TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เปิดด้านใน! ลูกยางแดงดูดน้ำมูก และวิธีล้างทำความสะอาด ไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

บทความ 5 นาที
เปิดด้านใน! ลูกยางแดงดูดน้ำมูก และวิธีล้างทำความสะอาด ไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

ลูกยางแดงดูดน้ำมูก อุปกรณ์จำเป็นเมื่อลูกน้อยเป็นหวัดมีน้ำมูก อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่คุณอาจคาดไม่ถึง

ลูกยางแดงดูดน้ำมูก เป็น 1 ในลิสต์ของใช้เด็กแรกเกิดที่มักแนะนำให้คุณแม่ซื้อเตรียมไว้ แต่รู้ไหมว่า ลูกยางแดงดูดน้ำมูก ที่ดูอุปกรณ์จำเป็นเมื่อลูกน้อยเป็นหวัดมีน้ำมูก อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่คุณอาจคาดไม่ถึง

 

ลูกยางแดงคืออะไร?

ลูกยางแดงดูดน้ำมูก หรือที่บางคนเรียกว่าที่ดูดน้ำมูกแบบบีบ เป็นอุปกรณ์ที่แม่ ๆ ใช้กันมานาน ใช้ง่าย บีบแล้วปล่อยให้ดูดน้ำมูกของลูกเข้าไปในหลอด ใช้ได้ทั้งเด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก ใช้แล้วก็ล้างน้ำ ตากแห้ง วนลูปไป

แต่สิ่งที่แม่หลายคนไม่รู้ก็คือ มันล้างไม่หมด!

 

ปัญหาที่ซ่อนอยู่ใน ลูกยางแดงดูดน้ำมูก

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่น้ำมูกที่ดูดออกมา แต่คือ “สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ข้างใน” เพราะโครงสร้างของลูกยางแดงเป็นแบบปิด ล้างแค่ภายนอกหรือเขย่าน้ำล้างภายใน ก็ไม่สามารถกำจัดคราบน้ำมูกที่เข้าไปฝังอยู่ข้างในได้หมด

ภายในลูกยางแดงมีอะไรบ้าง?

  • คราบน้ำมูกที่หมักหมม เพราะล้างไม่ถึง
  • แบคทีเรีย ที่เติบโตจากความชื้น
  • เชื้อรา โดยเฉพาะถ้าเก็บไว้ในที่อับ
  • เศษคราบข้น ๆ หรือคราบแห้งแข็งที่หลุดไม่ออก

เคยมีแม่หลายคนผ่าลูกยางเก่าดู แล้วถึงกับอุทานว่า “นี่เราเคยเอาไปดูดจมูกลูกเหรอ!?”

 

ภัยเงียบ: ลูกยางแดงที่ล้างไม่สะอาด อาจทำให้ลูกป่วยซ้ำ

เมื่อสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ข้างในทุกครั้งที่ดูดน้ำมูก เชื้อโรคก็อาจย้อนกลับเข้าไปในจมูกของลูกโดยไม่รู้ตัว นำไปสู่การติดเชื้อซ้ำ และบางรายอาจเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น

  • ไข้หวัด
  • RSV
  • ไซนัสอักเสบ
  • หลอดลมอักเสบ

เด็กบางคนเป็นหวัดวนซ้ำทุกเดือน ทั้งที่อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหนเลย ที่แท้ต้นตออยู่ที่ “ลูกยางแดง” ที่แม่ยังใช้อยู่ซ้ำ ๆ โดยไม่ได้สงสัย

ลูกยางแดงดูดน้ำมูก

ทำไมการล้างถึงไม่เพียงพอ?

โครงสร้างของ ลูกยางแดงดูดน้ำมูก ส่วนใหญ่ไม่สามารถเปิดออกมาเพื่อทำความสะอาดด้านในได้ บางครั้งล้างผ่าน ๆ แล้วตากในที่ชื้น ก็ยิ่งเร่งให้เชื้อราหรือแบคทีเรียสะสมมากขึ้น

การต้มก็ใช่ว่าจะช่วยได้เสมอ เพราะ…

  • ความร้อนอาจไม่ทั่วถึงภายใน
  • พลาสติกบางชนิดอาจปล่อยสารอันตรายเมื่อโดนความร้อน

คุณหมอเตือน: ลูกยางแดงควรใช้ครั้งเดียวทิ้ง

คำแนะนำจากกุมารแพทย์ระบุว่า “ไม่แนะนำให้ใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกซ้ำ” เพราะ…

  • ไม่สามารถทำความสะอาดภายในได้หมด
  • มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ
  • แม่มักไม่รู้ว่าภายในนั้นสกปรกแค่ไหน

โดยคุณหมอสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจได้โพสต์เตือนแม่ๆ ถึงอันตรายของลูกยางแดงดูดน้ำมูก ระบุว่า

ลูกยางแดงนี้ออกแบบมาให้ดูดสารคัดหลั่งในปากและจมูกของเด็กแรกเกิดที่เพิ่งคลอด เพื่อทำให้ทางเดินหายใจโล่ง เสร็จแล้วทิ้งเลยค่ะ ไม่มีการรีไซเคิล เพราะสารคัดหลั่งจะเข้าไปเคลือบอยู่ด้านในของลูกยาง ไม่มีทางที่จะทำความสะอาดได้หมดจด
กรณีที่ลูกเป็นหวัด หากจะใช้ลูกยางแดงหรือลูกยางสีอื่นๆแบบนี้ดูดให้ลูก ทำได้ไหม คำตอบคือทำได้ค่ะ แต่เพื่อความสะอาด ใช้เสร็จก็ควรทิ้งเลยซึ่งสิ้นเปลืองทรัพยากร การทำความสะอาดโดยเอาไปล้างน้ำ บีบฟี้บๆ เอาไปกลั้วน้ำร้อน เอาไปยูวี เอาไปแช่อัลกอฮอลก็น่าจะไม่สะอาดหมดจด เพราะมูกเมือกจะเป็นแผ่นฟิล์มเคลือบสิ่งสกปรกไว้ข้างใต้ เอาวัสดุอะไรไปแยงขัดถูให้สะอาดก็ไม่ได้ หากผ่าดู จะเห็นความสกปรกข้างในมีมูกเมือกเคลือบอยู่เพียบ
ถ้าลูกเป็นหวัด ให้ใช้วิธีล้างจมูก หรือ ใช้วิธีหยดน้ำเกลือ แล้วเอาที่ดูดน้ำมูกแบบอื่นที่ไม่ใช่ลูกยางแดง แต่เป็นแบบถอดล้างเป็นชิ้นส่วนได้ดีกว่าค่ะ

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

ถ้าแม่ยังอยากช่วยให้ลูกหายใจโล่งโดยไม่ต้องเสี่ยง แนะนำให้ใช้ที่ดูดน้ำมูกแบบถอดล้างแยกชิ้นได้ โดยใช้และทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

  • ถอดล้างทันทีหลังใช้งานทุกครั้ง
  • ล้างด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่ หรือแช่น้ำเกลือ
  • ตากให้แห้งในที่โปร่ง
  • เปลี่ยนใหม่เมื่อมีคราบหรือกลิ่นอับ

วิธีทำความสะอาดลูกยางแดง ให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลใหม่ที่ช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องใช้แล้วทิ้งลูกยางแดงอีกต่อไป หากล้างให้สะอาด และต้มฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธีเป็นประจำ ก็สามารถนำมาใช้ซ้ำได้อย่างปลอดภัย

โดยนพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ได้แนะนำวิธีทำความสะอาดลูกยางแดงที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ไม่ต้องใช้แล้วทิ้ง ไว้ดังนี้

  1. หลังใช้ทุกครั้ง ล้างด้านในและด้านนอกด้วยน้ำสบู่อ่อน ตามด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วผึ่งให้แห้ง ทุกๆสิ้นวัน ต้มในน้ำเดือด ดูดน้ำเดือดเข้าไปแล้วแช่ไว้ ประมาณ 5 นาที บีบออกและตากให้แห้ง

หรืออีกวิธี

  1. ใช้แอลกอฮอล์ 70% ดูดเข้า เขย่าให้ทั่ว แล้วบีบออก

วิธีดูแลเมื่อลูกน้อยมีน้ำมูกให้หายใจโล่งขึ้น

เมื่อลูกน้อยมีน้ำมูก สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยให้ลูกหายใจสะดวก และพักผ่อนได้เต็มที่ คุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยให้สบายตัวมากขึ้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้:

จัดท่านอนให้เหมาะกับวัย

  • สำหรับเด็กเล็ก แนะนำให้นอนตะแคงข้าง เพื่อให้น้ำมูกไหลออกจากโพรงจมูกได้ดีขึ้น และลดอาการคัดจมูก
  • สำหรับเด็กโต อาจใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อช่วยให้น้ำมูกไม่ไหลย้อนลงคอ และหายใจได้โล่งขึ้นขณะนอนหลับ

ทารกนอนตะแคง

 

จัดห้องนอนให้อากาศถ่ายเท

  • เปิดหน้าต่างเพื่อให้ห้องมีอากาศถ่ายเทดี (กรณีมีมุ้งลวดกันยุง)
  • ลดการใช้เครื่องปรับอากาศชั่วคราว เพื่อให้อุณหภูมิในห้องอุ่นขึ้นเล็กน้อย ช่วยลดอาการคัดจมูกได้

งดพาออกไปนอกบ้านชั่วคราว

  • หลีกเลี่ยงการพาลูกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น วิ่งเล่นหรือออกกำลังกาย จนกว่าอาการน้ำมูกและไอจะดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้อาการทรุดลง

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยอาหารดี ๆ

  • ให้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์ ย่อยง่าย และรสไม่จัด เช่น โจ๊ก ซุป หรือข้าวต้ม
  • หลีกเลี่ยงอาหารทอดมัน และอาหารหวานจัด เพราะอาจกระตุ้นเสมหะหรือระคายคอ

ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาให้บ่อยขึ้น

  • การดื่มน้ำอุ่นช่วยให้โพรงจมูกชุ่มชื้น ลดความเหนียวของน้ำมูก และช่วยบรรเทาอาการไอได้ดี
  • หากลูกไม่ชอบน้ำอุ่น อาจให้จิบน้ำอุณหภูมิห้องแทนก็ได้

ล้างจมูกให้ถูกวิธี

  • ใช้น้ำเกลือ 0.9% สำหรับล้างจมูกตามคำแนะนำจากแพทย์หรือพยาบาล
  • การล้างจมูกช่วยชะล้างน้ำมูกและคราบสะสม ทำให้ลูกหายใจโล่ง และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ

การดูแลที่อบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่ จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกสบายตัว หายใจสะดวก และฟื้นตัวเร็วขึ้นค่ะ 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : เฟซบุ๊คสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ , โรงพยาบาลกรุงเทพ , เฟซบุ๊คหมอม็อด หมอเด็กขอเล่า

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทำไมไม่ควรให้เด็กเล็กกินยาลดน้ำมูก ผลข้างเคียงของยาลดน้ำมูกที่แม่ต้องรู้!

น้ำอุ่นผสมมะนาว หรือน้ำต้มใบมะขามหัวหอม แบบไหนลดไข้ ไล่หวัดลูกได้ดีกว่ากัน

10 ประโยชน์จากหัวหอม ที่คุณไม่เคยรู้ที่จากที่ไหนมาก่อน

บทความจากพันธมิตร
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • /
  • เปิดด้านใน! ลูกยางแดงดูดน้ำมูก และวิธีล้างทำความสะอาด ไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
แชร์ :
  • หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน

    หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน

  • นกเขาไม่ขัน สัญญาณโรคหัวใจ จริงหรือ? พร้อมวิธีดูแลคุณพ่อให้ฟิตทั้งตัวและหัวใจ

    นกเขาไม่ขัน สัญญาณโรคหัวใจ จริงหรือ? พร้อมวิธีดูแลคุณพ่อให้ฟิตทั้งตัวและหัวใจ

  • ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

    ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

  • หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน

    หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน

  • นกเขาไม่ขัน สัญญาณโรคหัวใจ จริงหรือ? พร้อมวิธีดูแลคุณพ่อให้ฟิตทั้งตัวและหัวใจ

    นกเขาไม่ขัน สัญญาณโรคหัวใจ จริงหรือ? พร้อมวิธีดูแลคุณพ่อให้ฟิตทั้งตัวและหัวใจ

  • ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

    ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว