100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 55 มีซีสต์ขณะตั้งครรภ์ อันตรายไหม

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 55 มีซีสต์ขณะตั้งครรภ์ อันตรายไหม

วันนี้ theAsianparent Thailand ขอนำบทความ มีชีสต์ขณะตั้งครรภ์ มาฝากคุณแม่กัน มาดูกันว่าซีสต์ขณะตั้งส่งผลอย่างไรกับเราบ้าง

เรื่องน่ากังวลใจสำหรับคุณผู้หญิงหลาย ๆ คนคงไม่พ้นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวกับมดลูก แต่จะกังวลยิ่งขึ้นไปอีกหากตรวจพบโรคนี้ขณะตั้งครรภ์ วันนี้ theAsianparent Thailand ขอนำบทความ มีซีสต์ขณะตั้งครรภ์ มาฝากคุณแม่กัน มาดูกันว่าซีสต์ขณะตั้งส่งผลอย่างไรกับเราบ้าง

 

ซีสต์ที่รังไข่คืออะไร

มีซีสต์ขณะตั้งครรภ์

มีซีสต์ขณะตั้งครรภ์

ซีสต์ (Cyst) คือ ถุงน้ำที่เกิดขึ้นในร่างกายของคนเรา ดังนั้น ซีสต์ที่รังไข่นั้นก็คือการมีถุงน้ำเกิดขึ้นภายในรังไข่ และมีกลไกการเจริญเติบโตที่อาจส่งผลต่อร่างกายได้ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ซีสต์ที่เป็นโรค และซีสต์ที่เกิดโดยธรรมชาติและสามารถหายได้เอง

  • ซีสต์ที่เกิดโรค คือ ถุงน้ำที่มีความผิดปกติ สามารถทำให้เกิดโรคขึ้นภายในอวัยวะที่ตรวจพบซีสต์ได้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ซีสต์ที่เป็นโรคทั่วไป เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ และซีสต์ที่เป็นโรคมะเร็ง
  • ซีสต์ที่เกิดโดยธรรมชาติและสามารถหายได้เอง โดยปกติแล้วการทำงานภายในรังไข่จะมีการผลิตฟองไข่แล้วตกไปรอบละ 1 ใบ ซึ่งซีสต์ที่เกิดโดยธรรมชาติ อาจเกิดจากการที่ฟองไข่โตตามปกติแต่ไม่สามารถตกออกมาใช้งานได้ ทำให้เกิดเป็นซีสต์หรือถุงน้ำที่ค้างอยู่ภายในรังไข่ ซีสต์แบบนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะถูกกลไกของร่างกายดูดซึมแล้วหายได้เองภายใน 3 เดือน นอกจากนี้ในกรณีที่ไข่ตกตามปกติก็ยังสามารถทำให้เกิดซีสต์ได้เช่นกัน ในกรณีที่ไข่ตกตามปกติ แต่หลังจากการตกไข่กลับมีเลือดออกในฟองไข่นั้นจนกลายเป็นก้อนเลือดขังอยู่ภายใน และร่างกายก็จะดูดซึมแล้วหายไปเองเช่นกัน

ซีสต์ขณะตั้งครรภ์

มีซีสต์ขณะตั้งครรภ์

มีซีสต์ ขณะตั้งครรภ์

ซีสต์ หรือ โรคถุงน้ำรังไข่ในระหว่างตั้งครรภ์นั้น พบได้ไม่บ่อยนัก ความน่าเป็นของการเกิดโรคนี้อยู่ในช่วงประมาณร้อยละ 0.19- 8.8 ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีถุงน้ำรังไข่มาก่อนการตั้งครรภ์ เมื่อมาตรวจฝากครรภ์จึงตรวจพบความผิดปกติดังกล่าว ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มเนื้องอกของรังไข่ โอกาสพบมะเร็งรังไข่ขณะตั้งครรภ์นั้นต่ำมาก ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะของถุงน้ำที่ตรวจพบด้วย

บางรายมีถุงน้ำรังไข่เกิดขึ้นใหม่ขณะตั้งครรภ์ได้ ซึ่งเป็นถุงน้ำรังไข่ที่เกิดจากการตกไข่และยังคงอยู่เพื่อสร้างฮอร์โมนเพศมาพยุงการตั้งครรภ์นั่นเอง (เรียกว่าถุงน้ำรังไข่คอร์ปัสลูเตียม) โดยเป็นสิ่งตรวจพบตามสรีระวิทยาปกติขณะตั้งครรภ์ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดที่มีถุงน้ำนี้จะยุบหายไปได้เองเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์(หลังสัปดาห์ที่ 14 ของการตั้งครรภ์) เพียงแค่ติดตามด้วยการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงเป็นระยะก็พอ

ซีสต์นั้นอาจตรวจพบโดยบังเอิญเมื่อตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อดูทารกในครรภ์ บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อยข้างเดียวกับมีรอยโรคปรากฏอยู่ อาจมีอาการกดเบียดอวัยวะ ข้างเคียง เช่น เบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยมากขึ้น หรือคลำพบก้อนที่ท้องน้อย บางรายในกรณีที่ถุงน้ำมีขนาดใหญ่อาจมีภาวะแทรกซ้อนของถุงน้ำรังไข่ ทำให้มีอาการปวดท้องเฉียบพลันได้ เช่น อาจเกิดการแตกได้ร้อยละ 1-9 การบิดขั้วของถุงน้ำ ได้ร้อยละ 1-22 และตัวถุงน้ำเองอาจเป็นอุปสรรคขัดขวางช่องทางการคลอดได้ร้อยละ 2-17 เป็นต้น

การตรวจร่างกาย หรือตรวจภายในเพื่อหาถุงน้ำรังไข่ ในขณะตั้งครรภ์จะกระทำได้ลำบาก และไม่ค่อยมีประโยชน์ เนื่องจากมดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น และมักเบียดดันตัวก้อนให้สูงขึ้นจากตำแหน่งปกติ หรือดันไปทางด้านหลัง ทำให้แพทย์วินิจฉัย คลาดเคลื่อนไปได้ การวินิจฉัยหลักจึงได้จากการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงเป็นสำคัญ เฉพาะกรณีที่สงสัยมะเร็งรังไข่จึงจำเป็นต้องส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

 

ลักษณะของซีสต์

มีซีสต์ขณะตั้งครรภ์

มีซีสต์ ขณะตั้งครรภ์

โดยสามารถจำแนกลักษณะจำเพาะระหว่างถุงน้ำเนื้องอกธรรมดา ถุงน้ำช็อคโกแลต ถุงน้ำเดอมอยด์ ถุงน้ำคอร์ปัสลูเตียม และถุงน้ำมะเร็งรังไข่ โดยการดูความเข้มเสียงของสารน้ำในรังไข่ ดูว่ามีก้อนเนื้อตัน ผนังกั้น ภายในพื้นผิว เส้นเลือดที่มาเลี้ยง เป็นต้น หากพบลักษณะเป็น ถุงน้ำรังไข่แบบธรรมดา และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า หรือเท่ากับ 5 เซนติเมตร แพทย์มักจะให้รอตรวจติดตามอีก  4 สัปดาห์ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง ในกรณีที่ก้อนโตขึ้นก็จะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดในขณะตั้งครรภ์ กรณีที่ก้อนคงเดิมสามารถ รอตรวจติดตามหลังคลอดได้โดยยังไม่ต้องผ่าตัดระหว่างตั้งครรภ์

หากพบถุงน้ำธรรมดาที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร แพทย์จะให้ทางเลือกกับผู้ป่วยว่าอาจติดตามไปก่อนเมื่อมีอาการค่อยผ่าตัด แต่อาจเสี่ยงต่อการบิดขั้วระหว่างตั้งครรภ์หรือในช่วงคลอดบุตรได้ หรือสามารถเลือกผ่าตัดได้ในช่วงอายุครรภ์หลัง 16 สัปดาห์ไปแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร การมีถุงน้ำรังไข่ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ให้มีการผ่าตัดคลอดบุตร แพทย์จึงไม่แนะนำให้ผ่าตัดคลอดบุตร เพื่อผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ออกพร้อมกัน จะทำให้มีโอกาสเสียเลือดขณะผ่าตัดมากขึ้น ยกเว้นกรณีที่ผ่าตัดคลอดแล้วพบถุงน้ำรังไข่โดยบังเอิญ และพิจารณาข้อดี ข้อเสีย ให้คำปรึกษาแก่คนไข้และสามี เมื่อทางผู้ป่วยและครอบครัวยินยอมให้ทำได้จึงค่อยผ่าตัดไปพร้อมกัน หากสงสัยเป็นถุงน้ำคอร์ปัสลูเตียมสามารถติดตามเพียงอย่างเดียว รอจนหายไปเองโดยไม่ต้องผ่าตัด หากก้อนมีลักษณะที่ซับซ้อนน่าสงสัยมะเร็งให้ส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเร่งด่วนว่าต้องผ่าตัดเลยหรือไม่

 

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก theAsianparent Thailand เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

Source : 1 , 2

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

มดลูกลอยตัวอันตรายไหม มดลูกลอยตัวตอนตั้งครรภ์และหลังคลอด เป็นอย่างไร

ปวดท้องหลังคลอด ปวดมดลูกหลังคลอดเกิดจากอะไร มีวิธีลดอาการปวดไหม

เย็บปากมดลูก ป้องกันคลอดก่อนกำหนด ทำไมต้องเย็บปากมดลูก คนท้องต้องเย็บปากมดลูกทุกคนหรือไม่

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

iamp

app info
get app banner