เชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่หลายท่านที่กำลังวางแผนคลอดลูก คงเคยมีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่า “ไหนๆ ก็จะต้องเจ็บตัวขึ้นเขียงผ่าคลอดอยู่แล้ว ถ้าจะให้คุณหมอช่วย ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง ส่วนเกินออกไปพร้อมกันเลยได้ไหม?” จะได้เจ็บทีเดียว หุ่นเป๊ะทันที ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกับหน้าท้องย้วยๆ หลังคลอด
แต่ช้าก่อนค่ะแม่! ในความเป็นจริงทางการแพทย์ แนวคิดที่เรียกว่า “C-Tuck” หรือการทำศัลยกรรมหน้าท้องทันทีหลังผ่าคลอดนี้ อาจไม่ใช่ทางลัดสู่ความสวยอย่างที่คิด แต่อาจเป็นทางลัดสู่ความเสี่ยง ที่คุณแม่คาดไม่ถึง
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง คืออะไร?
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Abdominoplasty (Tummy Tuck) คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นเทรนด์ศัลยกรรมยอดฮิตของคุณแม่หลังคลอด
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง คือ วิธีที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหารูปร่างช่วงเอวและหน้าท้อง โดยการผ่าตัดเพื่อนำไขมันส่วนเกินและผิวหนังที่หย่อนคล้อย เหี่ยวย่น หรือแตกลายออกไป และจุดเด่นสำคัญคือ การเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้อง ที่แยกตัวออกจากกันให้กลับมากระชับชิดกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าท้องแบนราบ เรียบเนียน เอวคอด และกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในแบบที่การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจทำไม่ได้
ทำไม Tummy Tuck ถึงเป็นเทรนด์ใหม่ของคุณแม่หลังคลอด?
- แก้ไขปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยถาวร: ไม่ว่าจะเกิดจากการขยายตัวตอนตั้งครรภ์ การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรืออายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
- ตัดไขมันหน้าท้อง: ช่วยกำจัดไขมันดื้อด้าน บริเวณหน้าท้องล่างที่พยายามคุมอาหารและออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่หายไป
- กระชับกล้ามเนื้อหน้าท้อง: คุณแม่หลังคลอดมักเจอภาวะ กล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti) การผ่าตัดนี้จะช่วยเย็บตรึงกล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรง หน้าท้องจึงแบนราบจริง
- เพิ่มความมั่นใจ: ช่วยให้คุณแม่กลับมาสวมใส่เสื้อผ้าชุดเก่ง บิกินี่ หรือกางเกงเอวต่ำได้อย่างมั่นใจเหมือนสมัยสาวๆ
- แก้ไขปัญหาสุขภาพ: ช่วยลดอาการปวดหลังเรื้อรัง และปรับปรุงท่าทาง (Posture) ให้ดีขึ้นจากการที่กล้ามเนื้อหน้าท้องกลับมาพยุงกระดูกสันหลังได้ดีอีกครั้ง
การทำศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง เหมาะกับใครบ้าง?
- ผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกิน หรือมี “พุงย้อย” เป็นถุงกาแฟบริเวณท้องน้อย
- คุณแม่ที่มีปัญหาหน้าท้องแตกลายและหย่อนคล้อยรุนแรงหลังคลอด
- ผู้ที่ลดน้ำหนักมาเยอะจนผิวหนังหดตัวกลับไม่ทัน
- สำคัญที่สุด: ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีน้ำหนักตัวคงที่แล้ว
ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง เลยได้ไหม?
เมื่อ Tummy Tuck มันดีขนาดนี้ คุณแม่หลายคนจึงเกิดคำถามว่า “งั้นทำไมไม่ทำไปพร้อมตอนผ่าคลอดเลยล่ะ? จะได้ไม่ต้องดมยาสลบสองรอบ”
แม้ว่าแนวคิดเรื่อง ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง (C-Tuck) จะฟังดูน่าสนใจในแง่ของความสะดวกสบาย แต่ในมุมมองของศัลยแพทย์ตกแต่งที่เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่มักจะ “ไม่แนะนำ” ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ความสวยงามที่ไม่เต็มร้อย ดังนี้

1. “หมอสูติฯ” ไม่ใช่ “หมอศัลยกรรมตกแต่ง” ความเชี่ยวชาญคนละด้าน
นี่คือประเด็นแรกที่คุณแม่ต้องตระหนัก แพทย์ที่ทำหน้าที่ผ่าตัดคลอด (C-section) คือ สูตินรีแพทย์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมมาอย่างเชี่ยวชาญเพื่อดูแลความปลอดภัยของแม่และเด็ก การผ่าตัดมดลูก และการทำคลอดให้ปลอดภัยที่สุด ท่านไม่ได้ถูกฝึกมาเฉพาะทางสำหรับการทำศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความงาม
ดังนั้นการ ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง โดยทั่วไปมักจะเป็นเพียงการตัดเล็มผิวหนังส่วนเกิน บริเวณแผลผ่าคลอดออกไปเล็กน้อย หรือตัดรอยแผลเป็นเก่าออกเท่านั้น ไม่ใช่การทำ Tummy Tuck แบบเต็มรูปแบบ
- ข้อจำกัด: การผ่าตัดแบบแถมนี้ มักจะไม่มีการเลาะพังผืดกว้าง ไม่มีการดูดไขมันจัดทรงเอว และที่สำคัญ ไม่ได้มีการเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้อง
- ผลลัพธ์: คุณแม่จะเจ็บแผลยาวขึ้น แต่หน้าท้องอาจจะยังป่องเหมือนเดิมเพราะกล้ามเนื้อข้างในยังแยกตัวอยู่ กลายเป็นว่าเจ็บตัวฟรีแต่ไม่ได้หุ่นที่เป๊ะปังอย่างที่หวัง
2. ร่างกายของคุณแม่ ยังไม่พร้อมที่จะสวย
เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้การ ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง เป็นไอเดียที่ไม่ค่อยดีนัก คือ สรีรวิทยาของแม่หลังคลอดทันทีนั้น ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำศัลยกรรมตกแต่งเลย
- มดลูกยังบวมเป่ง: ทันทีหลังคลอดลูก มดลูกของคุณแม่จะยังมีขนาดใหญ่ประมาณผลส้มโอหรือลูกแตงโมขนาดย่อม การจะทำศัลยกรรมดึงหนังหน้าท้องให้ตึงเป๊ะบนมดลูกที่ยังบวมอยู่นั้นทำได้ยากมาก เหมือนเราพยายามห่อของขวัญให้เรียบกริบในขณะที่ของข้างในยังบวมๆ ยุบๆ
- การกะปริมาณผิวหนังทำได้ยาก: เมื่อมดลูกยุบตัวลง (ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์) ผิวหนังหน้าท้องจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมาก หากหมอตัดหนังออกไปตอนที่ท้องยังบวม เมื่อทุกอย่างยุบลง แผลอาจจะบิดเบี้ยว รอยแผลไม่สวย หรือตำแหน่งสะดือผิดเพี้ยนไปได้
- น้ำหนักตัวไม่ใช่ของจริง: ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ทั้งจากตัวลูก น้ำคร่ำ และอาการบวมน้ำ แต่หลักการสำคัญของการทำ Tummy Tuck คือ “ผู้ป่วยควรมีน้ำหนักตัวคงที่” การผ่าตัดตอนที่น้ำหนักยังสวิงจากฮอร์โมน จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีที่สุด
3. การฟื้นตัว ยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ลำพังแค่การพักฟื้นจากแผลผ่าคลอดปกติ ก็ถือเป็นงานหินสำหรับคุณแม่มือใหม่แล้ว การที่มีแผล ตัดหนังหน้าท้อง เพิ่มเข้ามา จะทำให้ชีวิตยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
- ความเจ็บปวด: หากมีการเย็บกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วย คุณแม่จะรู้สึกตึงและเจ็บที่หน้าท้องมาก การขยับตัว ลุกนั่ง หรือแม้แต่การไอและจาม จะสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก
- อุปสรรคในการเลี้ยงลูก: ความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นจะทำให้คุณแม่ลุกมาอุ้มลูก ให้นมลูก หรือเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ลำบากมาก อาจทำให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในการสร้างสายใยผูกพัน (Bonding) กับเจ้าตัวเล็กในช่วงแรกเกิด
- ความเสี่ยงต่อสุขภาพ: การที่ร่างกายอ่อนแอ อ่อนเพลียจากการคลอด และเจ็บแผลจนไม่อยากขยับตัว จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน (Blood Clots) เพราะร่างกายไม่ได้ขยับเขยื้อนเพียงพอ

ถ้าอยากตัดหนังหน้าท้องจริงๆ ควรทำตอนไหน?
หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้ คุณแม่อาจจะเริ่มถอดใจ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณแม่สามารถทำได้ แต่ควรทำในจังหวะเวลาที่เหมาะสม
ศัลยแพทย์ตกแต่งทั่วโลกแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า การรอคอยให้ร่างกายพร้อม จะมอบผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัยกว่าการฝืนทำ ผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้อง อย่างแน่นอน โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ รออย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี หลังคลอด
หรือรอจนกว่าคุณแม่จะเลิกให้นมบุตร และฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งการรอคอยนี้มีข้อดีมากมาย
- มดลูกเข้าอู่สมบูรณ์: มดลูกหดรัดตัวกลับไปมีขนาดเท่าเดิม ทำให้หมอสามารถประเมินโครงสร้างหน้าท้องที่แท้จริงได้
- น้ำหนักตัวคงที่: เมื่อคุณแม่ลดน้ำหนักหลังคลอดจนนิ่งแล้ว หมอจะสามารถคำนวณปริมาณไขมันและหนังส่วนเกินที่ต้องตัดออกได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้หน้าท้องที่เรียบเนียนที่สุด
- ร่างกายแข็งแรงพร้อมพักฟื้น: เมื่อลูกเริ่มโต คุณแม่จะมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถพักฟื้นจากการผ่าตัดใหญ่ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการอุ้มลูกเล็กตลอดเวลา
- ได้ทำกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง: คุณแม่สามารถเลือก “ศัลยแพทย์ตกแต่ง” ที่มีฝีมือ เข้ามาดูแลเรื่องความสวยงามโดยเฉพาะ มีการออกแบบตำแหน่งสะดือใหม่ และเย็บซ่อมกล้ามเนื้อให้เอวคอดสวยงาม ซึ่งเป็นงานละเอียดประณีตที่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่การทำรีบๆ ในห้องคลอด
ความสวยรอได้ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีกว่า
ถึงแม้ว่าเทรนด์การตัดหนังหน้าท้องหลังคลอด จะถูกพูดถึงบ่อยๆ แต่สำหรับการผ่าคลอดพร้อมตัดหนังหน้าท้องเลยนั้น ความเสี่ยงและผลลัพธ์ดูจะไม่คุ้มค่าเลย เมื่อเทียบกับการรอเวลาที่เหมาะสม
การรอจนกว่าคุณแม่จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเลี้ยงลูกอ่อน และรอให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติจนเต็มที่ จะทำให้การผ่าตัด Tummy Tuck ในภายหลัง กลายเป็นการให้รางวัลตัวเองที่แท้จริง
คำแนะนำจาก theAsianparent ในช่วงนี้ขอให้คุณแม่โฟกัสไปที่เจ้าตัวเล็กและการดูแลตัวเองเบื้องต้นก่อน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การใช้ผ้ารัดหน้าท้อง เพื่อพยุงแผลผ่าคลอด และเริ่มออกกำลังกายเบาๆ เมื่อแผลหายดี เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายพร้อมจริงๆ ค่อยเดินเข้าปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่ง รับรองว่าคุณจะได้หน้าท้องที่สวย เป๊ะ ปัง สมใจ และปลอดภัยหายห่วงแน่นอนค่ะ
บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ หากคุณแม่มีความกังวลเรื่องรูปร่างหรือสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคลนะคะ
ที่มา : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ , Beth Collins M.D.
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
10 สิ่งจำเป็นหลังผ่าคลอด: เช็กลิสต์เพื่อแม่ฟื้นตัวไว เจ็บแผลน้อยลง
ผ่าคลอดกินข้าวเหนียวได้ไหม? จะทำให้แผลเป็นหนอง จริงหรือเปล่า?
7 อาการผิดปกติของแผลผ่าคลอด แบบไหนคืออักเสบข้างใน แบบไหนคือใกล้หาย
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!