TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

อาการฟื้นตัวหลังคลอดต้องเป็นแบบนี้!!

บทความ 5 นาที
อาการฟื้นตัวหลังคลอดต้องเป็นแบบนี้!!

หลังคลอดแล้วคงมีคุณแม่หลาย ๆ คนหรือประมาณกว่า 99.99 % ที่ยังคงมีความสงสัยกันอยู่ว่าหลังคลอดแล้วจะฟื้นตัวเมื่อไหร่ ติดตามอ่านอาการฟืนตัวหลังคลอดค่ะ

อาการฟื้นตัวหลังคลอดต้องเป็นแบบนี้!!

1. อาการหลังผ่าตัดคลอด

อาการฟื้นตัวหลังคลอด

ที่กล่าวถึงอาการหลังผ่าตัดคลอดเพราะมีกระบวนการดูแลหลายอย่างมากกว่าคลอดธรรมชาติ เพราะการคลอดแบบธรรมชาติจะทำให้คุณแม่ฟื้นตัวเร็ว จึงขอกล่าวถึงอาการหลังผ่าตัดคลอดก่อนนะคะ

– หลังผ่าตัดคลอดแล้วคุณหมอจะให้งดน้ำ งดอาหารต่อไปอีก 24 ชั่วโมง เนื่องจากลำไส้จะหยุดทำงานไปไปชั่วขณะหลังการผ่าตัด

– ในช่วงหลังผ่าตัดคุณแม่จะได้น้ำ เกลือแร่และพลังงานต่าง ๆ จากน้ำเกลือ เข้าทางเส้นเลือดโดยตรงแบบไม่ต้องย่อย ไม่ต้องเคี้ยวกันเลยค่ะ

– หลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว คุณแม่จะเริ่มจิบน้ำได้ แต่ต้องค่อย ๆ จิบนะคะ หากดื่มแบบกระหายมาก ๆ คุณแม่อาจจะเกิดอาการจุกแน่นได้ และอาจทำให้อาเจียนออกมาหมด

– มื้อต่อไปคุณแม่จะได้เริ่มทานน้ำข้าว น้ำซุปหรือน้ำหวาน จนมื้อสุดท้ายของวันที่สองนี้แหละค่ะที่จะได้ทานอาหาร ส่วนใหญ่จะเป็นโจ๊กหรือข้าวต้ม

– ที่สำคัญคือ เมื่อคุณแม่ทานอาหารเสร็จแล้วอย่าเพิ่งนอนนะคะ ต้องนั่งพักหรือพยายามลุกเดินไปเดินมาสักครึ่งชั่วโมง เพื่อให้ลมที่อยู่ในท้องได้เรอออกมา ซึ่งในช่วงนี้ในท้องจะมีลมระบายออกมาเรื่อง ๆ ทั้งเรอ ทั้งผายลมอีกหลายวันค่ะกว่าจะหายแน่นท้อง

บทความแนะนำ TOP 10 ปัญหาหลังคลอดที่หมอสูติอยากบอก

2. แผลต้องไม่อักเสบ

อาการฟื้นตัวหลังคลอด

ตามปกติแล้วหลังผ่าคลอดแผลต้องหายดี คือ เจ็บน้อยลงเรื่อย ๆ แต่บางครั้งลุกเดินก็มีเจ็บขึ้นมาบ้าง สีของผิวหนังบริเวณรอบ ๆ แผล ต้องดูเหมือนสีเนื้อปกตินะคะ แผลต้องไม่บวมแดงหรือเจ็บมากกว่าเดิม เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น แผลอักเสบแน่นอนค่ะ ตามปกติการอักเสบมักจะเกิดภายใน 3 วันแรก เลยจากนี้ไปไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการอักเสบของแผลผ่าคลอดแล้วค่ะ

บทความแนะนำ ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างถูกวิธี

3. ต้องไม่ปวดมดลูกมากกว่าเดิม

อาการฟื้นตัวหลังคลอด

– หลังผ่าคลอดใหม่ ๆ มดลูกที่อยู่ในท้องน้อยจะบีบตัวเกร็งแข็ง ยิ่งบีบจะยิ่งเจ็บ แต่ยิ่งบีบแสดงว่ามดลูกกำลังเข้าอู่

– แต่สิ่งที่หมอสูติฯ กังวลมากที่สุดคือ อาการตกเลือดหลังคลอด แต่ถ้ามดลูกยิ่งบีบตัวมากเท่าไร อาการตกเลือดหลังคลอดจะลดน้อยลงตามไปด้วย

– เมื่อมดลูกเริ่มแข็งตัวดีขึ้นแล้ว มดลูกจะหดตัวเล็กลงวันละ 1 นิ้วมือ ยิ่งทารกดูดนมแม่ จะยิ่งทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น สังเกตได้จากเมื่อลูกดูดนม มดลูกจะบีบตัวคุณแม่จะรู้สึกเจ็บขึ้นมามากกว่าปกติ

– ภายใน 14 วัน มดลูกจะเล็กลงจนหดเข้าไปในอุ้งเชิงกราน จนคลำหาไม่เจอทางหน้าท้องแล้วค่ะ

บทความแนะนำ รู้ได้อย่างไรว่ามดลูกเข้าอู่แล้ว

4. น้ำคาวปลาต้องน้อยลง

อาการฟื้นตัวหลังคลอด

– น้ำคาวปลาหลังคลอด ต้องน้อยลงเรื่อย ๆ ในช่วงสามวันแรกจะเป็นเลือดสีสด ๆ คล้ายประจำเดือน ต่อมาจะเริ่มจางลงเรื่อย ๆ จนวันที่ 10 จะเริ่มใส 14 วันควรจะหมดแล้ว

– ขณะที่คุณแม่นอนอยู่บนเตียงอาจจะรู้สึกว่าน้ำคาวปลาไม่ค่อยไหล แต่พอลุกขึ้นมาจากเตียงไหลเป็นทาง หรืออาจจะมีเลือดหลุดเป็นก้อนออกมา ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะขณะที่นอนบนเตียงช่องคลอดจะตั้งขึ้น ทำให้เลือดคั่งค้างอยู่ในโพรงมดลูก ปริมาณที่ขังไว้อาจจะถึง 1 แก้วใหญ่ ๆ ทีเดียวค่ะ พอลุกขึ้นมาเท่านั้นแหละเลือดที่ขังอยู่นี้ก็จะไหลออกมาเป็นเทน้ำเทท่า พอไหลออกมามาก ต่อ ๆ ไปก็จะไหลน้อยลงไปเอง

– ปกติแล้วคุณแม่ที่ผ่าคลอดน้ำคาวปลาจะออกน้อยกว่า หมดเร็วกว่าปกติ สำหรับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติ เยื่อบุต่าง ๆจะหลุดออกมาเองตามธรรมชาติเช่นกัน น้ำคาวปลาจึงออกมานานกว่า เพราะกรณีผ่าคลอดคุณหมอจะเช็ดทำความสะอาดในโพรงมดลูก ถูจนเกลี้ยงทีเดียวจนโพรงมดลูกเรียบลื่น จึงไม่จำเป็นต้องไปกินยาขับน้ำคาวปลาใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะคุณหมอเช็ดทำความสะอาดหมดแล้วก็คงไม่มีน้ำคาวปลาออกมาค่ะ อาจจะเกิดอันตรายต่อตัวคุณแม่เองมากกว่าหากไปทานยาขับน้ำคาวปลา

5. ลุก- นั่งยังไงไม่เจ็บแผล

อาการฟื้นตัวหลังคลอด

วันแรกหลังคลอดคุณแม่ต้องนอนพักอยู่บนเตียงเท่านั้น จนวันที่สอง ที่สามถึงจะเริ่มลุกเดินได้บ้าง ระหว่างที่พักฟื้นอยู่โรงพยาบาลมีเคล็ดลับนิดหน่อยที่จะทำให้คุณแม่ไม่เจ็บแผลมากเกินไป ช่วยได้เยอะทีเดียวค่ะ คือ

– เตียงของโรงพยาบาลสามารถปรับหัวสูงต่ำได้ เวลาที่คุณแม่จะลุกขึ้นให้ปรับหัวเตียงสูงสักคืบ จะพักอยู่กี่วันหรือกี่คืนก็ให้ปรับเตียงสูงไว้นิด ๆ ตลอด เพราะเวลานอนราบหน้าท้องจะหย่อน แผลก็ไม่ตึงจะทำให้เจ็บน้อยลงหน่อยเพราะถ้านอนราบไปเลยแผลจะตึงทำให้เจ็บมาก

– เวลาจะลุกจากเตียงให้ตะแคงตัวลงเท่านั้น เพราะถ้าหงายงัดขึ้นแผลจะถูกรั้งเจ็บตึง

– เวลาจะนอนก็เอาก้นลงก่อนแล้วเอามือยันตัวตะแคงตัวลงนอน ตอนลุกก็ให้ตะแคงตัวก่อน ค่อย ๆ ยันตัวขึ้นมา ถ้าทำเช่นนี้รับรองว่าเจ็บน้อยลงค่ะ

– ปกติแล้วแผลผ่าตัดจะแห้งและเปิดแผลได้ภายใน 7 – 10 วัน คุณแม่จะเจ็บแผลมาก ๆ ในช่วง 3 – 4 วันแรกหลังจากนั้นจะไม่เจ็บมากแล้วและจุค่อย ๆ ทุเลาความเจ็บลงเรื่อย ๆ

ได้ทราบอาการหลังผ่าคลอดและอาการฟื้นตัวหลังคลอดกันแล้วนะคะ ขอให้คุณแม่ภูมิใจได้เลยค่ะ ว่าเราได้ทำหน้าที่ของผู้หญิงอย่างสมบูรณ์แบบในขั้นตอนหนึ่งของชีวิต แผลแค่นี้เดี๋ยวก็หายแล้วนะคะ ขอให้คุณแม่และคุณลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงในเร็ววัน

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์ คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

อ้างอิงข้อมูลจาก

วารสาร วิชัยยุทธ ศูนย์สุขภาพสตรีและเด็ก

คู่มือดูแลคุณแม่หลังคลอด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชันแนล

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทำอย่างไรเมื่อติดเชื้อหลังคลอด

การปฏิบัติตนหลังคลอดจากโรงพยาบาลจนถึงบ้าน

TAP mobile app

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Cryoviva Thailand คว้ารางวัล! "Most Innovative Stem Cell Banking" จาก theAsianparent Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการจัดเก็บสเต็มเซลล์
Cryoviva Thailand คว้ารางวัล! "Most Innovative Stem Cell Banking" จาก theAsianparent Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการจัดเก็บสเต็มเซลล์
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่
ที่สุดแห่งผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนม Milk Plus & More  คว้ารางวัล Parents' Choice ตอกย้ำความเป็นผู้นำใน theAsianparent Awards 2025
ที่สุดแห่งผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนม Milk Plus & More คว้ารางวัล Parents' Choice ตอกย้ำความเป็นผู้นำใน theAsianparent Awards 2025

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

มิ่งขวัญ ลิรุจประภากร

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • อาการฟื้นตัวหลังคลอดต้องเป็นแบบนี้!!
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว