TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ก้างติดคอ ทําไง ก้างปลาติดคอ ก้างติดคอลูก วิธีแก้ทำอย่างไร เอาแมวมาเขี่ยคอ ดื่มน้ำมะนาว หรือกลืนข้าวคำโต

บทความ 3 นาที
ก้างติดคอ ทําไง ก้างปลาติดคอ ก้างติดคอลูก วิธีแก้ทำอย่างไร เอาแมวมาเขี่ยคอ ดื่มน้ำมะนาว หรือกลืนข้าวคำโต

ความเชื่อผิด ๆ ที่ใช้กันมาตลอด ก้างปลาติดคอลูก วิธีแก้ปัญหาก้างติดคอที่ดีที่สุด ต้องทำอย่างไร

ก้างติดคอ ทําไง

ก้างติดคอ ทําไง วิธีแก้ก้างติดคอ เอาแมวมาเขี่ยคอ ดื่มน้ำมะนาว หรือกลืนข้าวคำโต ทำแบบนี้ลูกจะหายหรือไม่

 

วิธีแก้ก้างติดคอ ทําไง

ก้างปลาติดคอลูกทำอย่างไรดี?

ก้างปลาติดคอเป็นปัญหาที่พบบ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่โดยเฉพาะในครอบครัวที่ชอบทานปลา ปัจจุบันยังมีความเข้าใจผิดหรือความเชื่อแต่โบราณที่ว่า

  • ติดคอให้เอาแมวมาเขี่ยคอ
  • กินข้าวหรือข้าวเหนียวคำใหญ่ ๆ
  • ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำมะนาวเยอะ ๆ เพื่อให้ก้างปลาหลุดไป

ซึ่งล้วนเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้ช่วยให้ก้างปลาหลุดออกมาแต่อย่างใด อีกทั้งการกลืนข้าวหรือข้าวเหนียวคำใหญ่อาจยิ่งทำให้ก้างตำลึกลงไป หรือเปลี่ยนตำแหน่งไปอยู่ในที่ ๆ เป็นอันตรายได้มากขึ้น เรามาดูกันนะคะว่าหากลูกก้างปลาติดคอควรจะทำอย่างไร จึงจะเป็นการดูแลที่ถูกต้องและไม่เป็นอันตราย

 

ก้างปลาติดคอลูก

“ก้างปลา” ก็คือกระดูกของปลาซึ่งแข็ง มีปลายแหลม มีส่วนประกอบหลักคือ แคลเซียม มีขนาดและความยาวที่แตกต่างกันตามชนิดของปลา ในผู้ป่วยที่ก้างปลาติดคอจะสามารถไปติดอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ในคอ เช่น เพดานอ่อน ต่อมทอนซิล ผนังคอหอย โคนลิ้น ฝาปิดกล่องเสียง โดยมักจะไปติดที่บริเวณต่อมทอนซิล บริเวณส่วนฐานของลิ้น ซึ่งมักสามารถมองเห็น และสามารถนำออกมาจากบริเวณที่โดนตำได้ง่าย

แต่บางครั้งก้างปลาอาจตำลึกลงไปที่บริเวณหลอดอาหาร ซึ่งอาจไม่สามารถมองเห็นได้และการนำก้างปลาออกมาทำได้ยาก จนเกิดแผลและการอักเสบแก่อวัยวะภายในที่โดนตำรวมถึงเนื้อเยื่อข้างเคียง หากปล่อยทิ้งไว้อาจมาซึ่งความรุนแรงจนเกิดการทะลุของหลอดอาหาร เกิดภาวะแทรกซ้อนจากบาดแผล และการติดเชื้ออย่างรุนแรง เช่น ฝีในคอ มีหนองในช่องอกและเยื่อหุ้มหัวใจ ฝีในปอด ซึ่งอาจเกิดอันตรายร้ายแรงจนทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้

 

ก้างติดคอ ทําไง ก้างปลาติดคอ ก้างติดคอลูก วิธีแก้ทำอย่างไร เอาแมวมาเขี่ยคอ ดื่มน้ำมะนาว หรือกลืนข้าวคำโต วิธีแก้ก้างติดคอ ดื่มน้ำมะนาว กลืนข้าวคำโต จะหายไหม

ก้างติดคอ ทําไงดี

ลูกก้างติดคอหาหมอดีที่สุด

สิ่งที่ควรทำเมื่อก้างปลาติดคอ ไม่ว่าในเด็กหรือผู้ใหญ่ คือ ควรไปพบคุณหมอเพื่อให้ช่วยเอาออก เบื้องต้นคุณหมอจะสอบถามอาการและตรวจร่างกาย หากสามารถมองเห็นก้างปลาในคอได้ชัดเจนคุณหมอก็จะนำเครื่องมือที่เหมาะสมมาช่วยหยิบหรือคีบออกไป แต่หากไม่สามารถมองเห็นก้างปลาได้จากภายนอก คุณหมออาจพิจารณาส่งตรวจเอกซเรย์ธรรมดาเพื่อดูตำแหน่งของก้างปลาในคอและช่องอกก่อน หากไม่เห็นชัดเจนหรือสงสัยว่าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนก็จะพิจารณาส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) บริเวณหลอดอาหารและท้อง หรืออาจส่องกล้องขนาดเล็กเข้าไปทางปากเพื่อส่องดูบริเวณคอหอยและหลอดอาหาร และใช้เครื่องมือที่เหมาะสมนำก้างปลาออกมา

ทั้งนี้ หากไม่สามารถเห็นตำแหน่งของก้างปลาจากการตรวจเอกซเรย์ธรรมดาหรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แต่ผู้ป่วยยังมีอาการเจ็บในบริเวณคออยู่ คุณหมอจะนัดมาติดตามอาการภายใน 24 ชั่วโมง หากอาการหายไปก็อาจเพราะก้างปลาอาจหลุดผ่านหลอดอาหารลงไปในระบบย่อยอาหารแล้ว แต่หากอาการยังมีอยู่คุณหมออาจพิจารณาส่องกล้องเพื่อหาตำแหน่งของก้างปลาให้เจอและแน่ใจว่าไม่ได้เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่ออื่นค่ะ

 

ก้างปลาติดคออาจไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม หากลูกก้างปลาติดคอก็ควรไปพบคุณหมอให้ช่วยเอาออกดีกว่านะคะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกขาดวิตามิน ลูกขาดสารอาหาร ลูกไม่กินข้าว อาหารเสริม ทารกขอกินแต่นม ทั้งที่ถึงวัยต้องเสริมอาหารแล้ว

วิธีเลี้ยงลูกให้แข็งแรง อาการป่วยเด็กเล็ก เด็กโต การดูแลลูกให้แข็งแรง​ฉลาดสมวัย ไอคิวดี อารมณ์แจ่มใส

สัญญาณอันตรายของเด็ก วัยแรกเกิด -11 ปี ลูกมีอาการแบบนี้ ควรพบแพทย์ด่วน

Tip เลี้ยงลูกให้สมองดีทำได้ไม่ยาก

 

บทความจากพันธมิตร
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • ก้างติดคอ ทําไง ก้างปลาติดคอ ก้างติดคอลูก วิธีแก้ทำอย่างไร เอาแมวมาเขี่ยคอ ดื่มน้ำมะนาว หรือกลืนข้าวคำโต
แชร์ :
  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว