TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

5 ข้อต้องคิดหาก อยากให้ลูกเลิกกับแฟน และวิธีการบอกที่เหมาะสม

บทความ 5 นาที
5 ข้อต้องคิดหาก อยากให้ลูกเลิกกับแฟน และวิธีการบอกที่เหมาะสม

มีไหมผู้ปกครองคนไหนกำลังคิด อยากให้ลูกเลิกกับแฟน ทำอย่างไรดี หากพบว่าแฟนลูกทำเรื่องไม่ดีมาก ๆ ก็คงต้องบอกลูกตรง ๆ แต่ถ้าหากแฟนของลูกยังไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแต่เราไม่ชอบเท่านั้น มาอ่านบทความนี้กัน แล้วทำความเข้าใจใหม่ว่าเราควรเข้าไปบังคับ หรือกดดันลูกจริงมากแค่ไหนกันแน่

 

5 ข้อต้องคิดก่อน อยากให้ลูกเลิกกับแฟน

แน่นอนว่าคำพูดของผู้ปกครองมีผลต่อความคิดของลูกเป็นอย่างมาก การกดดันลูกในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นก่อนตัดสินใจพูดอะไรกับลูกออกไป ควรคิดพิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนไปทีละข้อ ดังนี้

 

1. คิดถึงความรู้สึกของลูก

การบังคับ หรือกดดันลูกในเรื่องต่าง ๆ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของความรักแล้ว คงเป็นเรื่องใหญ่ในความคิดของเด็ก ๆ อยู่แล้ว หากคนอื่นบอกให้ลูกเลิกกับแฟน ลูกอาจไม่ได้คิดมาก แต่แน่นอนว่าไม่ใช่กับพ่อแม่แน่นอน เพราะวัฒนธรรมของไทย หากพ่อแม่ไม่ชอบแฟน ก็จะทำให้มีโอกาสไปต่อได้ยาก ผู้ปกครองอาจมีเหตุผลในใจ แต่ความรู้สึกของลูกเองก็สำคัญ ให้ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูว่า ถ้าหากตัวของเราเองตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับลูก จะรู้สึกเสียใจ หรือกดดันมากแค่ไหน ดังนั้นหากไม่ใช่เหตุผลที่มีความจำเป็นจริง ๆ ก็ควรดูท่าทีต่อไปก่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง : เลิกกับแฟนดีไหม เมื่อไหร่ควร หยุดความสัมพันธ์ แยกกันอยู่ได้แล้ว

 

2. สังเกตความเป็นไปก่อน

การรู้จักเพียงไม่กี่ด้านอาจทำให้ทั้งลูก และผู้ปกครองมองเห็นในมุมมองที่แตกต่างกัน หากไม่ได้มีอะไรร้ายแรง การคอยสังเกตลูกกับแฟนไปก่อน ดูว่าแฟนของลูกมีข้อเสียอะไร มีการปรับปรุงตัวหรือไม่ หรือสังเกตว่ามีข้อดีอะไรบ้าง หากหลาย ๆ อย่างไม่ค่อยชัดเจน ผู้ปกครองไม่ควรใช้อารมณ์ร้อนกดดันลูก แต่ควรให้เวลาในการสังเกตมากขึ้น ไม่แน่ว่าเมื่อเวลาผ่านไป ผู้ปกครองอาจได้เห็นมุมอื่น ๆ ที่ดี ของแฟนลูกได้เช่นกัน

 

อยากให้ลูกเลิกกับแฟน

 

3. ความเหมาะสมวัดจากอะไร

ผู้ปกครองอาจวางมาตรฐานของคนที่จะมาเป็นแฟนลูกเอาไว้ โดยอาจวัดจากความต้องการของเราเองว่าแบบไหนดี แบบไหนไม่ดี เมื่อลูกมีแฟนที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากที่เราวางเอาไว้ เราก็รู้สึกไม่ยอมรับ ด้วยความคิดที่ว่า “สิ่งที่เรากำหนดไว้ดีที่สุดแล้ว” แต่เราอาจไม่ได้มองในมุมของลูก ว่าสิ่งที่เราวางเอาไว้เป็นสิ่งที่ลูกต้องการเหมือนกันหรือไม่ ลูกจะมีความสุข อย่างที่เราคิดไหม หากต้องปล่อยให้ลูกเลือกแฟนเองตามเกณฑ์ของลูก จะเป็นผลดีกับตัวของลูกมากแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องไตร่ตรองให้ละเอียด

 

4. เกิดจากความกลัวหรือไม่

หลายครั้งที่ความต้องการของผู้ปกครองอาจมาจากความกลัวในบางเรื่องที่มีผลร้ายต่อตัวของผู้ปกครอง แต่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อตัวของลูก ที่เห็นได้ชัด คือ ผู้ปกครองต้องมานั่งคิดว่าที่เราอยากให้ลูกเลิกกับแฟน เป็นเพราะเราไม่อยากเสียลูกให้กับคนอื่นหรือไม่ เกิดจากความกลัวที่ว่าลูกจะห่างจากผู้ปกครองมากขึ้นหรือเปล่า ซึ่งผู้ปกครองต้องมีความเข้าใจว่าการที่ลูกมีแฟนไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการตัดสายสัมพันธ์ และวันหนึ่งลูกก็ต้องมีครอบครัวของตนเองเช่นกัน

 

5. เราติดวิจารณ์มากเกินไป หรือพอดี ?

การวิจารณ์ หรือบ่นทุกสิ่งที่ลูกทำ อาจเป็นเรื่องปกติของบางครอบครัว หลายครั้งลูกก็ฟัง หลายครั้งลูกก็ไม่ฟัง แน่นอนว่าเรื่องความรักก็ไม่ต่างกับเรื่องอื่น ๆ ผู้ปกครองต้องมานั่งคิดเหมือนกับข้อที่แล้วเช่นกันว่า สิ่งที่เราพูดบอกกับลูกไป เป็นสิ่งที่เราอยากจะตักเตือนจริง ๆ หรือเป็นเพียง “ความอยาก” ที่จะติทุกสิ่งที่ลูกทำเหมือนกับเรื่องอื่น ๆ เท่านั้น ลองคิดว่าประเด็นที่เราติไปสมเหตุสมผลที่ควรบอกลูกไปหรือเปล่า

 

บอกลูกอย่างไรให้คิดใหม่เรื่องแฟน

หากพบว่าแฟนของลูกมีคนอื่น มีการทำร้ายร่างกาย หรือทำผิดกฎหมายใด ๆ ก็สามารถพิจารณาบอกกับลูกได้โดย ดร.ซูซาน เดจเจส ไวต์ (Dr.Suzanne Degges-White) ที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์จากมหาวิทยาลัยนอร์ธเทิร์น อิลลินอยส์ กล่าวถึงการตักเตือนเรื่องความสัมพันธ์ลูกกับแฟนจากพ่อแม่ หลายครั้งก็เกิดจากเหตุผลที่สามารถเข้าใจได้หลายอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ลูกอาจไม่ได้สังเกตเห็นได้ด้วยตนเอง เพราะอยู่ในช่วงที่มีความรัก แต่การเลือกวิธีตักเตือนลูกที่ไม่ถูกต้อง ก็เพิ่มโอกาสที่ลูกจะต่อต้านจนเกิดผลเสียต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงแนะนำ ดังนี้

 

  • พูดคุยกับลูกด้วยเหตุและผลเท่านั้น ด้วยปกติแล้ววัยรุ่นมีความคิดของตนเอง มีการต่อต้านตามวัยอยู่แล้ว หากบังคับโดยยึดจากความอยากเท่านั้น โดยไม่มีเหตุผลยิ่งทำให้โอกาสต่อต้านมีมากขึ้น
  • ให้โอกาสลูกได้อธิบายเหตุผล และบอกความรู้สึก หรือสิ่งที่อยากจะบอกให้ผู้ปกครองเข้าใจด้วย และคิดตามสิ่งที่ลูกบอกมา
  • ให้เวลาลูกในการตัดสินใจ และให้อิสระกับลูกในการเลือกว่าจะเลิกกับแฟนหรือไม่ หลังจากพูดคุยกันด้วยเหตุผลไปแล้ว ผู้ปกครองควรเคารพการตัดสินใจของลูกด้วย

 

อยากให้ลูกเลิกกับแฟน 2

 

ถ้าลูกไม่ยอมฟัง ไม่ยอมเลิกกับแฟนควรทำอย่างไร ?

ให้เวลากับลูกในการคบหาแฟนต่อไปหากลูกยืนยันแบบนั้น แต่ในระหว่างนั้นผู้ปกครองต้องคอยดูสิ่งผิดปกติ หรือความไม่เหมาะสมในหลาย ๆ อย่าง พร้อมกับพูดคุยกับลูกอยู่เสมอ หากเจอเรื่องร้ายแรง เรื่องไม่ดีต่าง ๆ เกี่ยวกับแฟนของลูกก็ต้องบอกต้องเตือนลูกตามตรงเพื่อให้ลูกได้รับรู้ ผู้ปกครองต้องเข้าใจว่าแม้ลูกจะอายุไม่ได้มากเท่ากับเรา แต่เด็ก ๆ วัยรุ่น หรือวัยทำงานก็มีความคิดเป็นของตัวเอง และคิดได้เองเป็น หากมีเรื่องที่ไม่สามารถรับได้ เช่น แฟนมีคนอื่น หรือทำผิดกฎหมาย ลูก ๆ จะสามารถรับรู้ได้ว่าควรยุติความสัมพันธ์ก่อนที่ผู้ปกครองจะแนะนำด้วยซ้ำ ดังนั้นกุญแจสำคัญ คือ การคอยสนับสนุนช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับลูกจะดีกว่าไปบังคับจนเกิดการแตกแยกภายในครอบครัว

 

เลี่ยงการปะทะกับแฟนของลูก

การปะทะกันโดยตรงทำให้สถานการณ์ทุกอย่างแย่ลง อาจถึงขั้นมีปากเสียงกัน ไม่ชอบกันอย่างเปิดเผย หากอยู่ในระหว่างให้เวลาแฟนของลูกในการพิสูจน์ตัวเอง กำลังเรียนรู้แฟนของลูกในด้านต่าง ๆ ผู้ปกครองควรระวังในเรื่องเหล่านี้

 

  • อย่าพยายามเอาชนะให้ได้ทุกเรื่อง บางเรื่องที่เล็กน้อยไม่ได้ส่งผลอะไร หรือไม่เกี่ยวข้องกับนิสัยใจคอ หรือพฤติกรรมของแฟนลูกเลย การพยายามติเตียนต่อว่าจึงไม่ต่างอะไรจากการคอยจับผิดทุกอย่าง จนเกิดความไม่พอใจกับทั้ง 2 ฝ่าย
  • หากรู้ว่าอะไรที่ควรแก้ไข ควรบอกผ่านลูกมากกว่าบอกกับแฟนของลูกตรง ๆ เพราะลูกจะรู้วิธีในการเข้า และพูดคุยได้มากกว่าผู้ใหญ่เข้าไปคุยเอง
  • หากรู้ว่าแฟนของลูก และผู้ปกครองมีปัญหากันอยู่ อาจอยู่ในช่วงที่ยังปรับตัวเข้าหากันไม่ได้ ควรเลี่ยงการเจอกันบ่อย ๆ ไปก่อน จนกว่าจะเริ่มปรับตัวได้ เพื่อเลี่ยงปัญหาการกระทบกระทั่งกัน

 

ทั้งนี้เรื่องความสัมพันธ์ ความรักของลูก ตัวของลูกควรเป็นคนที่ตัดสินใจเองว่าจะคบหรือจะเลิก หากไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง เช่น การมีคนอื่น การทำร้ายร่างกาย หรือทำผิดกฎหมายใด ๆ ผู้ปกครองอย่างเราก็ควรยินดีกับคนที่ลูกเลือก และคอยสนับสนุน รวมถึงช่วยเป็นหูเป็นตาให้ก็เพียงพอแล้ว

 

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

50 ข้อดีของการมีแฟน มีแฟนดีอย่างไร? มีแฟนแล้วจะมีข้อดีอะไรมาดูกัน !

บอกลา 8 นิสัยแย่ ๆ ตัวบ่อนทำลายชีวิตคู่

ทำใจยังไงเมื่อจับได้ว่าแฟนนอกใจ ?

ที่มา : psychologytoday

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Sutthilak Keawon

  • หน้าแรก
  • /
  • ความรักและความสัมพันธ์
  • /
  • 5 ข้อต้องคิดหาก อยากให้ลูกเลิกกับแฟน และวิธีการบอกที่เหมาะสม
แชร์ :
  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว