TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี? ข้อดี-ข้อเสียของระยะห่างลูกคนที่สอง

บทความ 8 นาที
ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี? ข้อดี-ข้อเสียของระยะห่างลูกคนที่สอง

ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี? รวมคำแนะนำจาก WHO, ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และงานวิจัยล่าสุด พร้อมตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียแต่ละช่วงอายุ ให้คุณแม่วางแผนมีลูกคนที่สองได้อย่างมั่นใจ

ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี คือคำถามที่คุณแม่หลายคนสงสัย โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 18-24 เดือนหลังคลอด ก่อนตั้งครรภ์ลูกคนถัดไป เพื่อลดความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดและภาวะแทรกซ้อนของแม่ ส่วนงานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กพบว่าช่วงห่างประมาณ 2-4 ปี มักส่งผลดีทั้งด้านสุขภาพและความสัมพันธ์พี่น้อง แต่ทั้งนี้ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพร่างกายของแม่เป็นรายบุคคลด้วยค่ะ

 

คุณแม่หลายท่านที่กำลังวางแผนมีลูกคนที่สอง มักมีคำถามในใจว่า ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี ถึงจะเหมาะสมที่สุด ทั้งในแง่ของสุขภาพร่างกายแม่ พัฒนาการของลูกทั้งสองคน และความพร้อมของครอบครัวโดยรวม บทความนี้ theAsianparent ได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ระดับโลกและในประเทศไทย มาสรุปให้คุณแม่เข้าใจง่าย พร้อมตัดสินใจวางแผนครอบครัวได้อย่างมั่นใจค่ะ

สารบัญ

  • คำถามที่คุณแม่ถามบ่อย เกี่ยวกับระยะห่างลูกคนที่สอง
  • WHO และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำระยะห่างเท่าไหร่?
  • ทำไมระยะห่างระหว่างท้องจึงส่งผลต่อสุขภาพแม่และลูก
  • ตารางเปรียบเทียบ ระยะห่างลูกคนที่สองแต่ละช่วงมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร
  • ลูกคนที่สองห่างจากคนแรกกี่ปีดี ต่อพัฒนาการและความสัมพันธ์พี่น้อง?
  • ปัจจัยอื่นที่คุณแม่ควรพิจารณาก่อนวางแผนมีลูกคนที่สอง
  • Checklist: สัญญาณว่าร่างกายพร้อมสำหรับลูกคนที่สอง

คำถามที่คุณแม่ถามบ่อย เกี่ยวกับระยะห่างลูกคนที่สอง

Q: ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดีที่สุด? 

A: โดยทั่วไปแพทย์แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 18-24 เดือนหลังคลอดก่อนตั้งครรภ์ใหม่ และหลายงานวิจัยชี้ว่าช่วง 2-4 ปีมักให้ผลลัพธ์ที่สมดุลที่สุดทั้งด้านสุขภาพและความสัมพันธ์พี่น้องค่ะ

 

Q: ถ้าท้องลูกคนที่สองเร็วเกินไป (น้อยกว่า 18 เดือน) จะเป็นอันตรายไหม? 

A: มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น คลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย และภาวะโลหิตจางในคุณแม่ เนื่องจากร่างกายแม่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ควรปรึกษาแพทย์หากตั้งครรภ์ในช่วงนี้ค่ะ

 

Q: ผ่าคลอด (C-section) ต้องเว้นระยะห่างนานกว่าคลอดธรรมชาติไหม? 

A: ใช่ค่ะ แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 18-24 เดือน เพื่อให้แผลผ่าตัดที่มดลูกสมานตัวเต็มที่ ลดความเสี่ยงมดลูกแตกในครรภ์ถัดไป

 

ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี

 

Q: ลูกห่างกันน้อยกว่า 2 ปี จะทะเลาะกันมากกว่าห่างกันหลายปีจริงไหม? 

A: งานวิจัยบางชิ้นพบว่าพี่น้องที่อายุใกล้กันมักมีปฏิสัมพันธ์และแข่งขันกันมากกว่า แต่ก็มักสนิทกันเร็วและมีเพื่อนเล่นในวัยเดียวกัน ขณะที่ช่วงห่าง 4 ปีขึ้นไปมักลดการทะเลาะเบาะแว้งทางกายลงได้มากค่ะ

 

Q: อายุแม่มีผลต่อการตัดสินใจเรื่องระยะห่างลูกหรือไม่? 

A: มีผลค่ะ หากคุณแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป แพทย์อาจแนะนำให้ไม่ทิ้งระยะห่างนานเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดลงตามอายุ

 

Q: ลูกห่างกันมากกว่า 5 ปี มีข้อเสียหรือไม่? 

A: งานวิจัยบางชิ้นพบว่าระยะห่างที่นานเกิน 5 ปี อาจสัมพันธ์กับพัฒนาการด้านภาษาและทักษะสื่อสารที่ลดลงเล็กน้อยในลูกคนที่สอง แต่ปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ก็มีผลร่วมด้วยเช่นกัน

 

WHO และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำระยะห่างเท่าไหร่?

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำแนะนำตั้งแต่ปี 2005 และยังคงใช้อ้างอิงจนถึงปัจจุบันว่า ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 24 เดือนนับจากวันคลอดจนถึงการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป หรือคิดเป็นระยะห่างระหว่างการคลอดประมาณ 33 เดือน เพื่อให้ร่างกายแม่มีเวลาฟื้นฟูสารอาหารที่สูญเสียไปในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรอย่างเพียงพอ ส่วนราชวิทยาลัยสูติแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) แนะนำเกณฑ์ขั้นต่ำที่ยืดหยุ่นกว่า คือควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือน และหากตั้งครรภ์ในช่วง 6-18 เดือน ควรพูดคุยกับแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์เป็นรายกรณี

สำหรับประเทศไทย ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ระบุไว้ในแนวปฏิบัติป้องกันการคลอดก่อนกำหนด (ฉบับปี พ.ศ. 2566) ว่าระยะห่างระหว่างการตั้งครรภ์ที่สั้นกว่า 18 เดือน เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำระดับสากล คุณแม่ที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลในไทยจึงมักได้รับคำแนะนำในทิศทางเดียวกันนี้จากสูตินรีแพทย์

ทำไมระยะห่างระหว่างท้องจึงส่งผลต่อสุขภาพแม่และลูก

ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร ร่างกายแม่จะสูญเสียธาตุเหล็ก โฟเลต แคลเซียม และสารอาหารสำคัญอื่น ๆ ไปจำนวนมาก หากตั้งครรภ์ใหม่เร็วเกินไปก่อนที่ร่างกายจะฟื้นฟูสารอาหารเหล่านี้ได้ทัน อาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย งานวิจัยจากปากีสถานที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการพบว่า การตั้งครรภ์ที่มีระยะห่างจากการคลอดครั้งก่อนน้อยกว่า 24 เดือน สัมพันธ์กับความเสี่ยงการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดที่เพิ่มขึ้นราว 61% และความเสี่ยงการเสียชีวิตของเด็กก่อนอายุ 5 ปีเพิ่มขึ้นราว 48% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่เว้นระยะห่างตามคำแนะนำ ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลจากบริบทประเทศกำลังพัฒนา แต่ก็สะท้อนให้เห็นทิศทางความเสี่ยงที่แพทย์ทั่วโลกให้ความสำคัญ

ตารางเปรียบเทียบ ระยะห่างลูกคนที่สองแต่ละช่วงมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

 

ระยะห่าง ข้อดี ข้อควรระวัง
น้อยกว่า 18 เดือน ลูกโตใกล้เคียงกัน ใช้ของ เสื้อผ้าร่วมกันได้มากถึง 74%  เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด โลหิตจาง มดลูกฟื้นตัวไม่เต็มที่ พ่อแม่เหนื่อยล้าสูง
18 เดือน – 2 ปี ตรงตามเกณฑ์ขั้นต่ำของ ACOG เด็กเป็นเพื่อนเล่นวัยใกล้กัน ยังมีความเสี่ยงด้านสุขภาพแม่หากร่างกายไม่แข็งแรงเต็มที่ ควรปรึกษาแพทย์
2-4 ปี ตรงตามคำแนะนำ WHO ร่างกายแม่ฟื้นตัวดี งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าช่วง 27-32 เดือนอาจให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพแม่-ลูกดีที่สุด พี่คนโตอาจยังต้องการความสนใจสูง ต้องแบ่งเวลาดูแลสองคนพร้อมกันในบางช่วงวัย
4 ปีขึ้นไป ลดพฤติกรรมก้าวร้าวระหว่างพี่น้องได้มาก นักจิตวิทยาบางท่านระบุว่าช่วยรักษาความภาคภูมิใจในตนเองของพี่คนโต พี่น้องอาจมีความสนใจต่างวัยกันมาก ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาซ้อนกันในบางช่วง

ลูกคนที่สองห่างจากคนแรกกี่ปีดี ต่อพัฒนาการและความสัมพันธ์พี่น้อง?

 

ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี?

 

  • พี่น้องอายุห่างกันน้อยกว่า 2 ปี ส่งผลต่อพัฒนาการเด็กอย่างไร

การศึกษาระยะยาวที่มีชื่อเสียงอย่าง Kauai Longitudinal Study พบว่าการมีลูกห่างกันน้อยกว่า 2 ปี อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กทั้งสองคน เนื่องจากแม่อาจแบ่งเวลาความใกล้ชิดให้ลูกแต่ละคนได้ไม่เต็มที่ในช่วงขวบปีแรกซึ่งสำคัญต่อการสร้างสายสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยรุ่นหลังชี้ว่าความเสี่ยงนี้จะเด่นชัดมากขึ้นเมื่อครอบครัวเผชิญภาวะยากลำบากทางเศรษฐกิจร่วมด้วย ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวทุกครอบครัวที่มีลูกห่างกันไม่ถึง 2 ปีจะได้รับผลกระทบเสมอไป

  • พี่น้องอายุห่างกัน 2-4 ปี เหมาะกับครอบครัวแบบไหน

หลายบทความและงานวิจัยด้านการเลี้ยงดูบุตรระบุตรงกันว่า ช่วงห่าง 2-4 ปีเป็นจุดสมดุลที่หลายครอบครัวเลือกใช้ เพราะเมื่อพี่คนโตอายุเกิน 2-3 ปีแล้ว มักผ่านช่วงวัยที่ต้องพึ่งพาแม่ตลอดเวลามาบ้าง ทำให้แม่มีแรงกายแรงใจดูแลลูกคนใหม่ได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันพี่คนโตก็ยังอยู่ในวัยที่ปรับตัวรับน้องใหม่ได้ไม่ยากนัก

  • พี่น้องอายุห่างกัน 4 ปีขึ้นไป มีผลต่อความสัมพันธ์พี่น้องอย่างไร

นักจิตวิทยาบางท่านที่ศึกษาด้านพัฒนาการเด็ก เช่น Dr. Kidwell ระบุว่าระยะห่างตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป ช่วยลดการแข่งขันแย่งความสนใจระหว่างพี่น้อง และช่วยปกป้องความภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem) ของพี่คนโตได้ดีกว่า เพราะพี่คนโตมีพัฒนาการทางความคิดที่เข้าใจเหตุผลมากพอที่จะรับมือกับการมีน้องใหม่ในบ้าน อย่างไรก็ตาม การศึกษาบางชิ้นก็ชี้ว่าระยะห่างที่ยาวเกิน 5 ปี อาจสัมพันธ์กับพัฒนาการด้านทักษะการสื่อสารและความรู้ทั่วไปของน้องคนเล็กที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น จึงไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าห่างเท่าไหร่ดีที่สุดสำหรับทุกครอบครัวค่ะ

 

ปัจจัยอื่นที่คุณแม่ควรพิจารณาก่อนวางแผนมีลูกคนที่สอง

นอกจากตัวเลขจำนวนปีหรือเดือนแล้ว คุณแม่ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วยก่อนตัดสินใจวางแผนมีลูกคนที่สอง

  • ประวัติการคลอด: หากคลอดครั้งแรกด้วยการผ่าคลอด ควรเว้นระยะอย่างน้อย 18-24 เดือน เพื่อให้แผลผ่าตัดที่มดลูกสมานตัวเต็มที่ ลดความเสี่ยงมดลูกแตกหากพยายามคลอดธรรมชาติในครรภ์ถัดไป
  • สุขภาพและอายุของแม่: คุณแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์เรื่องระยะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากภาวะเจริญพันธุ์ลดลงตามอายุ
  • ภาวะโภชนาการ: หากมีภาวะซีดหรือดัชนีมวลกายต่ำกว่าเกณฑ์ ควรได้รับการดูแลให้ร่างกายแข็งแรงก่อนตั้งครรภ์ใหม่
  • ความพร้อมด้านการเงินและกำลังใจ: การเลี้ยงลูกสองคนพร้อมกันในวัยเล็กต้องใช้ทั้งแรงกาย เวลา และค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น
  • การสนับสนุนจากครอบครัว: มีคนช่วยดูแลลูกคนโตระหว่างที่แม่พักฟื้นหลังคลอดหรือไม่

Checklist: สัญญาณว่าร่างกายพร้อมสำหรับลูกคนที่สอง

  • ประจำเดือนกลับมาเป็นปกติและสม่ำเสมอแล้ว
  • ไม่มีภาวะโลหิตจางหรือขาดสารอาหารรุนแรง
  • แผลผ่าคลอดหายสนิทและแพทย์ตรวจยืนยันแล้วว่ามดลูกแข็งแรงพอ
  • น้ำหนักตัวกลับสู่เกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียง
  • สภาพจิตใจพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ไม่มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่ยังไม่ได้รับการดูแล
  • ได้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมก่อนวางแผนตั้งครรภ์ใหม่

 

บทความจากพันธมิตร
Ask the Expert: ตอบทุกคำถามแม่! ลูกเสี่ยงภูมิแพ้แค่ไหน? พร้อมวิธีสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก
Ask the Expert: ตอบทุกคำถามแม่! ลูกเสี่ยงภูมิแพ้แค่ไหน? พร้อมวิธีสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก
มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ
ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

สรุปอีกครั้งค่ะ คำถามที่ว่า ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี ไม่มีคำตอบตายตัวเดียวที่ใช้ได้กับทุกครอบครัว แต่หากยึดตามคำแนะนำทางการแพทย์ ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 18-24 เดือนหลังคลอด เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก และหากเป็นไปได้ ช่วง 2-4 ปี มักเป็นจุดสมดุลที่ดีทั้งด้านสุขภาพร่างกายแม่และพัฒนาการของลูกทั้งสองคน หากคุณแม่เคยผ่าคลอดมาก่อน หรือมีภาวะสุขภาพเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนวางแผนมีลูกคนถัดไปเสมอ และหากตั้งครรภ์เร็วกว่าที่วางแผนไว้ ก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไป เพียงแจ้งสูตินรีแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์ค่ะ

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สุธิดา ชินธเนศ

กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

พญ.สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พี่น้องรักกัน เลี้ยงลูกยังไงให้พี่น้องรักกัน ช่วยเหลือ ดูแลกัน

10 เคล็ดลับในการรับมือ พี่น้องแย่งของเล่น ปัญหาที่ทำให้คุณแม่ปวดหัว !

เคล็ดลับ เตรียมลูกคนโตให้พร้อมมีน้อง สร้างสัมพันธ์พี่น้อง รักกัน ไม่อิจฉากัน

 

แหล่งอ้างอิง

    • Birth spacing, Wikipedia — https://en.wikipedia.org/wiki/Birth_spacing
    • Birth Spacing, ScienceDirect Topics — https://www.sciencedirect.com/topics/medicine-and-dentistry/birth-spacing
    • Healthy timing and spacing of pregnancy, PMC/NCBI — https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10355043/
    • Determinants of Short Birth Intervals among married women in Karachi, Pakistan, medRxiv — https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2020.08.13.20174110.full.pdf
    • The effectiveness of WHO’s interpregnancy interval advice, The Lancet Global Health — https://www.thelancet.com/journals/langlo/article/PIIS2214-109X(23)00402-3/fulltext
    • แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2566, ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมการแพทย์ — https://www.dms.go.th
    • What is the best age gap between siblings?, Parenting Translator — https://parentingtranslator.substack.com/p/what-is-the-best-age-gap-between
    • What is the best age spacing between siblings?, Peaceful Parent Happy Kids — https://www.peacefulparenthappykids.com/read/what-is-the-best-age-spacing-between-siblings
    • The Best Age Gap Between Kids, According to Parents, The Bump — https://www.thebump.com/a/best-age-gap-between-kids
    • ลูกห่างกันกี่ปีถึงจะดี, theAsianparent ไทย — https://th.theasianparent.com/years-children
    • โรงพยาบาลวิมุต

 

บทความอัปเดตล่าสุด กันยายน 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • ลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดี? ข้อดี-ข้อเสียของระยะห่างลูกคนที่สอง
แชร์ :
  • Ask the Expert: ตอบทุกคำถามแม่! ลูกเสี่ยงภูมิแพ้แค่ไหน? พร้อมวิธีสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก
    บทความจากพันธมิตร

    Ask the Expert: ตอบทุกคำถามแม่! ลูกเสี่ยงภูมิแพ้แค่ไหน? พร้อมวิธีสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก

  • มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
    บทความจากพันธมิตร

    มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้

  • ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ

  • Ask the Expert: ตอบทุกคำถามแม่! ลูกเสี่ยงภูมิแพ้แค่ไหน? พร้อมวิธีสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก
    บทความจากพันธมิตร

    Ask the Expert: ตอบทุกคำถามแม่! ลูกเสี่ยงภูมิแพ้แค่ไหน? พร้อมวิธีสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก

  • มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
    บทความจากพันธมิตร

    มีชีวิตยืนยาวเพื่อคนที่คุณรัก สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่อายุขัย แต่คือ Healthspan ที่คุณเลือกได้ตั้งแต่วันนี้

  • ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ยาน้ำลดไข้ ไม่ได้เหมือนกันทุกขวด เคล็ดลับเลือกยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ที่มากกว่าแค่ดูรสชาติ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว