รับมือโรคซึมเศร้าในเด็ก

รับมือโรคซึมเศร้าในเด็ก

ปัจจุบันโรคซึมเศร้าเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากกว่าในอดีต มีข่าวการฆ่าตัวตายด้วยโรคซึมเศร้าจากสื่อต่าง ๆ ทำให้เริ่มมองว่าสังคมในปัจจุบันต้องเผชิญความเครียดมากขึ้น แล้วถ้าลูกของเราต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้าพ่อแม่จะรับมืออย่างไร เรามีคำตอบ

รู้จักโรคซึมเศร้า

นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ  ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าไว้ว่า โรคซึมเศร้า (depression) เป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างรุนแรง โดยไม่มีสาเหตุอารมณ์ซึมเศร้า อาจเริ่มต้นจากน้อยๆ ไปหามาก ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์ไม่แจ่มใส หดหู่ เศร้าหมอง มีทุกข์ จนถึงเบื่อหน่าย ท้อแท้ เบื่อชีวิต คิดว่าตนเองไร้ค่า คิดอยากตายและอาจจะฆ่าตัวตายได้

โรคซึมเศร้าในเด็ก

อาจเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่เด็กซึ่งเป็นวัยที่บริสุทธิ์ สดใส ร่าเริง จะเป็นโรคซึมเศร้า แต่ความจริงเป็นที่น่าตกใจว่า เด็กมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าแบบรุนแรงและโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรังได้เท่า ๆ กับผู้ใหญ่และสามารถเกิดการฆ่าตัวตายได้เช่นเดียว อาการที่เกิดขึ้นคล้ายผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตอาการของลูก ดังนี้

เด็กเล็กมักจะมีอาการ แกล้งป่วย ไม่ไปโรงเรียน ติดพ่อแม่ กังวลว่าพ่อแม่จะเสียชีวิต  ส่วนเด็กโตจะนิ่งไม่พูด มีปัญหาที่โรงเรียน มองโลกในแง่ร้าย เป็นต้น ซึ่งหากลูกหลานมีพฤติกรรมเหล่านี้ อย่าเพิ่งตำหนิ ดุว่า เพราะเด็กอาจเป็นโรคซึมเศร้า ผู้ใหญ่ควรพูดคุยกับเด็กก่อนถึงสาเหตุ  เพราะเด็กวัยนี้จะสามารถบอกเล่าอาการของตนเองได้แล้ว ผู้ใหญ่จึงสามารถสอบถามเด็กได้ว่าเด็กรู้สึกอย่างไร ซึ่งเด็กจะบอกว่ารู้สึกไม่แจ่มใส ไม่สมาธิ การเรียนแย่ลง หงุดหงิดง่าย คิดหมกมุ่นอยู่กับบางสิ่งบางอย่าง และบางรายอาจมีความคิดฆ่าตัวตายรวมทั้งพยายามฆ่าตัวตายด้วย ภาวะอยากตายของเด็กอาจแสดงออกโดยคิดหมกมุ่นเกี่ยวกับการตาย และมีการกระทำซึ่งแสดงให้เห็นว่าต้องการให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต และจะพยายามทำซ้ำ ๆ

หากเป็นเช่นนี้ ผู้ใหญ่ควรพาไปเด็กไปรับการปรึกษากับจิตแพทย์โดยด่วน

ภาวะซึมเศร้าในเด็กวัยเรียนมักเกิดจากสาเหตุใด คลิกเพื่ออ่านต่อ

ภาวะซึมเศร้าในเด็กวัยเรียนมักเกิดจากสาเหตุใด

สาเหตุทางกาย (Biological cause)

1.เกิดจากสารเคมีที่เป็นสารสื่อประสาทในสมองบางอย่างแปรปรวนไม่สมดุลก็ทำให้เกิดซึมเศร้าได้ ซึ่งพบว่าระบบสารเคมีในสมองของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างชัดเจน โดยพบมีสารสื่อประสาทที่สำคัญเช่น ซีโรโทนิน (Serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) ลดต่ำลง

2.สาเหตุด้านกรรมพันธุ์ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องสูงในโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะผู้มีครอบครัวเป็นโรคนี้มีโอกาสป่วยด้วยโรคซึมเศร้า 2.8 เท่าของคนทั่วไป

3.เกิดจากความเสียหายของสมอง เช่น เป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคเส้นเลือดแข็งตัวผิดปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโรคทางกายที่อาจส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ เช่น โรคตับอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคพาร์กินสัน โรค SLE เป็นต้น

สาเหตุด้านจิตใจ (Psychological cause)

1.ความเครียดที่เกิดจากการเรียนหนัก เพราะปัจจุบันค่านิยมเรื่องการเรียนพิเศษเพื่อให้สอบได้คะแนนดีหรือเพื่อการแข่งขันเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับชั้นต่าง ๆ ทำให้เด็กต้องใช้เวลาในการเรียนยาวนานในแต่ละวัน จนเกิดเป็นความเครียดสะสม

2.เด็กขาดความมั่นใจในตนเองกลัวการแข่งขัน กลัวพลาดหวังทำให้เกิดความเครียด สะสม ยิ่งเกิดการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างเพื่อน ๆ หากคะแนนของตนเองสู้เพื่อนไม่ได้ ทำให้ตนเองพลอยคิดว่า ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ และไม่เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ทำให้หมดกำลังใจและเกิดความเครียดสะสมจนเป็นโรคซึมเศร้า

3.ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเสมอ ๆ หรือรู้สึกไม่ชอบ กลัว กังวล กับบุคคลรอบข้างเพราะมีความรู้สึกที่ไม่ดีหรือไม่สบายใจที่ต้องอยู่ด้วย ทำให้เกิดความเครียดสะสมเป็นเวลานาน

4.การเลี้ยงดูที่เข้มงวดเกินไป เด็กไม่สามารถแสดงออกถึงสิ่งที่ตนต้องการได้ ต้องเชื่อฟังพ่อแม่เท่านั้น และมีการตั้งระเบียบกฎเกณฑ์ที่มากจนเกินไป โดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูก

5.นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับครอบครัว เช่น การเสียชีวิตของพ่อแม่หรือคนในครอบครัว การที่พ่อแม่แยกทางกัน สาเหตุเช่นนี้จะถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สุดที่เด็กจะเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย

วิธีสังเกตอาการซึมเศร้าในเด็ก คลิกเพื่ออ่านต่อ

วิธีสังเกตอาการซึมเศร้าในเด็ก

ในวัยเด็กเรียกว่าเป็นวัยแห่งความสดใส สนุกสนาน ร่าเริง พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยความสนใจ นี่คือลักษณะของวัยเด็ก ในทางกลับกันหากเด็กหรือลูกของคุณมีบุคลิกลักษณะที่ตรงกันข้ามกับลักษณะของวัยเด็ก มาสังเกตอาการซึมเศร้าในเด็กกันค่ะ

1.เด็กมักจะนั่งซึม เหม่อลอยอยู่บ่อยๆ เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นลูกแสดงพฤติกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ ๆ ให้สันนิษฐาน ก่อนว่าลูกอาจมีภาวะซึมเศร้า แต่ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น ลูกอาจถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้ง หรือถูกคุณครูดุ คุณพ่อคุณแม่คอยเฝ้าดูอย่าเพิ่งไปคาดคั้นคำตอบจากลูกนะคะ

2.หากเด็กมักจะร้องไห้มาก และบ่อยครั้ง คุณพ่อคุณแม่ควรสละเวลามาดูแลลูกอย่างใกล้ชิดมากขึ้น คอยปลอบโยนเพื่อให้ลูกคลายความเศร้าหรือความกังวลลงบ้าง

3.เด็กมีพฤติกรมเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ คำว่าการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ เช่น ลูกเคยเป็นคนร่าเริงก็กลับกลายเป็นเด็กเก็บตัว ซึมเศร้า และมักชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว ไม่อยากยุ่งกับใคร ไม่เล่นกับพ่อแม่ หรือไม่เล่นกับเพื่อนแม้แต่เพื่อนสนิทก็ตาม แต่เป็นคนละอย่างกับเด็กที่กำลังเข้าสู่ในช่วงวัยรุ่น เพราะพวกเขามักอยากอยู่คนเดียวในโลกส่วนตัวซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

4.เด็กที่อยู่ในภาวะซึมเศร้านั้น ไม่ได้แปลว่าต้องเศร้าเท่านั้น เด็กที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าไม่ใช่จะมีอาการซึมเศร้าเท่านั้น อาจมีอารมณ์เกรี้ยวกราดและก้าวร้าวอีกด้วย เนื่องมาจากความกดดันต่าง ๆ จึงทำให้พวกเขาต้องแสดงอาการเช่นนั้นออกมาเพื่อระบาย หรือเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง

5.ภาวะซึมเศร้านั้น นอกจากจะทำให้นิสัยของเด็ก ๆ เปลี่ยนไปแล้ว ยังทำให้การกระทำต่าง ๆ ของเด็ก ๆ เปลี่ยนไปด้วย ได้แก่ ท่าทางในการนอน เด็กอาจจะมีอาการกระสับกระส่าย เพราะความเครียด คิดวกวนไปมา หรือนอนมากเกินไป ถือว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า

6.อาการซึมเศร้านั้นไม่ได้มีผลกระทบต่อจิตใจของเด็ก ๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น อาจส่งผลกระทบทางร่างกายด้วย เช่น การเบื่ออาหาร เด็กที่มีภาวะเครียดมักจะมีอาการเบื่ออาหารร่วมด้วย ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวลดลงได้ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ในร่างกายของเด็ก เช่น อาการปวดหัว อาการปวดท้อง หรืออื่น ๆ ซึ่งอาการแทรกซ้อนเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมา ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพาเด็ก ๆ ไปพบแพทย์โดยด่วน

7.ตามปกติเด็กมักจะมีสิ่งที่ตนเองชื่น เด็กส่วนใหญ่มักจะมีสิ่งที่ตนเองชอบ เช่น ตุ๊กตาตัวโปรด หนังสือเล่มโปรด และมักจะใช้เวลาอยู่กับสิ่งนั้น ๆ อย่างมีความสุข แต่เมื่อลูกเกิดอาการเครียดและซึมเศร้าพฤติกรรมของลูกจะเปลี่ยนไปกลายเป็นเพิกเฉยหรือไม่สนใจต่อสิ่งนั้น ๆ เลยก็เป็นได้ แต่ในทางกลับกัน เด็กอาจจะเอาแต่หมกตัว และใช้เวลาอยู่กับเรื่องที่เขาสนใจมากเกินไปก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นภาวะซึมเศร้าได้เหมือนกัน เพราะเนื่องมาจากกลไกการป้องกันตัวเอง เพื่อสั่งให้สมองสร้างความสุขให้กับตัวเอง แทนเรื่องที่เขากำลังเครียดอยู่

8.ถ้าคุณพ่อคุณแม่พบว่าเด็ก ๆ ของคุณมักจะพูดว่า จะหนีออกบ้านบ่อย ๆ หรือร้ายแรงถึงขั้นขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนเลย ก่อนที่เด็กจะทำอะไรลงไปโดยขาดการยั้งคิด

รับมือโรคซึมเศร้าในเด็ก คลิกเพื่ออ่านต่อ

รับมือโรคซึมเศร้าในเด็ก

พ่อแม่จะรับมือกับโรคซึมเศร้าในเด็กได้อย่างไร

1.ครอบครัวสามารถป้องกันได้โดยการให้ความรักความเข้าใจ สอนให้เด็กเข้มแข็ง รู้จักใช้เหตุผล และแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนควรลดความขัดแย้งต่างๆ ในครอบครัว

2.ให้ความใกล้ชิด และให้ความอบอุ่นแก่ลูก หมั่นสังเกตอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงที่เด็กต้องเผชิญกับความตึงเครียด

3.ครอบครัวที่มีกรรมพันธุ์โรคซึมเศร้า ควรใช้ความอ่อนโยน ความเอาใจใส่และมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ

4.พูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของลูกอยู่เสมอ ไม่ปิดกั้นความคิด และรับฟังด้วยความตั้งใจและสนใจ

5.ตั้งกฎภายในบ้านให้ชัดเจน และบังคับใช้อย่างสมเหตุสมผล โดยระมัดระวังไม่ให้เคร่งครัดจนเกินไป เพราะอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกเครียดหรือรู้สึกกดดัน อันจะนำไปสู่ปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น

6.พาลูกออกไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศหรือชวนทำกิจกรรมแปลก ๆ ใหม่ ๆ เพื่อให้ลูกได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น

7.ไม่เป็นต้นเหตุปัญหาของลูก ทั้งนี้เพราะพ่อแม่อาจเป็นสาเหตุสำคัญของความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ของลูกได้ เช่น การทะเลาะกันระหว่างพ่อกับแม่ การหย่าร้าง การเลี้ยงลูกด้วยความเคร่งครัดจนเกินไป และการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น

8.ผู้ปกครองและครูควรร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือเด็ก เพราะครูก็คืออีกบุคคลหนึ่งที่สำคัญที่ดำเนินไปอย่างสอดคล้องและต่อเนื่องระหว่างบ้านและโรงเรียน ย่อมสามารถกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้พฤติกรรมที่เหมาะสมได้ดียิ่งกว่าเดิม ดังนั้นผู้ปกครองและครูจึงควรพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาของเด็กที่พบในบ้านและโรงเรียน และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด

9.หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาจิตแพทย์โดยด่วนเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น

แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร  รองอธิการบดีกรมสุขภาพจิต  กล่าวว่า  สำหรับช่วงอายุที่ฆ่าตัวตาย สำเร็จมากกว่ากลุ่มอื่น คือ กลุ่มอายุ 35-39 ปี  โดยพบอายุต่ำสุด  คือ 10 ขวบ และสูงสุด คือ 93 ปีการติดตามเด็กอายุ 10 ปี ที่ฆ่าตัวตายพบว่า  มีลักษณะมีปัญหาในครอบครัว เด็กเป็นลูกคนเดียว สาเหตุที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย เพราะอยากเรียกร้องความสนใจและไม่ได้สิ่งที่ต้องการจากพ่อแม่ที่น่าสนใจ คือ  เด็กมักเลือกวิธีฆ่าตัวตายเป็นวิธีที่สื่อนำเสนอทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย  หากมีปัญหาสามารถติดต่อสายด่วนกรมสุขภาพจิต หมายเลข 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง 

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.thaihealth.or.th/Content

http://www.piyavate.com/

http://haamor.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

โรคซึมเศร้าหลังคลอด

เหตุผลที่ทำให้พ่อเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Country ...

ผู้ป่วยทั้งหมด

...+ 0 วันนี้

รักษาหายแล้ว

...

ยอดผู้เสียชีวิต

...+ 0 วันนี้

ผู้ป่วยวิกฤติ

...