7 วิธีออกกำลังกายสมอง ในช่วงวัยเด็กมีอะไรบ้าง มาดูกัน

7 วิธีออกกำลังกายสมอง ในช่วงวัยเด็กมีอะไรบ้าง มาดูกัน

การพัฒนาสมองของลูกน้อยสามารถทำได้ตั้งแต่ในครรภ์ ด้วยการที่แม่ท้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมองของทารก ในช่วงวัย 1-5 ขวบ ถือเป็นช่วงวัยที่สมองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่ควรหากิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อเสริมสร้างอย่างสร้างสรรค์ให้สมอง รวมถึงการออกกำลังกายสมองลูกน้อย การออกกำลังกายสมองคืออะไร ทำได้อย่างไร ติดตามอ่าน

7 วิธีออกกำลังกายสมอง ในช่วงวัยเด็กมีอะไรบ้าง มาดูกัน

7 วิธีออกกำลังกายสมอง ในช่วงวัยเด็กมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย จริงๆแล้วสมองเด็กเรียนรู้ได้มากกว่าที่เราคิด

รศ.พญ.ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำงานของสมองเด็ก สรุปได้ ดังนี้

7 วิธีออกกำลังกายสมอง

7 วิธี ออกกำลังกายสมอง

1. ธรรมชาติได้สร้างสรรค์สมองของมนุษย์ให้รู้จักการเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดบนโลกใบนี้ ดังนั้น  สมองจึงมีกระบวนการทำงานที่หลากหลายซับซ้อน  เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น

2. การเรียนรู้ของสมอง เริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ การคลาน นั่ง พูด เดิน เป็นต้น

3. สิ่งสำคัญ สมองของมนุษย์พัฒนาตัวเองผ่านกระบวนการเรียนรู้

4. เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับหนึ่งแสนล้านเซลล์สมอง ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายวงจรและสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้เรื่อยๆ เมื่อมีการกระตุ้นสมองให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเราเรียกกระบวนการเชื่อมต่อของสมองนี้ว่า ไซแนปส์

5. การเชื่อมต่อของสมอง หรือไซแนปส์สามารถเกิดได้สูงถึง 1,000 ล้านล้านครั้งในระยะเวลา 1-5 ปีแรก ช่วงวัยนี้เป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ เพราะสมองของเด็กจะพัฒนาถึง 85% เทียบเท่าสมองของผู้ใหญ่

6. ที่สำคัญทุก 1 วินาที เซลล์สมองของเด็กจะมีการเชื่อมต่อสูงถึง 700 เซลล์ ซึ่งหมายความว่า สมองของลูกน้อยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เมื่อพ้นช่วงวัยนี้ไปแล้ว จะไม่มีการเพิ่มเซลล์สมอง   แต่เป็นการพัฒนาโครงข่าย ส่วนเซลล์สมองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นก็จะเสื่อมสลายไป  ดังนั้น  การสร้างทุกนาทีให้เป็นการเรียนรู้ของลูก (Non-Stop Learning)   จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันส่งเสริมในโอกาสทองนี้

7 วิธีออกกำลังกายสมอง1

7 วิธี ออกกำลังกายสมอง 1

การออกกำลังกายสมอง คืออะไร

ศาสตราจารย์ลอเรนซ์ ซี แคทซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาชาวอเมริกัน ซึ่งคิดค้นการออกกำลังสมองแบบ Neurobics Exercise โดยมีแนวคิดว่า สมองของคนเรานั้นไม่ต่างอะไรจากกล้ามเนื้อ   ซึ่งถ้ามีการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ   กล้ามเนื้อนั้นก็จะยังแข็งแรงและสามารถทำงานได้ดี   การออกกำลังสมองอย่างสม่ำเสมอ  โดยการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ การได้ยิน การมองเห็น การได้กลิ่น ลิ้มรส และการสัมผัสได้ทำงานประสาน  เชื่อมโยงกับความพึงพอใจ หรือที่เกี่ยวข้องกับ “อารมณ์” ได้ทำงานเชื่อมโยงกันโดยใช้กิจกรรมในชีวิตประจำวันเดิมของเราเป็นตัวช่วย   เพียงแต่ต้องเปลี่ยนวิธีการไปจากเดิม   เราก็สามารถออกกำลังกายสมองได้

7 วิธีออกกำลังกายสมอง2

7 วิธีออก กำลังกายสมอง2

อ่าน  7 วิธีง่าย ๆ ออกกำลังกายสมองให้ลูกน้อย คลิก

7 วิธีง่าย ๆ ออกกำลังกายสมองให้ลูกน้อย

เมื่อทราบข้อดีของการออกกำลังกายสมองแล้ว  คุณพ่อคุณแม่มาชวนลูกน้อยออกกำลังกายสมองกันค่ะ  ดูกันว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง   เริ่มกันเลยค่ะ

วิธีที่1 : ชวนลูกเดินถอยหลัง

เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยออกไปเดินเล่นในช่วงเช้า   หรือช่วงเย็นที่สวนสาธารณะ   หรือในสวนหลังบ้านก็ได้  ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินไปข้างหน้าตามปกติ   มาเล่นสนุก ๆ  เพื่อออกกำลังกายสมองด้วยการเดินถอยหลัง   ลองเดินไปเดินมาเช่นนี้ สัก 4-5 รอบ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น วิธีนี้ได้ทั้งความสนุกสนานและสมองยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย

วิธีที่ 2 : ชวนลูกนับเลขถอยหลัง 

ตามปกติแล้วการนับเลขของลูกและของคนทั่วไปก็จะนับเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก   1 2 3 …  ลองมาเล่นสนุก ๆ ด้วยการนับถอยหลัง หรืออาจจะท่อง A B C… ถอยหลังก็ได้  เริ่มจากง่าย ๆ ทำเช่นนี้บ่อย ๆ สมองจะเกิดการเชื่อมโยงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

วิธีที่ 3 : เปลี่ยนมือข้างที่ไม่ถนัด

คนเรามักจะมีข้างที่ถนัดในการจับดินสอ  ปากกา  ช้อน  ส่วนใหญ่จะเป็นข้างขวา หรือบางคนจะถนัดซ้ายก็ไม่เป็นไรค่ะ  สำหรับลูกถนัดการใช้มือข้างไหนคุณพ่อคุณแม่ทราบอยู่แล้ว  ที่นี้เราลองมาเปลี่ยนกิจวัตรเดิม ๆ จากการใช้มือข้างที่ถนัดมาเป็นอีกข้างหนึ่ง ที่ไม่ถนัด  เช่น  ลองใช้มือข้างที่ไม่ถนัดหัดเขียนหนังสือ หรือแปรงฟัน  หรือจับดินสอเขียนหนังสือ  จับสีมาระบายรูปภาพเป็นต้น      ถือเป็นการกระตุ้นสมองจากที่เคยทำซ้ำ ๆ ให้สมองเรียนรู้เพิ่มเติมในการทำงานอีกข้างหนึ่ง  เป็นวิธีการออกกำลังกายสมองที่น่าสนุกนะคะ

7 วิธีออกกำลังกายสมอง3

7 วิธีออกกำลังกาย สมอง3

วิธีที่ 4 : สลับที่ สลับทาง

วิธีการนี้คุณแม่อาจชวนลูกเล่นเกมสลับตำแหน่งสิ่งของที่เคยวางอยู่ที่เดิมเปลี่ยนมาไว้ที่ใหม่   ดูว่าลูกจำได้หรือไม่  หรืออาจจะช่วยกันจัดห้องนอน  ห้องนั่งเล่น  แล้วแต่สะดวก  ลองจัดวางสิ่งใหม่ ๆ สลับตำแหน่งที่วาง โดยให้ลูกช่วย  การเรียนรู้ในการสลับที่สลับทาง ช่วยกระตุ้นสมองให้ออกกำลังกายได้อย่างดี

วิธีที่ 5 : เปลี่ยนวิธีการเดินทาง

กิจวัตรประจำวันเวลาจะไปที่ไหน  คุณพ่อหรือคุณแม่มักจะขับรถไปให้  ลองเปลี่ยนบรรยากาศ พาลูกนั่งรถเมล์  นั่งเรือ  ก็น่าสนุกไม่น้อย  การเดินทางไปสถานที่แปลกใหม่  ทำให้สมองเกิดการเรียนรู้เพิ่มเติม  เพิ่มเนื้อที่ความจำให้มากขึ้น  เมื่อสมองได้รับรู้สิ่งใหม่ ๆ  สมองก็ได้ออกกำลังกายไปด้วย

วิธีที่ 6 : หลับตาดมกลิ่น

วิธีนี้คุณพ่อคุณแม่อาจเล่นเป็นเกมกับลูก  ด้วยการให้ลูกหลับตา  ดมกลิ่น แล้วลองทายดูว่าเป็นผลไม้ชนิดไหน ขนมที่ดมอยู่นี้เป็นขนมอะไร  อาหารจานนี้คืออะไร  เป็นต้น ที่สำคัญการดมกลิ่นต้องระมัดระวังเกี่ยวกับอาการแพ้  หากลูกมีอาการแพ้สิ่งใดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในกรณีที่ลูกยังเล็ก  เกมนี้คงต้องเล่นกับคุณพ่อคุณแม่น่าจะปลอดภัยกว่า

วิธีที่ 7 : ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายสมองเชื่อมโยงกับการออกกำลังกาย  การบริหารร่างกาย โดยคุณพ่อคุณแม่ลองหากิจกรรมสนุกที่กระตุ้นร่างกายลูกให้เคลื่อนไหว  เช่น  เล่นวิ่งไล่จับ  เล่นปีนป่าย  ว่ายน้ำ  เป็นต้น  การออกกำลังกายจะช่วยให้ออกซิเจนในร่างกายเกิดการหมุนเวียน  ซึ่งส่งผลดีต่อสมองนั่นเอง

7 วิธีออกกำลังกายสมอง4

7 วิธีออก กำลังกายสมอง4

ข้อคิดดี ๆ ที่คุณหมอฝากบอก

คุณหมอ ได้ฝากข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกไว้ว่า  “โอกาสในการสร้างการเรียนรู้ให้แก่ลูกน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงพ่อแม่เข้าใจเรื่องการทำงานสมอง ที่เหลือคือการสร้างทุกนาทีสู่การเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดให้แก่ลูกน้อย    ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แม้จากกิจวัตรประจำวันที่ดูเป็นเรื่องทั่วไป   เช่น   ร้องเพลงเกี่ยวกับการแปรงฟันที่มีทำนองสนุก  ๆ จดจำได้ง่ายเพื่อชวนลูกไปแปรงฟัน   หรือการจัดวางผลไม้รูปทรงและสีต่าง  ๆ ในจานให้กลายเป็นระบบสุริยะจักรวาล ให้ความรู้เรื่องดาราศาสตร์แบบง่าย ๆ นอกจากจะสนุกแล้วยังได้ความรู้อีกด้วย 

สิ่งสำคัญ   การเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กที่มีความเฉลียวฉลาดนั้น   พ่อแม่ไม่ควรใส่ความกดดันหรือความคาดหวังที่ลูกมากเกินไปนัก แต่ควรดำเนินทุกกิจกรรมไปด้วยความรัก   และความสนุกสนาน เมื่อลูกสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความปรารถนาดี ลูกก็พร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับเราในทุก ๆ นาทีค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่มีประสบการณ์ดี ๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายสมองให้ลูก  มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะคะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.thaihealth.or.th

http://www.tpa.or.th

http://www1.assumption.ac.th

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เสริมสมอง 3 ส่วนให้ลูกน้อยฉลาดรอบด้าน

7 เทคนิคอ่านหนังสือช่วยพัฒนาสมองให้ลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner