TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ไขข้อสงสัย ทารกเริ่มสร้างสมองและอวัยวะเมื่อไหร่ ? กินอะไรให้ลูกสมบูรณ์?

บทความ 8 นาที
ไขข้อสงสัย ทารกเริ่มสร้างสมองและอวัยวะเมื่อไหร่ ? กินอะไรให้ลูกสมบูรณ์?

ในทุกย่างก้าวของการตั้งครรภ์ คุณแม่ต่างเฝ้ารอคอยการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์อย่างใจจดใจจ่อ หนึ่งในคำถามสำคัญที่คุณแม่หลายท่านอยากรู้คือ ทารกเริ่มสร้างสมองและอวัยวะที่สำคัญเมื่อไหร่ และคุณแม่ควรบำรุงด้วยโภชนาการแบบใดเพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนทุกสิ่ง เด็กยุคใหม่ที่กำลังจะเติบโตขึ้นมา หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “Gen Beta” จะต้องเผชิญกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมให้พวกเขามีศักยภาพรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และจุดเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อมนั้น แท้จริงแล้วเริ่มขึ้นตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ ว่าที่คุณแม่มือใหม่ที่สงสัยว่า “ทารกเริ่มสร้างสมองและอวัยวะเมื่อไหร่ ?” และคุณแม่ควรใส่ใจเรื่องอาหารการกินอย่างไร เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรง สมบูรณ์ พร้อมที่จะเรียนรู้และก้าวทันโลกในอนาคต theAsianparent จะพาไปไขข้อสงสัยเกี่ยวกับช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาทารกในครรภ์ พร้อมเผยเคล็ดลับการบำรุงครรภ์อย่างถูกวิธี เพื่อให้ลูกน้อย Gen Beta ของคุณพ่อคุณแม่ เติบโตมาอย่างมีคุณภาพและเต็มศักยภาพกันค่ะ

 

ทารกเริ่มสร้างสมองและอวัยวะเมื่อไหร่ ? ช่วงเวลาทองของการสร้างสมองและอวัยวะทารก

ช่วงเวลาที่อัศจรรย์ที่สุดในการพัฒนาของมนุษย์คนหนึ่ง คือช่วงเวลาที่ทารกน้อยกำลังก่อร่างสร้างตัวอยู่ในครรภ์มารดา อวัยวะน้อยๆ ค่อยๆ ถือกำเนิดและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เรียกว่า “ช่วงเวลาทอง” ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสมองและอวัยวะต่างๆ ของทารกให้สมบูรณ์แข็งแรง เรามาเจาะลึกถึงช่วงเวลาอันแสนพิเศษนี้กันค่ะ

เวลาทองของการสร้างสมองและอวัยวะทารก

ไตรมาสแรก (สัปดาห์ที่ 1-13): จุดเริ่มต้นแห่งชีวิตและการสร้างรากฐานสำคัญ

ในช่วงไตรมาสแรกนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงที่เกิดการปฏิสนธิ เมื่ออสุจิและไข่มาพบกัน และเริ่มกระบวนการฝังตัว ของตัวอ่อนที่ผนังมดลูก จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้เอง อวัยวะสำคัญต่างๆ ของลูกน้อยก็จะเริ่ม สร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ ที่จะเริ่มเต้น ระบบประสาท ซึ่งเป็นพื้นฐานของสมองและไขสันหลัง รวมถึงการก่อตัวของ แขนขา เล็กๆ นอกจากนี้ การพัฒนาสมองเบื้องต้นก็เริ่มขึ้นในช่วงนี้เช่นกัน แม้จะยังไม่ซับซ้อนมาก แต่ก็เป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาสมองในระยะต่อไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอายุครรภ์ 5-6 สัปดาห์ เป็นช่วงที่คุณแม่ต้องให้ความสำคัญและระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาสำคัญของการ ปิดตัวของหลอดประสาท (Neural Tube) ซึ่งกระบวนการนี้มักเกิดขึ้นในช่วง 3-4 สัปดาห์หลังการปฏิสนธิ หากหลอดประสาทปิดตัวไม่สมบูรณ์ จะส่งผลให้เกิดภาวะ หลอดประสาทไม่ปิด (Neural Tube Defect – NTD) ซึ่งเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดที่รุนแรงของระบบประสาทส่วนกลางและไขสันหลัง ความผิดปกตินี้อาจส่งผลกระทบต่อ กระดูกสันหลัง ไขประสาท สมอง รวมทั้ง กล้ามเนื้อและผิวหนัง ที่อยู่เหนือบริเวณดังกล่าว

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง ของภาวะหลอดประสาทไม่ปิดนั้นมีหลายประการ เช่น ภาวะขาดโฟเลต ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาของระบบประสาท รวมถึง ปัจจัยทางพันธุกรรม ก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

ดังนั้น ในช่วงไตรมาสแรกนี้ คุณแม่จึงควรใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะการได้รับโฟเลต ในปริมาณที่เพียงพอ การพักผ่อนที่เพียงพอและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาบางชนิดโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพื่อให้การสร้างอวัยวะสำคัญและการพัฒนาสมองและระบบประสาทของลูกน้อยเป็นไปอย่างราบรื่นและสมบูรณ์ที่สุดค่ะ การปรึกษาแพทย์และฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณแม่ได้รับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะหลอดประสาทไม่ปิดได้ค่ะ

ไตรมาสที่สอง (สัปดาห์ที่ 14-27): เติบโตและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สอง ลูกน้อยจะมีการ เจริญเติบโตของอวัยวะต่างๆ อย่างรวดเร็ว อวัยวะที่สร้างขึ้นแล้วก็จะเริ่มทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ พัฒนาการของระบบประสาทและสมองที่ซับซ้อนขึ้น เซลล์ประสาทจะเริ่มสร้างการเชื่อมต่อกันมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงานของสมองในอนาคต ลูกน้อยจะเริ่มมีการเคลื่อนไหวให้คุณแม่รู้สึกได้ รวมถึงการพัฒนาของประสาทสัมผัสต่างๆ

ในช่วงนี้ คุณแม่ควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของลูกน้อย โดยเฉพาะสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมองและระบบประสาท

ไตรมาสที่สาม (สัปดาห์ที่ 28-40): เตรียมพร้อมสู่โลกภายนอกและการพัฒนาสมองที่ไม่หยุดนิ่ง

มาถึงไตรมาสสุดท้ายนี้ ลูกน้อยจะมีการ เจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองอย่างต่อเนื่อง อย่างที่คุณแม่ทราบดีว่า สมองทารกจะเจริญเติบโตเร็วมาก ในช่วงนี้ ขนาดและน้ำหนักของสมองจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการสร้างเครือข่ายใยประสาทที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น อวัยวะต่างๆ ก็จะพัฒนาเต็มที่ ตัวเด็กจะเจริญอย่างรวดเร็วพร้อมที่จะคลอด และปรับตัวเข้าสู่โลกภายนอก

ในช่วงนี้ การดูแลสุขภาพของคุณแม่ยังคงสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการพัฒนาสมองและร่างกายอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้ายของการตั้งครรภ์ค่ะ

แม่ท้องกินอย่างไรให้ได้สารอาหารครบถ้วน

 

แม่ท้องกินอย่างไรให้ได้สารอาหารครบถ้วน

พอจะทราบกันแล้วนะคะว่า ทารกเริ่มสร้างสมองและอวัยวะเมื่อไหร่ ทีนี้มาดูกันต่อว่าแล้วอาหารการกินล่ะ ต้องเป็นแบบไหนหลักการง่ายๆ สำหรับโภชนาการช่วงตั้งครรภ์ แนะนำว่าต้องกินให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ เน้นคุณภาพของอาหารที่รับประทานในทุกมื้อว่าต้องมีประโยชน์ที่สุดค่ะ

  • โปรตีน: สารอาหารหลักเพื่อช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายแม่และทารก รวมถึงการสร้างอวัยวะสำคัญต่างๆ และระบบภูมิคุ้มกัน แหล่งอาหารที่ให้โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน (ปลา, ไก่, หมู), ไข่, เต้าหู้, ถั่วเมล็ดแห้ง, ผลิตภัณฑ์จากนม
  • คาร์โบไฮเดรต: ให้พลังงานที่ยาวนาน ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และมีใยอาหารสูง ช่วยในการขับถ่าย แหล่งอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวกล้อง, ขนมปังโฮลวีท, ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ไขมันดี: โดยเฉพาะ โอเมก้า 3 (DHA และ EPA) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสมองและสายตาแหล่งอาหารไขมันดี เช่น แซลมอน, ทูน่า, อะโวคาโด, ถั่วเปลือกแข็ง, เมล็ดพืช, น้ำมันมะกอก
  • น้ำ: สำคัญต่อทุกกระบวนการในร่างกาย คุณแม่ควรดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน เพื่อรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ช่วยในการลำเลียงสารอาหาร และป้องกันภาวะขาดน้ำ

การใส่ใจเรื่องอาหารการกินตั้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อย Gen Beta ของคุณแม่เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง สมบูรณ์ และมีพัฒนาการที่ดี พร้อมที่จะเรียนรู้และก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วค่ะ

วิตามินและแร่ธาตุสำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

วิตามินและแร่ธาตุสำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

ในช่วงเวลาที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเช่นขณะตั้งครรภ์ การได้รับ วิตามินและแร่ธาตุ ที่เพียงพอและเหมาะสม ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการที่สมบูรณ์ของลูกน้อยในครรภ์ วิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย และการขาดแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบได้ มารู้จักวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรให้ความสำคัญกันค่ะ

1. โฟลิก (Folic Acid)

โฟลิก หรือ Folic Acid เป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ก่อนการตั้งครรภ์และในไตรมาสแรก เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการสร้างและพัฒนา ท่อประสาท (Neural Tube) ของทารก ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นสมองและไขสันหลัง การได้รับโฟลิกอย่างเพียงพอจึงช่วย ป้องกันความผิดปกติของท่อประสาท ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของลูกน้อยได้ในระยะยาว นอกจากนี้ โฟลิกยังมีความสำคัญอย่างมากต่อ พัฒนาการสมองและระบบประสาท ของทารกตั้งแต่ในครรภ์ ช่วยในการสร้างเซลล์ใหม่และการทำงานของระบบประสาทให้เป็นไปอย่างปกติ การได้รับโฟลิกอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการวางรากฐานที่แข็งแรงให้กับพัฒนาการทางสติปัญญาและระบบประสาทของลูกน้อย คุณแม่สามารถได้รับโฟลิกจากอาหารหลากหลายชนิด ดังนี้ค่ะ

–  ผักใบเขียวเข้ม: เช่น ผักโขม, คะน้า, บรอกโคลี

–  ถั่วและเมล็ดพืช: เช่น ถั่วลิสง, ถั่วแดง, ถั่วลูกไก่, เมล็ดทานตะวัน

–  ผลไม้รสเปรี้ยว: เช่น ส้ม, มะนาว, เกรปฟรุต

โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะแนะนำให้คุณแม่ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์และคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรก ได้รับโฟลิกอย่างน้อย 400-800 ไมโครกรัม (mcg) ต่อวัน ซึ่งอาจมาจากการรับประทานอาหารที่มีโฟลิกสูงร่วมกับการรับประทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีโฟเลต ตามคำแนะนำของแพทย์ การได้รับโฟลิกในปริมาณที่เพียงพอตั้งแต่ก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติของท่อประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ สำหรับการรับประทานโฟลิกในรูปแบบวิตามินเสริม โดยเฉพาะในคุณแม่เอเชียที่มีการศึกษาพบว่าร่างกายย่อยโฟลิกได้ไม่เต็ม 100% แนะนำเพื่อให้เลือกรับประทานเลตชนิดที่เป็น Metafolin หรือโฟเลตรูปแบบ Active Form ที่ร่างกายใช้ได้ทันทีค่ะ

โฟลิก (Folic Acid)

2. ธาตุเหล็ก (Iron)

ธาตุเหล็ก เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการตั้งครรภ์ มีบทบาทสำคัญในการ สร้างเม็ดเลือดแดง ทั้งของคุณแม่และทารกในครรภ์ เม็ดเลือดแดงเหล่านี้ทำหน้าที่สำคัญในการ นำออกซิเจนไปเลี้ยง ทุกส่วนของร่างกาย รวมถึงทารกที่กำลังเติบโต หากคุณแม่ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้ นอกจากนี้ ธาตุเหล็กยังมีความสำคัญต่อพัฒนาการสมอง ของทารก โดยมีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์สมองและการทำงานของระบบประสาท การได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอจึงช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาและความสามารถในการเรียนรู้ของลูกน้อย

นอกจากนี้ ธาตุเหล็กยังมีความสำคัญต่อพัฒนาการสมอง ของทารก โดยมีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์สมองและการทำงานของระบบประสาท การได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอจึงช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาและความสามารถในการเรียนรู้ของลูกน้อย คุณแม่สามารถเพิ่มปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายได้จากการรับประทานอาหารเหล่านี้ค่ะ

– เนื้อสัตว์: โดยเฉพาะเนื้อแดง (วัว, หมู), ตับ, ไข่แดง

– สัตว์ปีก: เช่น ไก่, เป็ด

– ผักใบเขียวเข้ม: เช่น ผักโขม, คะน้า

– ถั่วและเมล็ดพืช: เช่น ถั่วแดง, ถั่วดำ, เมล็ดฟักทอง

โดยทั่วไปแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการ ธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงกว่าปกติ คือประมาณ 27 มิลลิกรัม (mg) ต่อวัน เนื่องจากร่างกายต้องสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่แนะนำอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสุขภาพและภาวะโภชนาการเดิมของคุณแม่ ดังนั้น การปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณธาตุเหล็กที่เหมาะสม และความจำเป็นในการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญค่ะ การรับประทานวิตามินเสริมธาตุเหล็กอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อุจจาระมีสีดำและมีกลิ่น อย่างไรก็ตาม มีทางเลือกของวิตามินเสริมธาตุเหล็กในรูปแบบ Bisglycinate ซึ่งมีผลการศึกษาในเรื่องการดูดซึมที่ดีกว่า กินง่ายขึ้นเพราะกลิ่นเหล็กลดลง และยังมีประสิทธิภาพดีกว่า อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงน้อยกว่าธาตุเหล็กในรูปแบบเกลืออื่นๆ ทำ จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณแม่ค่ะ

3. ไอโอดีน (Iodine)

ไอโอดีน เป็นแร่ธาตุสำคัญอย่างยิ่งต่อ การพัฒนาสมองและระบบประสาทของทารก การขาดไอโอดีนระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลกระทบต่อ พัฒนาการทางสติปัญญา ของลูกน้อยได้ คุณแม่สามารถเพิ่มปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายได้จากการรับประทานอาหารเหล่านี้ค่ะ

–  อาหารทะเล เช่น ปลา, กุ้ง, หอยสาหร่ายทะเล

–  เกลือเสริมไอโอดีน

โดยทั่วไปแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับ ไอโอดีนประมาณ 220 ไมโครกรัม (mcg) ต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ การได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

4. แคลเซียม (Calcium)

แคลเซียม มีบทบาทสำคัญในการ สร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรงของทารก ในขณะเดียวกันก็มีความสำคัญต่อ สุขภาพกระดูกของคุณแม่ด้วย แหล่งอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม

– ผลิตภัณฑ์นม (นม, โยเกิร์ต, ชีส)

– ปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งตัว

– ผักใบเขียวเข้ม (คะน้า, บรอกโคลี)

– เต้าหู้แข็ง และงา

โดยทั่วไปแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับ แคลเซียมประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 มิลลิกรัม (mg) ต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อการสร้างกระดูกและฟันของทารก
และรักษาสุขภาพกระดูกของคุณแม่ให้แข็งแรงค่ะ

และเมื่อลูกน้อย Gen Beta ของคุณแม่ลืมตาดูโลก การเตรียมความพร้อมก็ยังคงดำเนินต่อไป การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะเป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุด อุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็นและภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการสมองและร่างกายของลูกน้อย ควบคู่ไปกับการ กระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด ผ่านการสัมผัส การพูดคุย การเล่น และการสร้างปฏิสัมพันธ์ จะช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของลูกน้อยให้เติบโตสมวัย

ที่สำคัญ คุณแม่ยังคงต้องใส่ใจกับการได้รับ โฟลิก อย่างต่อเนื่องในช่วงให้นมบุตร แม้ความต้องการจะลดลง
แต่โฟลิกก็ยังคงมีบทบาทในการสนับสนุนสุขภาพของคุณแม่และการพัฒนาของลูกน้อยผ่านน้ำนม

การดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่ในครรภ์จนถึงหลังคลอด ด้วยโภชนาการที่เหมาะสมและการกระตุ้นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้ลูกน้อย Gen Beta ของคุณแม่เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ พร้อมเผชิญกับโลกดิจิทัลที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายได้อย่างเต็มศักยภาพค่ะ

 

แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท

ตรวจสอบเนื้อหาโดย แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท

 

 

 

อ้างอิง
  1.   9 เดือน กับพัฒนาการของทารกในครรภ์, โรงพยาบาลเปาโล https://www.paolohospital.com/th-th/kaset/Article/Details/9-เดือน-กับพัฒนาการของทารกในครรภ์
  2.   9 เดือน มหัศจรรย์พัฒนาการทารกในครรภ์, https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/9เดือนมหัศจรรย์พัฒนาการ
  3.   การดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์และพัฒนาการทารกในครรภ์ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค https://www.mccormickhospital.com/web/articles/blogs/การดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์และพัฒนาการทารกในครรภ์
  4.   “กรดโฟลิก” สิ่งจำเป็นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน!, โรงพยาบาลพญาไท https://www.phyathai.com/th/article/2612-กรดโฟลิก__สิ่งจำเป็นสำ
  5. โภชนาการแม่ท้องต้องรู้, โรงพยาบาลกรุงเทพ https://www.bangkokhospital.com/content/nutrition-pregnant-mothers-must-know

———————————————————————————————————————

สำหรับคุณแม่ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ theAsianparent 

ขอแนะนำ Elevit วิตามินรวมและเกลือแร่รวม 19 ชนิด ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกสำหรับคุณแม่ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ ช่วยลดโอกาสการเกิดความผิดปกติโดยกำเนิดของทารก ใช้ป้องกันและรักษาภาวะขาดวิตามินและเกลือแร่ ประกอบด้วย วิตามินและเกลือแร่ หลายชนิดได้แก่ กรดโฟลิก, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, ไอโอดีน

รับประทานวันละ 1 เม็ด (อ่านคำเตือนบนฉลากก่อนใช้ยา)

เลขทะเบียนยา 2C 9/67 ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆท. 87/2568

ไขข้อสงสัย ทารกเริ่มสร้างสมองและอวัยวะเมื่อไหร่ ? กินอะไรให้ลูกสมบูรณ์?  หาซื้อได้ที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันทั่วไป

Elevit วิตามินรวมและเกลือแร่รวม 19 ชนิด

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • อยากท้อง
  • /
  • ไขข้อสงสัย ทารกเริ่มสร้างสมองและอวัยวะเมื่อไหร่ ? กินอะไรให้ลูกสมบูรณ์?
แชร์ :
  • นวัตกรรมใหม่! รักษาภาวะ มีลูกยากจาก PCOS วิธีทำให้ไข่ตก ธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยา

    นวัตกรรมใหม่! รักษาภาวะ มีลูกยากจาก PCOS วิธีทำให้ไข่ตก ธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยา

  • นิสัยง่ายๆ ของคนท้องที่ช่วย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ให้ลูกได้

    นิสัยง่ายๆ ของคนท้องที่ช่วย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ให้ลูกได้

  • อาหารบำรุงมดลูก ก่อนตั้งครรภ์ คนอยากมีลูก กินอะไรให้พร้อมตั้งท้อง

    อาหารบำรุงมดลูก ก่อนตั้งครรภ์ คนอยากมีลูก กินอะไรให้พร้อมตั้งท้อง

  • นวัตกรรมใหม่! รักษาภาวะ มีลูกยากจาก PCOS วิธีทำให้ไข่ตก ธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยา

    นวัตกรรมใหม่! รักษาภาวะ มีลูกยากจาก PCOS วิธีทำให้ไข่ตก ธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ยา

  • นิสัยง่ายๆ ของคนท้องที่ช่วย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ให้ลูกได้

    นิสัยง่ายๆ ของคนท้องที่ช่วย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ให้ลูกได้

  • อาหารบำรุงมดลูก ก่อนตั้งครรภ์ คนอยากมีลูก กินอะไรให้พร้อมตั้งท้อง

    อาหารบำรุงมดลูก ก่อนตั้งครรภ์ คนอยากมีลูก กินอะไรให้พร้อมตั้งท้อง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว