100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 38 ท้องนอกมดลูกคืออะไร อันตรายไหม

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 38 ท้องนอกมดลูกคืออะไร อันตรายไหม

theAsianparent พามาดู 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 38 ท้องนอกมดลูกคืออะไร อันตรายไหม ท้องนอกมดลูกอันตรายยังไง? รักษาได้ไหม มาดูกันเลยค่ะ

ท้องนอกมดลูกคืออะไรนะ? หลายคนอาจจะยัง ไม่ทราบถึงภาวะนี้ สำหรับผู้หญิงหลายคน เวลาตั้งครรภ์แล้ว มีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ย่อมเกิดความกังวลใจ เป็นเรื่องปกติ ยิ่งเกิดอาการท้องนอกมดลูกด้วยแล้ว ยิ่งเครียดหนักเข้าไปใหญ่ ปกติแล้วเวลาที่เราซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มา เพื่อทดสอบว่า เราท้องหรือเปล่า มันไม่มีอะไรบอกว่า คุณท้องแต่ท้องนอกมดลูกสักหน่อย อาการของคนท้องนอกมดลูก ก็ไม่มีความแตกต่างจาก อาการของคนท้องทั่วไป theAsianparent พามาดู 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 38 ท้องนอกมดลูกคืออะไร

ท้องนอกมดลูกคืออะไร

ท้องนอกมดลูกคืออะไร

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 38 ท้องนอกมดลูกคืออะไร อันตรายไหม

การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) คือภาวะแทรกซ้อน ในช่วงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นอันตรายต่อแม่และเด็ก เป็นความผิดปกติในการตั้งครรภ์ ประเภทหนึ่ง เพราะตัวอ่อนไม่ฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูกที่ควรจะเป็น แต่ไปฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก โดยอาจจะในส่วนของปีกมดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ ปากมดลูก และช่องท้อง ซึ่งทำให้การเจริญเติบโตของตัวอ่อนผิดปกติ นอกจากนี้อาจจะทำให้อวัยวะภายในของแม่ได้รับความเสียหายได้

โดยปกติแล้ว รังไข่จะผลิตไข่ และ ปล่อยให้ไข่ เดินทางผ่าน ท่อนำไข่ จากนั้นก็ปฏิสนธิกับอสุจิ และ เคลื่อนตัวมาที่มดลูก แต่กรณีของการท้องนอกมดลูก คือ ไข่ได้รับการปฏิสนธิ แต่ไม่เคลื่อนลงมา ฝังตัวที่มดลูก เลยค้างอยู่ที่ บริเวณท่อนำไข่

ประมาณสัปดาห์ที่ 8  คุณจะเริ่มสังเกตอาการต่าง ๆ อย่างปวดท้องเฉียบพลัน มีเลือดออก ที่อวัยวะเพศ เวียนศีรษะ ความดันต่ำ การท้องนอกมดลูก เป็นเรื่องที่น่าเศร้า และ มีผลกระทบต่อจิตใจของว่าที่คุณแม่ เนื่องจาก คุณแท้งลูก การสูญเสียในครั้งนี้ ต้องใช้เวลาฟื้นตัว ทั้งทางร่างกาย แต่จิตใจมากสักหน่อย คุณอาจจะตั้งความหวังไว้ว่า หากคุณตั้งครรภ์ปกติในครั้งต่อไปก็ได้ เพื่อให้คุณทำใจได้เร็วขึ้น และ ก้าวผ่านประสบการณ์นี้ ไปอย่างเจ็บปวดน้อยที่สุด

ในกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่อันตรายมาก คือ ไข่ยังคงติดอยู่ที่รังไข่ หรือ อวัยวะภายในช่องท้องส่วนล่าง หากตัวอ่อนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้อวัยวะฉีกขาด ทำให้มีเลือดออกเป็นจำนวนมาก และ สร้างความเจ็บปวด ให้แก่ผู้ที่มีอาการนี้ หากคุณมีอาการตั้งครรภ์ในช่วงแรก อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว แม่ท้องควรรีบไปพบแพทย์ทันที

อาการของท้องนอกมดลูก

ท้องนอกมดลูก

ท้องนอกมดลูก

ในช่วงแรกของการท้องนอกมดลูก มักจะไม่มีอาการสำคัญ หรืออาจจะมีอาการคล้ายการตั้งครรภ์ทั่วไป เช่น

  • ประจำเดือนไม่มา
  • มีเลือดไหลออกจากช่องคลอด
  • เจ็บหน้าอก
  • คลื่นไส้อาเจียน วินเวียนศีรษะ

ส่วนอาการสำคัญที่เป็นสัญญาณท้องนอกมดลูกที่ป่วยรุนแรงขึ้น ควรเข้ารักษาจากแพทย์ทันที คือ

  • ปวยดบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดจำนวนมาก
  • ปวดไหล่ คอ และ บริเวณทวารหนัก
  • หน้ามืดเป็นลม
  • มีภาวะช็อค

ใครที่มีความเสี่ยงท้องนอกมดลูกได้

  • มีประวัติตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • คนอายุเยอะกว่ามีเกณฑ์เสี่ยงท้องนอกมดลูกมากกว่าคนอายุน้อย
  • การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ที่อาจทำให้เกิดพังผืดบริเวณปีกมดลูก
  • การผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะบริเวณท่อนำไข่ ทีอาจทำให้เกิดพังผืดได้
  • กินยาคุมโปรเจสโตรเจนอย่างเดียว ทำให้ตัวอ่อนเคลื่อนที่ได้ช้าลง
  • การสูบบุหรี่ มีผลต่อการเคลื่อนไหวของปีกมดลูก

วิธีการรักษา อาการท้องนอกมดลูก

ท้องนอกมดลูก

ท้องนอกมดลูก

  • การท้องนอกมดลูก สามารถรักษาได้โดย ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและอายุครรภ์ของแต่ละคน ดังนั้นหากคุณคิดว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์นอกมดลูกคุณควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที หากปล่อยรอไว้จนกระทั้งอวัยวะภายในมีการฉีกขาดอาจมีอันตรายถึงชีวิต แพทย์ต้องใช้การผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อรักษาอาการท้องนอกมดลูก
  • หากอายุครรภ์ที่ตรวจพบว่า ท้องนอกมดลูกยังไม่มาก และไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดส่องกล้อง เพื่อเอาตัวอ่อนออก และเย็บซ่อมแซมส่วนทีเสียหาย อีกทางเลือกหนึ่งที่แพทย์อาจยา เพื่อยุติการตั้งครรภ์
  • แพทย์อาจเลือกใช้ยา Methotrexate ในการรักษา คุณอาจมีเลือดออกประมาณ 2-3 อาทิตย์ไม่ต้องกังวลไปนะคะ
  • ช่วงที่พักรักษาตัวหลังการรักษาอาการท้องนอกมดลูก คุณควรพักสักระยะหนึ่งเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจหลังจากต้องเผชิญกับความผิดหวังและสูญเสียลูกในเวลาเดียวกัน   เรื่องที่เกิดเป็นเรื่องธรรมชาติ คุณไม่ควรโทษตัวเองและทำร้ายจิตใจตัวเอง
  • คุณสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มต่าง ๆ ที่คอยให้กำลังใจ และความช่วยเหลือแก่ผู้หญิงที่ต้องเสียลูก
  • คุณควรทิ้งช่วงสักระยะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มพยายามมีลูกอีกครั้ง โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอแนะนำว่าควรรอสัก 3-6 เดือน

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งานฟรี เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และ จิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อย่าให้ลูกกินน้ำหวาน ไม่ดีต่อร่างกาย เสี่ยงไม่พัฒนาการ ไม่ดี

เมนูสำหรับคุณแม่อยู่ไฟ อาหารว่างอร่อย ๆ ประโยชน์เน้น ๆ สำหรับคุณแม่

เทคนิคเพิ่มแต้มบุญของคนแต่ละวัน by INKLIST (แม่หมออิ๊งค์)

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

bossblink

app info
get app banner