ลูกเป็นผื่นแพ้ ทารกมีผื่นแพ้ตามตัว สัญญาณอันตราย หรือแค่ปล่อยไว้ก็หายเอง ?

ลูกเป็นผื่นแพ้ ทารกมีผื่นแพ้ตามตัว สัญญาณอันตราย หรือแค่ปล่อยไว้ก็หายเอง ?

ทารกมีผื่นแพ้ตามตัว คือหนึ่งในอาการของ โรคภูมิแพ้ทางผิวหนังในเด็กเล็ก พบบ่อยในเด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เกิดจากผิวหนังมีการอักเสบจากปฏิกิริยาทางภูมิแพ้ บางครั้งพ่อแม่อาจพบว่า ลูกเป็นผื่นแพ้ แค่แป๊บเดียว หรือเป็นแบบเป็น ๆ หาย ๆ จึงชะล่าใจไม่รีบพาไปหาหมอ จนลุกลามกลายเป็นผื่นภูมิแพ้เรื้อรัง และติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียตามผิวหนังในที่สุด

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง พบในเด็กเล็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยร้อยละ 60 จะแสดงอาการในขวบปีแรก ซึ่งอาจส่งผลจนมีอาการเรื้อรังต่อไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ หากพบว่า ทารกมีผื่นแพ้ตามตัว ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และรับการรักษาอย่างเหมาะสม

 

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ ลูกเป็นผื่นแพ้ ?

จากการสำรวจพบว่า ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ เพิ่มขึ้น 3 – 4 เท่า ภายในระยะ 40 ปี1 และเด็กไทยมากกว่าร้อยละ 50 ที่มีภาวะแพ้2 มีความเสี่ยงสูงที่จะแสดงอาการแพ้รุนแรงมากขึ้นจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • พันธุกรรม หากพ่อแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ ย่อมมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึงร้อยละ 50 – 80
  • สิ่งแวดล้อม เช่น สารเคมี มลภาวะ สภาพอากาศ อาหาร เสื้อผ้า ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ แมลง ไรฝุ่น แบคทีเรีย เชื้อรา บุหรี่ โดยผู้ป่วยราว 10% จะพบว่าอาหารบางชนิด เช่น ไข่ ถั่ว นมวัว เป็นตัวกระตุ้นให้ผื่นผิวหนังกำเริบรุนแรง

 

อาการของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นอย่างไร ?

ลูกเป็นผื่นแพ้ ทารกมีผื่นแพ้ตามตัว

 

ลักษณะการแสดงอาการของโรค จะแตกต่างกันไปตามช่วงวัยของเด็ก ดังนี้

  1. วัยทารก พบระหว่างอายุ 2 เดือนถึง 2 ปี ส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการเมื่ออายุ 2 เดือนขึ้นไป โดยมักจะเริ่มพบผื่นแดงคัน มีตุ่มแดงและตุ่มน้ำเล็กๆอยู่ในผื่นแดงนั้น ที่แก้มถ้าตุ่มน้ำแตกออกจะมีน้ำเหลืองเยิ่มหรือตกสะเก็ด อาจพบร่องรอยจากการเกาหรือขัดถู โดยเฉพาะบริเวณที่ทารกคืบ ถูไถ สัมผัสกับพื้นหรือที่นอน ผื่นอาจลุกลามไปยังผิวหนังบริเวณอื่นๆของร่างกาย เช่น ลำตัว ข้อศอก เข่า ในรายที่เป็นมากๆ ผื่นจะเกิดทั่วร่างกายได้
  2. วัยเด็ก อายุระหว่าง 2-12 ปี ตำแหน่งรอยโรคที่พบบ่อย ได้แก่ บริเวณรอบคอ ข้อพับด้านในของแขนและขา เมื่อโรครุนแรงอาจลุกลามไปยังผิวหนังส่วนอื่นๆได้ ผื่นมักประกอบด้วยตุ่มนูนแดงแห้งๆ มีขุยเล็กน้อย มักไม่พบตุ่มน้ำแตกแฉะเหมือนวัยทารก มีอาการคัน ผู้ป่วยมักเกาจนเกิดรอยถลอกหรืออาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียในรอยโรคได้
  3. วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ มักพบผื่นบริเวณรอบคอ ข้อพับแขน ขา คล้ายที่พบในเด็กโต ในรายที่เป็นมากๆผื่นจะเกิดทั่วร่างกายได้เช่นกัน ผู้ป่วยโรคนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดผิวหนังอักเสบบริเวณมือได้ง่าย

 

ทารกเป็นผื่นแพ้ตามตัว ต้องดูแลอย่างไร ?

1.พบแพทย์ทันทีที่สังเกตเห็นอาการผื่นแพ้ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด

2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล ลดการเสียดสีบริเวณแผล และห้ามเกาแผลเด็ดขาด เพื่อป้องกันอาการผิวหนังอักเสบ ที่อาจติดเชื้อลุกลามไปทั่วทั้งตัว หากพบว่าแผลมีลักษณะอักเสบ มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม หรือแผลลุกลามเป็นบริเวณกว้าง ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับยาปฏิชีวนะสำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

3.หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นการก่อโรค เช่น เลี่ยงการสัมผัสสารระคายเคือง เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ทำความสะอาดบรเวรที่นอน และรอบ ๆ บ้านให้สะอาด ปราศจากไรฝุ่น หรือเกสรดอกไม้ งดทานอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ไข่แดง แป้ง ถั่ว นมวัว หรือหากลูกแพ้นมวัวผ่านนมแม่ แม่ควรงดทานนมวัวตลอดช่วงให้นมบุตร เป็นต้น

 

โรคผื่นแพ้ผิวหนัง ป้องกันได้อย่างไร ? รักษาหายขาดได้หรือไม่ ?

จากการศึกษาของ สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย พบว่า เด็กเริ่มมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา งานวิจัยในการหาวิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ในเด็ก จึงพุ่งเป้าไปที่ การดูแลตัวเองของมารดาขณะตั้งครรภ์ และการดูแลทารกในวัยแรกเกิด แบ่งออกเป็น 4 วิธี ดังนี้

ลูกเป็นผื่นแพ้ ทารกมีผื่นแพ้ตามตัว

 

1.รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างสมดุลในขณะตั้งครรภ์ โดยการทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่ไม่ควรดื่มนม หรือทานผลิตภัณฑ์จากนม ในปริมาณมากกว่าปกติที่เคยทานในช่วงก่อนตั้งครรภ์ เพราะอาจไปกระตุ้นให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการแพ้โปรตีนนมวัวได้

2.ให้ทารกทานนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่องนาน 6 เดือน มีงานวิจัยทั้งหมดราว 4,000 ชิ้น พบว่า การทานนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 4 – 6 เดือน สามารถลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ในเด็กเล็กได้ และนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะกับระบบย่อยอาหารของทารกที่ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากน้ำนมแม่ เป็นโปรตีนที่ผ่านการย่อยแล้วบางส่วน ถูกทำให้เป็นโมเลกุลขนาดเล็กลงแล้ว จึงไม่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ นมแม่ ยังมีจุลินทรีย์ที่ดี คือ บิฟิดัส บีแอล ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย และมีพัฒนาการทางสมองและร่างกายดีสมวัย

3.แนะนำให้กินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ อย่างสมดุลในระหว่างให้นมบุตร ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น นมวัว ไข่ อาหารทะเล แต่ให้ทานในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินกว่าปกติที่เคยทาน เพราะอาจไปกระตุ้นให้ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี ที่ระบบภูมิต้านทานยังไม่สมบูรณ์และค่อนข้างอ่อนไหว มีอาการแพ้เนื่องจากตรวจพบสารอาหารแปลกปลอมที่ถูกส่งผ่านทางนมแม่มายังลูกน้อยได้

4.ในกรณีที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวและไม่สามารถทานนมแม่ได้ สามารถขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ในการเลือก โปรตีนผ่านการย่อยบางส่วนที่เป็นเวย์ 100% หรือ H.A. (Hypoallergenic) ตามคำแนะนำจากแนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศไทย

 

ผื่นแพ้ผิวหนังในทารก มักเป็นอาการเรื้อรัง ตามสถิติพบว่า ผู้ป่วยโรคผื่นแพ้ผิวหนังร้อยละ 60 จะมีอาการก่อนอายุ 1 ปี และมีอาการก่อนอายุ 5 ปี มากถึงร้อยละ 85 แต่อาการเหล่านี้จะดีขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และดีขึ้นมากเมื่ออายุประมาณ 10 ปี ดังนั้น หากพบว่า ลูกเป็นผื่นแพ้ผิวหนัง ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพราะเมื่อลูกน้อยได้รับการรักษาที่เหมาะสม และดูแลเป็นอย่างดีเร็วเท่าไร ก็ยิ่งลดความเจ็บปวดจากแผลเรื้อรังของลูกน้อย และเพิ่มโอกาสในการหายขาดจากโรคได้มากขึ้นเท่านั้น

 

เมื่อลูกมีร่างกายที่แข็งแรง เค้าก็พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาไปได้อย่างเต็มศักยภาพ คุณพ่อคุณแม่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้ที่ https://www.nestlemomandme.in.th/sensitive-expert

 

 

1 2 ข้อมูลจากบทความของสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ.2554

 

อ้างอิงข้อมูลจาก :

  1. http://allergy.or.th/2016/resources_expert_detail.php?id=109
  2. http://allergy.or.th/2016/resources_expert_detail.php?id=100
  3. http://allergy.or.th/2016/resources_expert_detail.php?id=93
  4. https://www.bangpakokhospital.com/care_blog/content/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87
  5. https://www.thairath.co.th/news/society/1637696

 

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner