ทำอย่างไรเมื่อ ลูกนอนผวา ทารกสะดุ้ง ตื่นบ่อย ตกใจง่ายเกิดจากอะไร

ทำอย่างไรเมื่อ ลูกนอนผวา ทารกสะดุ้ง ตื่นบ่อย ตกใจง่ายเกิดจากอะไร

ชวนคุณมาทำความเข้าใจว่าทำไมลูกแรกเกิดจึงนอนผวา และสะดุ้งตื่นบ่อย อาการเช่นนี้เป็นอันตรายหรือไม่ และคุณแม่จะช่วยลูกน้อยได้อย่างไร

ลูกนอนผวา สะดุ้งบ่อย ขณะนอนหลับ ทำอย่างไรดี หากลูกน้อยของคุณมีอาการนอนผวา สะดุ้งตื่น เมื่อได้ยินเสียงดัง หรือมีการเคลื่อนไหวคล้ายว่าตัวเองกำลังหล่น กางแขน กางขา แอ่นหลัง และร้องไห้ จากนั้นก็กลับไปนอนขดตัวอีกครั้ง ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความตกใจเช่นนี้เรียกว่า Moro reflex ซึ่งพบได้ในเด็กแรกเกิด

ลูกนอนผวา สะดุ้งบ่อย ตกใจง่าย เกิดจากอะไร

ทารกแรกเกิด มีปฏิกิริยาสะท้อนกลับหลากหลายรูปแบบ ไม่นานนัก หลังจากลืมตาดูโลก พวกเขาก็สามารถแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่าง ๆ ได้ อาทิ การอ้าปาก เมื่อถูกเขี่ยที่มุมปาก การดูด เมื่อมีของเข้าปาก การคว้าจับ การก้าว เป็นต้น

ปฏิกิริยาของเด็กแรกเกิด

  • ปฏิกิริยาโมโร (Moro) เมื่อทารกได้รับการกระตุ้นด้วยเสียงดัง ขณะที่ทารกนอนอยู่หรือมีการเคลื่อนไหว หรือร้องไห้เอง โดยทารกจะสะดุ้งและเอาแขนสองข้างไขว่คว้าคล้ายจะกอด โดยทารกจะผงกศรีษะไปข้างหลัง เหยียดแขนขาออก แล้วดึงแขนขากลับเข้ามาเหมือนจะกอด
  • ปฏิกิริยาการค้นหา (Rooting) ถ้าคุณแม่เขี่ยที่แก้ม เจ้าตัวน้อยจะหันหน้า อ้าปาก ไปในทิศทางที่ถูกสัมผัส ซึ่งเป็นสัญชาตญาณในการหาหัวนมแม่ของทารกนั่นเอง
  • ปฏิกิริยาการดูด (Sucking) เจ้าตัวน้อยจะดูดโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบางอย่างสัมผัสที่เพดานปาก ถึงแม้ว่าทารกจะรู้ได้เองว่าต้องดูดอย่างไร ลูกก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะการดูดเช่นกัน หากคุณแม่พบอุปสรรคในการให้นมบุตร อย่าเพิ่งท้อใจ ลองปรึกษาคลินิกนมแม่ใกล้บ้านคุณ เพื่อขอคำแนะนำในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้สำเร็จ
  • ปฏิกิริยาการคว้าจับ (Grasping) เจ้าตัวน้อยจะกำสิ่งของที่วางลงบนมือของเขา เช่น มือของคุณ หรือของเล่น ปฏิกิริยาตอบสนองเช่นนี้ช่วยให้ลูกพัฒนาทักษะในการจับสิ่งต่างๆ อย่างตั้งใจเมื่อโตขึ้น
  • ปฏิกิริยาการก้าว (Stepping) ถ้าคุณแม่ประคองเจ้าตัวน้อยให้ยืนขึ้น และปล่อยให้เท้าของเขาได้สัมผัสพื้นผิวที่เรียบ เขาจะยกขาข้างหนึ่ง และอีกข้างหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าตัวน้อยกำลังพยายามจะก้าว การตอบสนองเช่นนี้ ช่วยให้ลูกพัฒนาทักษะในการควบคุมการเดิน ซึ่งจะเริ่มประมาณอายุ 1 ขวบ

ปฏิกิริยาสะท้อนกลับเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทารก และเป็นการตอบสนองที่ปกติสำหรับเด็กแรกเกิด

ลูกนอนผวา

ทารกแรกเกิด มีปฏิกิริยาสะท้อนกลับหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เกิด อาทิ การอ้าปาก เมื่อถูกเขี่ยที่มุมปาก การดูด เมื่อมีของเข้าปาก การคว้าจับ การก้าว เป็นต้น

ทำอย่างไร เมื่อลูกนอนผวา ลูกนอนสะดุ้ง?

คุณแม่อาจพบว่าลูกนอนผวา ทารกนอนสะดุ้ง ในขณะที่กำลังพยายามจะวางลูกลงบนที่นอนเมื่อลูกนอนหลับ การวางลูกลงอาจทำให้ลูกรู้สึกเหมือนกำลังจะหล่น ซึ่งอาจทำให้ลูกตกใจตื่นทั้ง ๆ ที่เขากำลังนอนหลับสบาย

ลดอาการผวาของลูก แก้ปัญหาลูกสะดุ้ง

หากคุณแม่เป็นกังวลกับอาการผวาของลูก ลองวิธีต่อไปนี้

  • อุ้มเจ้าตัวน้อยแนบตัวคุณแม่ให้นานที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ เมื่อคุณจะวางเขาลงบนที่นอน ค่อย ๆ ปล่อยลูก หลังจากที่ช่วงหลังของลูกสัมผัสกับที่นอนแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกรู้สึกว่า กำลังจะหล่น และทำให้เกิดอาการผวาได้
  • การห่อตัวลูกน้อย จะช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัย เหมือนกลับไปขดตัวในมดลูกอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังช่วยให้ลูกนอนหลับนานขึ้นอีกด้วย

วิธีการห่อตัวทารก

1. ปูผ้าขนหนู หรือผ้าห่มเป็นแนวทแยง และพับมุมด้านบนลงมา

2. วางลูกนอนหงาย โดยให้ส่วนคออยู่บริเวณมุมที่พับลงมา

3. จับผ้าจากด้านซ้ายห่อตัวลูก เหน็บไว้ใต้แขนซ้าย

4. จับผ้าจากด้านล่างขึ้นมาปิดขาลูก

5. จับผ้าจากด้านขวาเข้ามาห่อตัวลูก เหน็บชายผ้าไว้ใต้ตัวลูก

วิธีนี้เหมาะสำหรับหน้าร้อน เมืองร้อน ที่ไม่จำเป็นต้องห่อศีรษะ และใช้สำหรับการนอนหงายเท่านั้น คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกน้อยที่ถูกห่อนั้นไม่รู้สึกร้อน หรือถูกรัดแน่นเกินไป

 

เมื่อไหร่อาการนอนสะดุ้ง นอนผวาถึงจะหายไป ?

อาการนอนสะดุ้ง นอนผวาจะหายไปเมื่อลูกเริ่มโตขึ้น ภายในอายุ 3- 6 เดือน ลูกจะไม่แสดงปฏิกิริยาสะท้อนด้วย Moro reflex อีกต่อไป เนื่องจากลูกสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้มากขึ้น จึงมีอาการนอนผวาน้อยลง

คุณสามารถช่วยลูกพัฒนาด้านการเคลื่อนไหว โดยให้พื้นที่เขาได้ยืดแขนขา เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รู้หรือไม่ว่าแม้แต่เด็กแรกเกิด ก็ควรมีโอกาสได้เคลื่อนไหวเช่นกัน เพียงแต่ต้องระมัดระวังในการประคองคอ และศีรษะดี ๆ ตอนที่คุณกำลังอุ้มเจ้าตัวน้อย

เมื่อไหร่ควรพบคุณหมอ ?

เมื่อลูกไม่แสดงปฏิกิริยาสะท้อนกลับตามปกติ ให้สงสัยว่า ลูกอาจมีปัญหา หากข้างใดข้างหนึ่งของร่างกายลูกไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง อาจเป็นเพราะลูกเกิดความผิดปกติที่หัวไหล่ หรือสมองได้รับบาดเจ็บ แต่หากไม่ตอบสนองทั้งสองข้าง อาจเกิดความเสียหายที่สมอง และกระดูกไขสันหลัง

ลูกนอนผวา สะดุ้งบ่อย

เมื่อลูกไม่แสดงปฏิกิริยาสะท้อนกลับตามปกติ หากข้างใดข้างหนึ่งของร่างกายลูกไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง อาจเป็นเพราะลูกเกิดความผิดปกติที่หัวไหล่ สมองได้รับบาดเจ็บ เกิดความเสียหายที่สมอง และกระดูกไขสันหลัง

การตอบสนอง และพฤติกรรมอื่น ๆ ของทารกแรกเกิด

1. การตอบสนองตามสัญชาตญาณ

  • การตอบสนองต่อเหตุตกใจ ทารกแรกเกิด จะมีการหดตัว ยืดแขน เพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบตัว อาการนี้จะหายไป เมื่ออายุได้ราว 4 เดือน
  • ปฏิกิริยาฟันดาบ (Tonic-Neck Reflex or Fencer’s Reflex) เมื่อลูกหันหน้าไปด้านหนึ่ง แขน และขาด้านนั้น ก็จะยืดออกด้วย ในขณะที่แขน และขาอีกข้างจะงอ อาการนี้จะหายไป เมื่ออายุได้ราว 4 เดือนเช่นกัน
  • คาง หรือปากล่างมีอาการสั่น
  • ชักกระตุกเบา ๆ

2. อาการแขน ขากระตุกเวลาร้องไห้

ทารกแรกเกิด จะมีอาการแขน และขากระตุกในระหว่างร้องไห้ และจะหายไปเมื่ออายุราว 1 – 2 เดือน อาการกระตุกที่เป็นปกติ แตกต่างจากการชัก เพราะส่วนมากเด็กจะไม่ร้องไห้ ถ้าหากเกิดการชัก

3. มีการเคลื่อนไหวขณะนอนหลับ

ทันทีที่ลูกนอนหลับ ลูกจะมีอาการสะดุ้ง หรืองอแขน ขา ประมาณ 2 – 3 วินาที หากขณะตื่นนอน มีอาการกระตุกนานกว่านั้น ราว ๆ 10 วิ อาจเสี่ยงต่อการชักได้

4. มีการส่งเสียงขณะนอนหลับ

  • มีเสียงหายใจขณะนอนหลับ
  • ลูกอาจจะส่งเสียงคราง ร้องไห้ ละเมอ ออกมาขณะนอนหลับได้
  • เสียงจากระบบการย่อยอาหารของลูก

5. การตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบตัว เช่น

  • การจาม การจามเป็นกระบวนการหนึ่งที่จะช่วยในเปิดทางเดินหายใจ ให้ลูกสามารถหายใจได้สะดวกขึ้น ลูกอาจจาม เพราะหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไป สูดดมกลิ่น หรือควัน การล้างจมูกให้ลูก อาจช่วยลดความถี่ในการจาม ที่ไม่ได้เกิดจากแพ้ หรือเป็นหวัดได้
  • การไอ เป็นกระบวนการเปิดช่องทางเดินหายใจของลูก
  • การกระพริบตา ลูกทารกที่อยู่กับความมืดในท้องแม่มาเป็นเวลานาน จะมีดวงตาที่อ่อนไหวต่อแสงไฟเป็นพิเศษ ลูกจึงมักจะกระพริบตาบ่อย ๆ เมื่อต้องเผชิญกับแสงไฟ หรือความสว่าง
ลูกนอนผวา สะดุ้งบ่อย

ลูกทารกที่อยู่กับความมืดในท้องแม่มาเป็นเวลานาน จะมีดวงตาที่อ่อนไหวต่อแสงไฟเป็นพิเศษ ลูกจึงมักจะกระพริบตาบ่อย ๆ เมื่อต้องเผชิญกับแสงไฟ หรือความสว่าง

อย่างไรก็ดี คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลจนเกินไป หากลูก ๆ ของคุณไม่นอนผวา หรือสะดุ้ง คุณหมอสามารถตรวจสอบได้ปฏิกิริยาตอบสนองของลูกเป็นปกติหรือเปล่า คุณหมออาจจำเป็นต้องตรวจสอบกล้ามเนื้อของทารก และเส้นประสาทในลำดับต่อไป ถ้ามีอาการผิดปกติ ที่รู้สึกไม่สบายใจ ให้ไปพบแพทย์

ที่มา www.healthline.com ,www.seattlechildrens.org

บทความที่น่าสนใจอื่น ๆ

โมเมนต์สุดประทับใจ เมื่อลูกน้อยดูดนมจากอกแม่ครั้งแรก ชมคลิป

คุณหมอป้ายตาทารกแรกเกิดเพื่ออะไร?

วิธีพัฒนาสมองเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ ติดปีกให้สมองลูกฉลาดขึ้น

 

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner