Milk Plus & More คว้ารางวัล Parents' Choice ตอกย้ำความเป็นผู้นำใน theAsianparent Awards 2025

theAsianparent ขอขอบคุณคุณแม่ ที่มาร่วมแชร์ข้อมูลให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ๆ ได้สังเกตลูกน้อยหลังคลอดกัน และขอให้น้องเอวาสุขภาพแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ ทีนี้หลายคนอาจจะเริ่มกังวลและสงสัยว่าการบาดเจ็บนั้น เป็นเรื่องปกติหรือความผิดพลาดตอนทำคลอดกันแน่ เราจึงนำข้อมูลมาฝากกันค่ะ

 

ทารกบาดเจ็บตอนคลอด เกิดขึ้นได้อย่างไร

อย่าลืมว่า ระหว่างที่คุณแม่กำลังเบ่งคลอดสุดแรง ทารกต้องเคลื่อนตัวผ่านกระดูกเชิงกราน บวกกับแรงบีบ แรงเบ่ง การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดฟกช้ำขึ้น และทำให้ทารกแรกเกิดบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ซึ่งการบาดเจ็บส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่

1. ก้อนเลือดใต้หนังศีรษะ

เนื่องจากการบีบตัวของมดลูกที่ดันศีรษะทารกเข้ากับกระดูกเชิงกรานของคุณแม่ จนทำให้เกิดก้อนปูดขึ้นมา และเลือดสะสมในเนื้อเยื่ออ่อน และเกิดการฟกช้ำในหนังศีรษะ ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ หายไปในที่สุด

2. กระดูกไหปลาร้าหัก

มักเกิดกับทารกที่มีขนาดตัวใหญ่มาก ทารกที่มีอาการกระดูกไหปลาร้าหัก จะขยับแขนหรือไหล่ได้ไม่ดี และแขนจะวางปวกเปียกอยู่ข้างตัว โดยจะสังเกตได้ว่าผิวหนังบริเวณไหปลาร้าดูบวมหรือฟกช้ำ แต่สามารถหายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา

3. ผนังกั้นจมูกเบี่ยง

ขณะทารกคลอดผ่านช่องคลอด แรงกดจะไปกดทับจมูก ดันให้จมูกเบี่ยง ดูโค้งงอ ปลายจมูกไม่อยู่ตรงกลาง และรูจมูกไม่เท่ากัน แต่ไม่ต้องกังวลเพราะคุณหมอจะเบี่ยงให้กลับเข้าที่ได้

4. รอยคีม

รอยฟกช้ำที่ผิวหน้า บริเวณใต้ตำแหน่งที่ใช้เครื่องมือคีบและดูด มักเกิดขึ้นพบได้บ่อย ๆ แต่รอยเหล่านี้จะค่อย ๆ จางลง และหายไปภายใน 2 – 3 วัน

และนี่ก็เป็นลักษณะของการบาดเจ็บในทารกแรกเกิดขณะคลอดออกมา ซึ่งอาการข้างต้นนั้นไม่ร้ายแรง และหายไปได้ในที่สุด หวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะสบายใจมากขึ้นนะคะ แต่ทั้งนี้ การสังเกตความผิดปกติของลูกให้ละเอียดไว้ก่อนนั้น ถือเป็นเรื่องดีที่สุดและควรทำอย่างยิ่ง หากพบอะไรที่น่ากังวล ควรปรึกษาคุณหมอทันทีค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจ

ผ่าคลอด น้ำนมน้อย น้ำนมไม่พอ ปัญหาที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านพบเจอ แก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง

แม่ขอแชร์! ผ่าคลอดลูกแฝด เหตุห่วงรัดปากมดลูกหลุด ส่งทารกเข้า NICU ด่วน

วิธีลดความเสี่ยงไม่ให้คุณแม่ กระดูกหัก ในช่วงตั้งครรภ์ อ่านก่อนจะสายเกินแก้ !

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Nattida Koedrith

  • หน้าแรก
  • /
  • การคลอด
  • /
  • คลอดธรรมชาติ เสี่ยง! กระดูกไหปลาร้าหัก ทารกบาดเจ็บขณะคลอด
แชร์ :
  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • เจาะลึก 7 เครื่องปั๊มนมตัวท็อป รุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุด?

    เจาะลึก 7 เครื่องปั๊มนมตัวท็อป รุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุด?

  • แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
    บทความจากพันธมิตร

    แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • เจาะลึก 7 เครื่องปั๊มนมตัวท็อป รุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุด?

    เจาะลึก 7 เครื่องปั๊มนมตัวท็อป รุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุด?

  • แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์
    บทความจากพันธมิตร

    แผลผ่าคลอด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้สวยกริบ ไม่เป็นคีลอยด์

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว