TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง? 10 อาหารต้องห้ามคนท้อง ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์

บทความ 8 นาที
คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง? 10 อาหารต้องห้ามคนท้อง ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์

"คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง?" เผย 10 อาหารต้องห้ามคนท้องที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ พร้อมทางเลือกที่ปลอดภัยเพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน

หนึ่งในความกังวลยอดฮิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ คือ “คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง?” วันนี้ เราจะมาไขทุกข้อข้องใจเกี่ยวกับ อาหารต้องห้ามคนท้อง 10 กลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และคำแนะนำขององค์กรอนามัยระดับโลกกันค่ะ

10 อาหารต้องห้ามคนท้อง ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์

1. อาหารดิบและกึ่งสุกกึ่งดิบ ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น

เมนูโปรดของใครหลายคนอย่าง สเต๊กเนื้อแบบ Medium Rare ลาบดิบ หรือก้อยเนื้อ อาจต้องพักไว้ก่อนในช่วงตั้งครรภ์นี้นะคะ เพราะอาหารที่ปรุงไม่สุก 100% คือแหล่งสะสมชั้นดีของเชื้อแบคทีเรียอันตราย เช่น ซัลโมเนลลา (Salmonella), อีโคไล (E. coli) และที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์ คือพยาธิ ทอกโซพลาสมา กอนดิไอ (Toxoplasma gondii) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคทอกโซพลาสโมซิส หรือโรคขี้แมว

  • ผลกระทบต่อทารก/คุณแม่: เชื้อ Salmonella และ E. coli อาจทำให้คุณแม่เกิดภาวะอาหารเป็นพิษรุนแรง มีไข้สูง ท้องเสีย และขาดน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนเลือดไปยังรกได้ แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ Toxoplasma ที่สามารถผ่านรกไปสู่ทารก และอาจนำไปสู่การแท้งบุตร หรือทำให้ทารกมีความพิการแต่กำเนิดทางสมองและดวงตาได้
  • หลักฐานทางการแพทย์: ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) จัดให้การติดเชื้อ Toxoplasmosis ระหว่างตั้งครรภ์เป็นภาวะที่มีความเสี่ยงสูงต่อพัฒนาการทารกในครรภ์
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: ง่ายและดีที่สุดคือการยึดหลัก “ปรุงสุกทุกอย่าง” (Cook it thoroughly) เนื้อสัตว์ทุกชนิดควรมีอุณหภูมิใจกลางไม่ต่ำกว่า 75 องศาเซลเซียส ไม่มีส่วนที่เป็นสีชมพูหรือเลือดแดงๆ ให้เห็น

2. ปลาดิบ ซูชิ และอาหารทะเลดิบ บอกลาไปก่อนชั่วคราว

ปลาดิบ ซูชิ ซาซิมิ หรือหอยนางรมสดๆ อาจเป็นของโปรด แต่สำหรับ อาหารคนท้อง แล้ว เมนูเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงเกินไปค่ะ เนื่องจากอาหารทะเลดิบมีความเสี่ยงสูงที่จะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes) และพยาธิต่างๆ เชื้อ Listeria มีความพิเศษตรงที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้ในอุณหภูมิตู้เย็น

  • ผลกระทบต่อทารก/คุณแม่: การติดเชื้อ Listeria (Listeriosis) ในคนทั่วไปอาจมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นรุนแรงกว่ามาก เชื้อสามารถผ่านรกและทำให้เกิดการแท้ง, คลอดก่อนกำหนด, ทารกติดเชื้อรุนแรงหลังคลอด หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตในครรภ์
  • สถิติที่น่าสนใจ: CDC ระบุว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ มีโอกาสติดเชื้อ Listeria มากกว่าคนปกติถึง 10 เท่า นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เมนูนี้กลายเป็นหนึ่งใน อาหารต้องห้ามคนท้อง อันดับต้นๆ
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: หากอยากทานอาหารญี่ปุ่น ให้เลือกเมนูที่ปรุงสุก เช่น ซูชิหน้าปลาไหลย่าง, ซูชิหน้ากุ้งต้ม, ข้าวหน้าเทมปุระ หรือปลาซาบะย่างซีอิ๊ว

อาหารต้องห้ามคนท้อง ปลาดิบ ซูชิ

 

3. ปลาทะเลขนาดใหญ่ ระวังภัยเงียบจากสารปรอท

แม้ว่าปลาจะเป็นแหล่งโปรตีนและโอเมก้า 3 ที่ดีเยี่ยม แต่การเลือกชนิดของปลามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ เพราะปลาทะเลขนาดใหญ่ที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารชั้นบนๆ เช่น ปลาฉลาม, ปลาดาบ, ปลาอินทรี, ปลาทูน่าครีบใหญ่ (Bigeye Tuna) มีแนวโน้มสะสมสารปรอทในรูปแบบ “เมทิลเมอร์คิวรี” (Methylmercury) ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารพิษที่ร้ายแรงต่อระบบประสาท

  • ผลกระทบต่อทารก: สารปรอทสามารถข้ามรกไปทำลายสมองและระบบประสาทของทารกที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบระยะยาวต่อระดับสติปัญญา (IQ), ทักษะการเรียนรู้, สมาธิ และการมองเห็นของลูกน้อยเมื่อเติบโตขึ้น
  • คำแนะนำจากองค์กรสากล: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐฯ มีคำแนะนำที่ชัดเจนให้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรหลีกเลี่ยงปลาเหล่านี้
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: ให้เลือกทานปลาทะเลขนาดเล็กที่มีปรอทต่ำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทู, ปลากะพง และปลาน้ำจืดอย่างปลานิล เพื่อให้ได้รับโอเมก้า 3 อย่างปลอดภัย

4. นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์

“นมสดจากฟาร์ม” หรือซอฟต์ชีสบางชนิดที่นำเข้า อาจฟังดูดีต่อสุขภาพ แต่กระบวนการ “พาสเจอร์ไรส์” คือสิ่งที่คุณแม่ต้องมองหา เพราะนมดิบ (Raw Milk) และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมดิบ เช่น ซอฟต์ชีส อาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้หลากหลายชนิด รวมถึง Listeria, Salmonella, และ E. coli

  • ผลกระทบต่อทารก/คุณแม่: ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นเชื้อ Listeria ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งยวดต่อทารกในครรภ์ดังที่ได้กล่าวไป
  • หลักการง่ายๆ: กระบวนการพาสเจอร์ไรส์คือการใช้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตราย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านกระบวนการนี้ ก็เหมือนกับการข้ามขั้นตอนด้าน ความปลอดภัยของลูกในครรภ์ ไป
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: อ่านฉลากเสมอ! เลือกผลิตภัณฑ์นม โยเกิร์ต และชีส ที่ระบุคำว่า “Pasteurized” หรือ “ทำจากนมพาสเจอร์ไรส์” เท่านั้น ชีสแข็ง เช่น เชดดาร์ชีส หรือ พาร์เมซานชีส โดยทั่วไปมีความปลอดภัยสูงกว่า

5. ตับและผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามิน A สูงเกินไป

ตับเป็นแหล่งธาตุเหล็กชั้นดี แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรรับประทานมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วง อาหารคนท้องไตรมาสแรก เนื่องจากตับสัตว์เป็นแหล่งของวิตามิน A ในรูปแบบ “เรตินอล” ที่เข้มข้นมาก การได้รับวิตามิน A ในรูปแบบนี้มากเกินไปในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้ทารกพิการแต่กำเนิด 

  • ผลกระทบต่อทารก: การได้รับเรตินอลปริมาณสูงเกินไปมีความเชื่อมโยงกับความผิดปกติของกะโหลกศีรษะ ใบหน้า หัวใจ และระบบประสาทส่วนกลางของทารก
  • ความแตกต่างที่ต้องรู้: วิตามิน A จากพืช (ในรูปของเบต้าแคโรทีน) เช่น ในแครอท ฟักทอง ผักใบเขียว มีความปลอดภัยสูง เพราะร่างกายจะเปลี่ยนมาใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะเป็นครั้งคราว เนื่องจากความเสี่ยงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อร่างกายได้รับวิตามินเอสูงเกิน 50,000 IU ต่อวันเป็นประจำเท่านั้น แต่หากคุณแม่ต้องการเน้นเสริมธาตุเหล็กจากแหล่งอื่นเพื่อความสบายใจ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยเลือกทานเนื้อแดงปรุงสุก, ไข่แดง, และผักใบเขียวเข้มต่างๆ และอย่าลืมทานคู่กับผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างส้มหรือฝรั่ง เพื่อให้ร่างกายนำธาตุเหล็กไปใช้บำรุงครรภ์ได้อย่างเต็มที่

 

6. เนื้อแปรรูปและอาหารสำเร็จรูปที่ไม่ได้อุ่นร้อน

ฮอทดอก, โบโลน่า, แฮม หรือไส้กรอกต่างๆ ที่อยู่ในตู้แช่ แม้จะระบุว่า “ปรุงสุกแล้ว” ก็ยังมีความเสี่ยงแฝงอยู่ เนื่องจาก ความเสี่ยงหลักคือเชื้อ Listeria ที่อาจปนเปื้อนเข้ามาในผลิตภัณฑ์ หลังจากกระบวนการปรุงสุกที่โรงงานแล้ว แต่ก่อนการบรรจุหีบห่อ

  • ผลกระทบต่อทารก/คุณแม่: เช่นเดียวกับความเสี่ยงจากนมดิบและปลาดิบ การติดเชื้อ Listeriosis ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อการตั้งครรภ์
  • หลักการป้องกัน: ความร้อนสามารถฆ่าเชื้อ Listeria ได้
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: หากต้องการรับประทานอาหารกลุ่มนี้ ให้นำไปอุ่นให้ร้อนจัดเสมอ (อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส หรือจนมีไอน้ำพวยพุ่ง) ก่อนรับประทาน ไม่ควรทานแบบเย็นๆ ที่ออกมาจากตู้เย็นโดยตรง

7. ไข่ดิบหรือไข่ลวก

ไข่คือสุดยอดอาหาร แต่ต้องมาในรูปแบบที่สุก 100% เท่านั้น เพราะเชื้อ Salmonella อาจปนเปื้อนอยู่บนเปลือกไข่และซึมเข้าไปในเนื้อไข่ได้ การทานไข่ที่ไม่สุกจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

  • ผลกระทบต่อทารก/คุณแม่: แม้เชื้อจะไม่ผ่านรกไปสู่ทารกโดยตรง แต่อาการอาหารเป็นพิษที่รุนแรงในคุณแม่ (ไข้สูง, อาเจียน, ท้องเสีย) สามารถนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวและเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้
  • เมนูที่ต้องระวัง: นอกจากไข่ลวกหรือไข่ดาวไม่สุกแล้ว ยังต้องระวังเมนูที่มีส่วนผสมของไข่ดิบ เช่น ซอสซีซาร์สลัดแบบโฮมเมด, มายองเนสทำเอง, มูสช็อกโกแลต, และไอศกรีมโฮมเมดบางสูตร
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: รับประทานไข่ต้มสุก, ไข่เจียว, หรือไข่ดาวที่ทั้งไข่แดงและไข่ขาวสุกแข็งตัวดีแล้ว 

อาหารต้องห้ามคนท้อง ไข่ดิบ ไข่ลวก

 

8. คาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป

ข่าวดีคือ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องงดกาแฟโดยสิ้นเชิง แต่ข่าวที่ต้องใส่ใจคือ ปริมาณที่ดื่ม เนื่องจาก คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่สามารถผ่านรกไปสู่ทารกได้อย่างอิสระ แต่ร่างกายเล็กๆ ของทารกยังไม่มีเอนไซม์ที่จะเผาผลาญคาเฟอีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คาเฟอีนอยู่ในร่างกายนานกว่าปกติ

  • ผลกระทบต่อทารก: งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง (มากกว่า 200-300 มิลลิกรัมต่อวัน) กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการแท้ง และภาวะทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์
  • คำแนะนำที่ชัดเจน: American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) แนะนำให้ คุณแม่ตั้งครรภ์ จำกัดปริมาณคาเฟอีนไม่ให้เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: 200 มก. เทียบเท่ากับกาแฟชง 1 แก้ว (ประมาณ 240-350 มล. แล้วแต่ความเข้ม), ชาดำ 2-3 แก้ว, หรือน้ำอัดลม 2-3 กระป๋อง อย่าลืมว่าคาเฟอีนยังแฝงอยู่ในช็อกโกแลตและยาบางชนิดด้วย ลองเปลี่ยนมาดื่มกาแฟดีแคฟ, ชาขิง, หรือน้ำผลไม้สดแทน

9. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดเด็ดขาด 100%

ไม่มีข้อยกเว้นและไม่สามารถต่อรองได้เลย ไม่มีคำว่า “ดื่มเล็กน้อย” สำหรับแอลกอฮอล์ในช่วงตั้งครรภ์ เพราะ แอลกอฮอล์สามารถผ่านรกไปสู่กระแสเลือดของทารกได้โดยตรง และส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ทุกส่วน โดยเฉพาะเซลล์สมอง

  • ผลกระทบต่อทารก: เป็นสาเหตุโดยตรงของกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ (Fetal Alcohol Spectrum Disorders – FASDs) ซึ่งสร้างความเสียหายถาวรต่อร่างกายและสติปัญญาของเด็ก ทำให้มีปัญหาด้านการเรียนรู้, พฤติกรรม, การเข้าสังคม และมีลักษณะใบหน้าที่ผิดปกติไปตลอดชีวิต
  • ข้อสรุปทางการแพทย์: ไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัย (No safe amount) ในระหว่างการตั้งครรภ์
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เท่านั้น เช่น ม็อกเทล (Mocktails), น้ำผลไม้, หรือน้ำโซดาใส่มะนาวสดชื่น

10. ผักและผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด

แม้แต่ อาหารคนท้อง ที่ดีที่สุดอย่างผักและผลไม้ ก็อาจกลายเป็นแหล่งเชื้อโรคได้หากไม่ใส่ใจเรื่องความสะอาด เพราะ ดินที่ปนเปื้อนมากับผักผลไม้อาจมีเชื้อ Toxoplasma แฝงอยู่ นอกจากนี้ผิวของผักผลไม้อาจปนเปื้อนแบคทีเรียอื่นๆ รวมถึงยาฆ่าแมลงในระหว่างการเพาะปลูกและขนส่ง

  • ผลกระทบต่อทารก: เสี่ยงต่อการติดเชื้อ Toxoplasmosis เช่นเดียวกับการทานเนื้อดิบ
  • หลักปฏิบัติง่ายๆ: ความสะอาดคือหัวใจสำคัญ
  • ทางเลือกที่ปลอดภัย: ล้างผักและผลไม้ทุกชนิดให้สะอาดหมดจดด้วยน้ำไหลผ่านนานๆ อาจใช้แปรงขัดเบาๆ สำหรับผลไม้เปลือกหนา แม้แต่ผลไม้ที่ต้องปอกเปลือก (เช่น แตงโม, ส้ม) ก็ควรล้างผิวด้านนอกก่อนปอก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคบนเปลือกติดมีดเข้าไปปนเปื้อนเนื้อใน

การหลีกเลี่ยง อาหารต้องห้ามคนท้อง ทั้ง 10 กลุ่มนี้ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องจุกจิก แต่หัวใจสำคัญของมันไม่ใช่การอด แต่คือการเลือกอย่างชาญฉลาดเพื่อ ความปลอดภัยของลูกในครรภ์ ค่ะ หลักการง่ายๆ ที่อยากฝากไว้คือ “สุก สด สะอาด และหลากหลาย” ขอให้คุณแม่ทุกท่านมีความสุขกับการตั้งครรภ์ที่แข็งแรงและปลอดภัยคะ

ที่มา : Americanpregnancy.org , National Health Service (NHS), UK

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คนท้องกินน้ำอัดลมได้ไหม เป็นอันตรายต่อลูกหรือเปล่า?

คนท้องกินอะไรลูกฉลาด อาหารที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาสมองของทารก

คนท้องกินสับปะรดได้ไหม กินสับปะรดตอนท้องแล้วจะแท้งจริงหรือ?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • /
  • คนท้องห้ามกินอะไรบ้าง? 10 อาหารต้องห้ามคนท้อง ที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์
แชร์ :
  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
    บทความจากพันธมิตร

    เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า

  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
    บทความจากพันธมิตร

    เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว