ลูกไม่ถ่าย ทำอย่างไรดี สวนก้นเลยดีไหม แบบไหนเรียกท้องผูก

ลูกไม่ถ่าย ทำอย่างไรดี สวนก้นเลยดีไหม แบบไหนเรียกท้องผูก

ลูกไม่ถ่าย ทำอย่างไรดี เด็กวัยแรกเกิดบางคนถ่ายวันละหลายรอบ เด็กบางคนไม่ถ่ายนาน 3-4 วัน หรือมากกว่านั้น ทารกไม่ถ่ายนานแค่ไหน จึงเรียกว่าท้องผูก?

ลูกไม่ถ่าย ทำอย่างไรดี เด็กวัยแรกเกิดบางคนอาจจะถ่ายวันละหลาย ๆ รอบ ในขณะที่เด็กบางคนไม่ถ่ายนาน 3 – 4 วัน หรือมากกว่านั้น การขับถ่ายปกติของทารกเป็นอย่างไร ทารกไม่ถ่ายนานแค่ไหน จึงจะเรียกว่าท้องผูก ?

การขับถ่ายของเด็กแรกเกิดมีความแตกต่างกัน โดยเด็กที่กินนมแม่ จะมีการขับถ่ายมากกว่า เด็กที่กินนมผง อย่างไรก็ตาม ความถี่ในการขับถ่ายของเสียของทารกก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกในช่วงสัปดาห์ที่ 2 – 3 พ่อแม่อาจจะพบว่า ลูกไม่ถ่าย เกือบสัปดาห์ สาเหตุเกิดจากอะไร ควรพาไปพบแพทย์หรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ

ลูกไม่ถ่าย

การขับถ่ายครั้งแรกของทารกแรกเกิดจะมีดำ หรือเขียวเข้ม มีลักษณะเหนียวหนืดเหมือนดินน้ำมัน และไม่มีกลิ่น เกิดจากสสารที่ถูกย่อยระหว่างที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ และถูกขับถ่ายออกมาในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรกของชีวิตทารก

สุขภาพ และการขับถ่ายของเด็กแรกเกิด

การดูแลสุขภาพของทารกแรกเกิด สิ่งหนึ่งที่สามารถประเมินได้ว่า สุขภาพของลูกน้อยสมบูรณ์ดี หรือมีความผิดปกติหรือไม่ นั่นก็คือ การสังเกตจากผ้าอ้อมของลูก ลูกปัสสาวะ หรืออุจจาระกี่ครั้งต่อวัน ของเสียที่ขับออกมาบนผ้าอ้อมมีสีอะไร เป็นปกติหรือไม่ ซึ่งความถี่ในการเปลี่ยนผ้าอ้อมก็สามารถบ่งชี้ถึงภาวะขาดน้ำ อาการท้องผูก สีของอุจจาระก็เป็นตัวชี้วัดโรค และความผิดปกติภายในของทารกได้ด้วย

ความถี่ในการขับถ่ายอุจจาระของทารกแรกเกิดในสัปดาห์แรกไม่มีความแน่นอน ขึ้นอยู่กับนมที่ทารกดื่มเข้าไป โดยทั่วไป เด็กทารกที่ดื่มนมแม่ จะมีการขยับตัวของลำไส้ที่มากกว่า ทำให้มีความถี่ในการขับถ่ายอุจจาระที่มากกว่าเด็กทารกที่ดื่มนมผง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนจากการดื่มนมแม่ ไปเป็นนมผสม หรือนมผง ลักษณะของอุจจาระ ความถี่ในการขับถ่าย และเปลี่ยนผ้าอ้อมก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย

การขับถ่ายอุจจาระครั้งแรกของทารกแรกเกิด

การขับถ่ายครั้งแรกของทารกแรกเกิดจะมีดำ หรือเขียวเข้ม มีลักษณะเหนียวหนืดเหมือนดินน้ำมัน และไม่มีกลิ่น เกิดจากสสารที่ถูกย่อยระหว่างที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ อุจจาระสีดำนี้ จะถูกขับถ่ายออกมาในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรกของชีวิตทารก เรียกว่า ขี้เทา (Meconium) ไม่ว่าจะได้รับนมแม่หรือไม่ การขับถ่ายช่วง 1 – 3 วันแรก ก็จะเหมือนกัน โดยมีดำ หรือเขียวเข้มก่อน จากนั้นจึงค่อยขับถ่ายออกมาเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีเหลือง หรือสีเขียวเหลือง ในช่วงประมาณวันที่ 4 หลังคลอด จากการที่ร่างกายมีการย่อยน้ำนม

ทารกที่กินนมแม่ และทารกที่กินนมผง ขับถ่ายต่างกันอย่างไร

หลังจากผ่านช่วงขี้เทา (Meconium) ไปแล้ว น้ำนมที่ดื่มเข้าไป และถูกย่อยออกมา ทำให้สีของของเสียที่ทารกขับถ่ายมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับน้ำนมที่ดื่ม

ในช่วง 6 สัปดาห์แรก เด็กทารกที่ดื่มนมแม่ อุจจาระจะมีสีเหลือง และค่อนข้างเหลว ทารกจะขับถ่ายอย่างน้อย 3 ครั้ง อาจมากถึง 12 ครั้งต่อวัน แต่หลังจากนั้นก็จะเว้นระยะห่างออกไป ทารกอาจจะไม่ถ่ายเป็นเวลา 2 – 3 วัน

สาเหตุของเด็กที่กินนมแม่ มีการขับถ่ายน้อยลง เป็นเพราะสารอาหารในนมแม่ จะถูกดูดซึมไปใช้จนเกือบหมด ทำให้ทารกเหลือของเสียที่ต้องขับออกจากร่างกายไม่มาก แม้ว่าจะไม่ขับถ่ายเป็นเวลาหลายวัน อุจจาระก็ไม่แข็ง สำหรับเด็กทารกที่กินนมแม่บางคนไม่ขับถ่ายนาน เป็นเวลา 2 – 3 สัปดาห์ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นอาการท้องผูกอย่างที่หลายคนเข้าใจ

สำหรับเด็กที่ดื่มนมผสม หรือนมผง ลักษณะของอุจจาระจะมีสีน้ำตาลอ่อน ๆ หรือสีออกเขียว ๆ และจะขับถ่าย 1 – 4 ครั้งต่อวัน หลังจากเดือนแรกผ่านไป ทารกอาจจะขับถ่ายน้อยลง อาจจะเป็นวันเว้นวัน

อุจจาระของลูกที่ดื่มนมผสม หรือนมผง จะมีลักษณะที่แข็งกว่า และขับถ่ายไม่คล่องเท่ากับทารกที่กินนมแม่ บางคนอาจจะถ่ายทุก ๆ 3 – 4 วัน ถ้าอุจจาระยังไม่แข็ง เป็นเม็ดคล้ายลูกกระสุน ก็ยังไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติเช่นกัน

ลูกไม่ถ่าย

หลังจากผ่านช่วงขี้เทา (Meconium) ไปแล้ว น้ำนมที่ดื่มเข้าไป และถูกย่อยออกมา ทำให้สีของของเสียที่ทารกขับถ่ายมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของนมที่ดื่ม

ลูกไม่ถ่ายแบบไหนเรียกท้องผูก

โดยปกติแล้ว เด็กทารกที่ยังกินนมแม่เพียงอย่างเดียว มักจะไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูก แต่อาการท้องผูกอาจจะเกิดขึ้นได้ ในช่วงที่เริ่มเปลี่ยนไปทานอาหารเสริม ซึ่งอาการที่อาจจะบ่งบอกได้ว่าลูกท้องผูก นอกจากการที่ลูกไม่ถ่ายแล้ว เด็กบางคนอาจจะทำหน้าเหมือนเบ่งอุจจาระ แต่ไม่ถ่าย เด็กบางคนก็อาจจะร้องไห้ เหมือนเจ็บก้น และรู้สึกไม่สบายตัว อาการอื่น ๆ ที่บอกว่าทารกท้องผูก มีดังนี้

  • ลูกทำท่าเหมือนปวดท้อง ท้องอืด
  • ท้องแข็ง
  • มีเลือดออก ติดมากับก้อนอุจจาระ
  • อุจจาระเป็นก้อนแข็งมีลักษณะคล้ายกระสุน
  • ปวดท้อง แต่หายปวดหลังขับถ่าย

ลูกไม่ถ่าย ควรสวนก้นเลยดีไหม

พอเห็นว่าลูกไม่ถ่าย พ่อแม่ก็มักจะใช้ที่สวนก้น เพื่อช่วยให้ลูกขับถ่าย แต่นั่นก็ไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องนัก เพราะการสวนอุจจาระ หรือการสอดใส่อะไรเข้าไปในช่องทวารของลูกเอง โดยที่ไม่ได้ปรึกษาคุณหมอ อาจจะทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนฉีกขาด และเป็นการรบกวนการทำงานของลำไส้ อาจทำให้ลำไส้ทำงานผิดปกติ ทั้งยังทำให้ลูกเคยตัว และไม่ยอมถ่ายด้วยตัวเองอีกด้วย

ลูกท้องผูก ทำอย่างไรดี

  • หากลูกยังกินนมแม่อยู่ ให้คุณแม่กินผัก และผลไม้ที่ช่วยระบาย เช่น ขี้เหล็ก มะละกอสุก พรุน ส้ม หรือ มะขาม และควรดื่มน้ำมาก ๆ ย้ำว่าคุณแม่ต้องเป็นคนกิน ไม่ใช่ให้ลูก เพราะทารกที่อายุยังไม่เกิน 6 เดือน ยังไม่ควรให้กินอาหารอื่น รวมไปถึงน้ำด้วย และควรให้กินแต่นมแม่เท่านั้น
  • หากลูกที่กินนมแม่ แต่ไม่ขับถ่าย สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะลูกไม่ได้รับน้ำนมอย่างเพียงพอ อาจเกิดจากปัญหาที่เต้านมของคุณแม่
  • นวดท้องให้ลูก เริ่มด้วยการคลึงเบา ๆ บริเวณท้องของทารก วนตามเข็มนาฬิกา และกดเบา ๆ ที่ท้องด้านขวา ยกข้อเท้าของทารกขึ้นเบา ๆ และหมุนช้า ๆ เหมือนกับการปั่นจักรยาน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเคลื่อนที่ภายในลำไส้ ทำให้ลำไส้ของทารกคลายตัวลง และบรรเทาอาการท้องผูกได้
  • สำหรับเด็กที่กินนมผสม คุณแม่อาจจะลองเปลี่ยนสูตรนม เด็กบางคนมีระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น และหายท้องผูก เมื่อได้ลองกินนมผงสูตรอื่น ๆ

แต่หากลูกท้องผูกติดต่อกันนานเกินหนึ่งสัปดาห์ ควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยต่อไป

ลูกไม่ถ่าย

อาการที่อาจจะบ่งบอกได้ว่าลูกท้องผูก นอกจากการที่ลูกไม่ถ่ายแล้ว เด็กบางคนอาจจะทำหน้าเหมือนเบ่งอุจจาระ แต่ไม่ถ่าย เด็กบางคนก็อาจจะร้องไห้ เหมือนเจ็บก้น และรู้สึกไม่สบายตัว

การขับถ่ายที่ไม่ปกติของทารก ควรพบแพทย์เช่นกัน

อาการท้องผูกไม่ใช่สาเหตุเดียวที่คุณพ่อคุณแม่กังวล แม้ว่าลูกจะขับถ่าย เป็นประจำ แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตความผิดปกติสี หรือลักษณะของของเสียที่ลูกขับถ่ายออกมา ก็ต้องรีบปรึกษาแพทย์เช่นกัน โดยสามารถสังเกตได้จากลักษณะเหล่านี้

  • อุจจาระมีสีแดงเข้ม หรือมีเลือดติดออกมาด้วย
  • อุจจาระมีสีดำ แม้ว่าจะผ่านช่วงขี้เทาไปแล้ว
  • อุจจาระมีสีขาว หรือสีเทา
  • ทารกที่ดื่มนมแม่ มีอุจจาระมีสีเขียวอ่อน อาจเกิดจากสารอาหารในนมแม่ หรืออาหารที่แม่บริโภคเข้าไป
  • ลูกขับถ่ายบ่อยเกินกว่าเด็กทารกทั่วไป
  • อุจจาระของลูกมีของเหลว หรือเมือกปะปนมาก ลูกอาจมีอาการท้องเสีย ซึ่งเกิดขึ้นได้ในช่วง 2 – 3 เดือนแรก เนื่องจากติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ภาวะขาดน้ำ หรือการติดเชื้อทางเดินอาหาร เป็นต้น

หากคุณพ่อ คุณแม่สังเกตเห็นอาการเช่นนี้ ไม่ควรแก้ปัญหา หรือรักษาด้วยตัวเอง เนื่องจากร่างกายของทารกยังบอบบางมาก อีกทั้งยังไม่สามารถรับประทานอาหารอื่น ๆ ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย และรับคำแนะนำ จึงจะเป็นการดีที่สุด

source healthline

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกป่วยบ่อย ทำไงดี เดี๋ยวหวัด เดี๋ยวไอ เดี๋ยวท้องเสีย สงสารลูกมาก

ราคารถเข็นเด็ก เปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อ ซื้อรุ่นไหนดีที่สุด

บีบดั้ง ดึงจมูกทารก กระตุ้นให้ดั้งลูกโด่งได้จริงหรือ?

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner