ถ้าลูกต้องคลอดก่อนกำหนด สัปดาห์ที่เท่าไหร่ลูกถึงจะรอด

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ถ้าลูกต้องคลอดก่อนกำหนด สัปดาห์ที่เท่าไหร่ลูกถึงจะรอด แล้วถ้าลูกรอดยังจะมีเรื่องอื่นที่น่าเป็นห่วงอีกบ้างไหม และจะรับมือยังไงเมื่อลูกคลอดก่อนกำหนด

ถ้าลูกต้องคลอดก่อนกำหนด สัปดาห์ที่เท่าไหร่ลูกถึงจะรอด

เพราะไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะคลอดออกมาตามเกณฑ์ ถ้าลูกต้องคลอดก่อนกำหนด สัปดาห์ที่เท่าไหร่ลูกถึงจะรอด และแม้ลูกจะรอด แต่มีปัญหาสุขภาพตามมาอีกรึเปล่า

แม่คลอดเร็วสุดแล้วลูกรอด

การคลอดก่อนกำหนดที่มีการเก็บข้อมูลว่าเด็กๆ จะรอดคือสัปดาห์ที่ 21 กับอีก 5 วันค่ะ ด้วยเปอร์เซนต์การรอดชีวิตที่มีเพียงแค่ 0-10% เท่านั้น แต่หากจะให้ชัวร์ว่าลูกรอดจริงๆ การยืดระยะเวลาไปจนถึงสัปดาห์ที่ 24 ลูกจะมีโอกาสรอดมากขึ้นเป็น 40-70% เลยทีเดียวค่ะ

แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าลูกรอดแล้วจะไม่มีปัญหาสุขภาพนะคะ นั่นก็เพราะแม้เปอร์เซนต์การรอดของลูกจะสูง แต่ในบางกรณีเด็กๆ ก็ยังต้องพึ่งเครื่องมือทางการแพทย์ในการรอดชีวิตเช่นกัน และไม่ใช่ว่าทุกโรงพยาบาลจะมีเครื่องมือเครื่องไม้พร้อม ในการช่วยเหลือเด็กๆ ที่คลอดก่อนกำหนด

ปัจจัยที่ทำให้ลูกคลอดออกมาแล้วรอด

มีทั้งเรื่องของข้อจำกัดทางสุขภาพของคุณแม่แต่ละคน การดูแลตัวเองระหว่างการตั้งครรภ์ของคุณแม่ อายุและความพร้อมในการตั้งครรภ์ โดยรวมแล้วคิดเป็นเปอร์เซนต์ดังนี้ค่ะ

  • คลอดในสัปดาห์ที่ 21 หรือต่ำกว่านั้น ลูกมีโอกาสรอด 0%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 22 ลูกมีโอกาสรอด 0-10%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 23 ลูกมีโอกาสรอด 10-35%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 24 ลูกมีโอกาสรอด 40-70%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 25 ลูกมีโอกาสรอด 50-80%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 26 ลูกมีโอกาสรอด 80-90%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 27 ลูกมีโอกาสรอด มากกว่า 90%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 28 ลูกมีโอกาสรอด 92% หรือมากกว่านั้น
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 29 ลูกมีโอกาสรอด 95% หรือมากกว่านั้น
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 30 ลูกมีโอกาสรอด มากกว่า 95%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 31 ลูกมีโอกาสรอด มากกว่า 95%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 32 ลูกมีโอกาสรอด 98%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 33 ลูกมีโอกาสรอด 98%
  • คลอดในสัปดาห์ที่ 34 ลูกมีโอกาสรอด 98% หรือมากกว่านั้น

หากคุณแม่มีความเสี่ยงหรืออาการแทรกซ้อน ควรคลอดในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือสำหรับดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด หรือศูนย์ NICU ค่ะ

ลูกคลอดก่อนกำหนด จะแข็งแรงไหม

เด็กๆ ที่ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 24 แม้จะรอด แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะมีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังได้ค่ะ ภาวะแทรกซ้อนที่มีความเสี่ยงก็อย่างเช่น การติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพ เด็กๆ อาจจะมีการฉีดเสตียรอยด์ เพื่อช่วยในการพัฒนาของปอด หรือเด็กๆ ที่คลอดในสัปดาห์ที่ 32-34 อาจจะต้องมีการให้แมกนีเซียม เพื่อช่วยในการทำงานของระบบประสาท เป็นต้นค่ะ แต่การช่วยเหลือดังกล่าวก็อาจจะส่งผลกระทบด้านสุขภาพ ทั้งระยะสั้นและระยะยามตามมาได้เช่นกัน

  • เด็กทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดเพียง 1.25 กิโลกรัม อาจมีปัญหาโรคจอประสาทตาผิดปกติในทารกคลอดก่อนกำหนด แต่มีเพียง 6% ที่ต้องได้รับการรักษา
  • เด็กทารกจำนวน 25% ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 1.5 กิโลกรัม จะบกพร่องทางการได้ยิน
  • เด็กทารกที่มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ จะมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้มากกว่า เด็กที่มีน้ำหนักแรกคลอดสูงกว่า
  • มีการศึกษาที่พบว่าเด็กอายุ 7-8 ขวบ ที่เกิดในสัปดาห์ที่ 32 จะมีภาวะบกพร่องในพัฒนาการการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อร่างกาย ( Developmental Coordination Disorder ) เป็นจำนวนสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับเด็กที่คลอดตามกำหนดที่มีเพียงแค่ 6%
  • เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีพัฒนาด้านกล้ามเนื้อต่างๆ ช้ากว่าเด็กตามเกณฑ์ แม้จะมีสติปัญญาปกติก็ได้ แต่จะส่งผลกระทบชัดเจนเมื่อถึงวัยเรียน

พ่อแม่ต้องทำยังไงเมื่อมีลูกคลอดก่อนกำหนด

สิ่งแรกที่ต้องทำ หากลูกเสี่ยงมีปัญหาการได้ยินและการมองเห็น คือหมั่นตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำ ทั้งลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และยังต้องมีการบำบัดและรักษาด้วยค่ะ

หากลูกเสี่ยงมีปัญหาทางด้านสมองและพัฒนาการต่างๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องพามาหาคุณหมอเพื่อรักษาต่อไปเช่นกัน โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กๆ จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเกินความคาดหมายค่ะ นอกจากนี้

  • สังเกตอาการปวดท้องคลอดหรืออาการที่จะบอกว่าคุณแม่เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดให้ดี
  • ให้ลูกกินนมแม่ล้วน เพื่อข้อดีทางด้านสุขภาพของลูก เช่น ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ช่วยในการทำงานของสุขภาพหัวใจ เป็นต้น
  • การสัมผัสเนื้อแนบเนื้อกับลูกบ่อยๆ จะช่วยในการพัฒนาสมองของลูกค่ะ
  • อยู๋ในความดูและของบุคลากรทางการแพทย์ อย่างต่อเนื่องเพื่อรับคำแนะนำในการดูและเด็กๆ ค่ะ

ที่มา Bellybelly

บทความที่น่าสนใจ

นักสู้ตัวน้อยใน NICU หนูน้อยผู้รอดชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนดและ RSV

แม่ท้องนอนไม่ค่อยหลับ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด

parenttown

การคลอดบุตร การตั้งครรภ์ เตรียมตัวเป็นแม่