แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง"ฉบับง่ายๆ

แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง"ฉบับง่ายๆ

ลูกเถึยงพ่อแม่ก็ไม่ดี ลูกเชื่อฟังคนอื่นทุกเรื่องก็น่าหนักใจไม่แพ้กัน เรามาเลี้ยงลูกด้วยแนวทางสายกลางดีกว่าค่ะ สอนลูกให้มีเหตุผล รู้จักวิธี “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง"

แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง”ฉบับง่ายๆ

แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง

แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล

สมัยนี้แล้ว เราจะเลี้ยงลูกแบบบังคับให้อยู่แต่ในกรอบก็คงไม่ดี ลองคิดดูนะคะ เราอยากให้ลูกเป็นเด็กนิ่ง ๆ คอยทำตามคำสั่งคนอื่น ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่มีปากไม่มีเสียง ไม่คิดจะโต้แย้งเพื่อตัวเอง อย่างนี้จริง ๆ เหรอ…

ถ้าลดทิฐิความเป็นพ่อแม่ลง แล้วตั้งใจฟังลูกมากขึ้น บางทีเราอาจจะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของลูกเรา ให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง”ฉบับง่ายๆ

ลูกเถียงพ่อแม่ก็ไม่ดี ลูกเชื่อฟังคนอื่นทุกเรื่องก็น่าหนักใจไม่แพ้กัน แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง”ฉบับง่ายๆ  กันดีกว่าค่ะ

5 สิ่งไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากทำร้ายจิตใจลูก

5 สิ่งไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากทำร้ายจิตใจลูก

“บางครั้งผู้ใหญ่ ไม่ค่อยสอนให้เด็กโต้แย้ง เพราะ ถ้าโดนเด็กอายุ 3 ขวบแย้งชนะแล้วเราจะตกใจ” เจมี แฮริงตัน เปิดประเด็น

“แต่ว่า การโต้แย้งแสดงจุดยืนของตัวเองพร้อมยกเหตุผลสนับสนุน ถือว่าเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

“ถ้าลูกอยากใส่ชุดชั้นในไปว่ายน้ำ ฉันจะให้ลูกหาเหตุผลมาอธิบายให้ได้ว่าใส่ชุดชั้นในดีกว่าใส่ชุดว่ายน้ำยังไง ถ้าเหตุผลนั้นฟังขึ้น เค้าจะใส่ชุดชั้นในไปว่ายน้ำก็ได้”

วิธีเลี้ยงลูกของเจมีฟังดูแหวกแนวไม่เหมือนใครดีใช่ไหมล่ะคะ เธอเป็นแม่ที่เปิดกว้างยอมรับฟังความคิดลูกมากค่ะ เหตุผลก็คือ…

5 สิ่งไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากทำร้ายจิตใจลูก

5 สิ่งไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากทำร้ายจิตใจลูก

“เพราะการอธิบายเหตุผลทำให้ลูกรู้จัก คิด นี่คือสิ่งที่เด็กทุกคนควรเรียนรู้และทำได้!

และ เธอเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์จะช่วยส่งเสริมให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะฉะนั้น เธอจะไม่ยอมปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของลูกอย่างเด็ดขาด!

คุณพ่อ คุณแม่ คนไหนเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ก็ลองนำไปใช้กับลูกดูนะคะ ก่อนจะห้ามลูก ดุลูก หรือ ปฏิเสธความคิดใด ๆ ของลูก ลองถามเหตุผลเค้าดูก่อนดีกว่าค่ะ บางครั้งลูกก็มีเหตุผลของตัวเองที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้

และ เพื่อไม่ให้การ “โต้แย้ง” กลายเป็นการ “โต้เถียง” เราก็คิดซะว่ากำลัง “โต้วาที” กับลูกละกัน ทั้งสองฝ่ายต้องทำตามหลักการโต้แย้งอย่างสร้างสรรค์ตามนี้ค่ะ

  1. แสดงความคิดพร้อมอธิบายเหตุผลสนับสนุนความคิดนั้น
  2. ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของความคิดตรงข้าม
  3. รับฟังเหตุผลของอีกฝ่าย
  4. ไม่พูดเสียงดัง ประชดประชัน หรือใส่อารมณ์
  5. ไม่มุ่งแต่จะเอาชนะอย่างเดียว

ส่วนเกณฑ์การตัดสิน คือ เหตุผลใครฟังดูมีน้ำหนักมากกว่าก็ให้ทำตามฝ่ายนั้น เราเป็นผู้ใหญ่ ก็ต้องให้ความยุติธรรมแก่เด็กด้วยนะคะ ถ้าเหตุผลเค้าดีจริงก็ต้องยอมค่ะ

ถ้าลูกโต้แย้งชนะ เราคงภูมิใจน่าดูที่ลูกเรารู้จักคิดเป็น และ มีเหตุผล  แต่ถ้าลูกแพ้ อย่างน้อยเราก็ได้อธิบายเหตุผลของเราให้เค้ารับรู้แล้ว

วิน-วินกันทั้งสองฝ่ายค่ะ

แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง

สอนลูกให้เชื่อฟัง

เลี้ยงลูกแบบทางสายกลาง

แพทย์หญิงปราณี เมืองน้อย แพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า

“วิธีการเลี้ยงลูกที่ดีที่สุดคือ  การยึดหลักของความสมดุลหรือทางสายกลาง ไม่ควรควบคุมมากไปหรือปล่อยปละมากไป เพราะ เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนซุกซน ระเบียบวินัยหลวม พ่อแม่ก็ควรเลี้ยงแบบเผด็จการบ้างในบางครั้งแต่ถ้าลูกเป็นคนที่มีระเบียบวินัยในตัวเองอยู่แล้วการเลี้ยงแบบประชาธิปไตยให้เขาได้แสดงความคิดเห็น ก็จะไม่ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดใจมากเกินไปการที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนแบบไหนไม่ได้อยู่ที่การเลี้ยงดูเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาวะแวดล้อม หรือแม้แต่สารเคมีภายในตัวของเด็กเอง ถ้าพูดตามหลักพุทธศาสนาก็คือ เด็กแต่ละคนมีบุญติดตัวมาต่างกัน จึงทำให้มีลักษณะที่แตกต่างกันด้วย”

 การเป็นแบบอย่างที่ดีของลูก

แน่นอนว่าคุณต้องไปไหนมาไหนเป็นครอบครัวกันบ้างอยู่แล้ว และ เมื่อได้พบเจอผู้คนก็ให้คุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของความสุภาพ และ ให้เกียรติทุกคนเข้าไว้ เพราะเมื่อลูกได้เห็นบ่อย ๆ ก็จะเข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ควรทำ และ เขาก็จะนำไปปฏิบัติต่อนั่นเอง

แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง

การใช้เหตุผลกับลูกน้อย

 เมื่อผิดยอมรับผิด ขอโทษ และปรับปรุง

ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะผิดไม่เป็นเสียที่ไหน แต่เมื่อผิดแล้วการยอมรับความผิด ไม่อ้างและไม่โทษปัจจัยอื่น ๆ รวมทั้งขอโทษ และแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุง นี่คือสิ่งที่สามารถทำให้ลูกเห็นและทำให้เขาไม่ได้กลัวที่จะหนีความผิด ซึ่งแน่นอนว่าต้องคอยบอกเขาเสมอว่าพยายามรอบคอบและทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมเสมอ แต่ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาจริง ๆ การยอมรับและแก้ไขเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและไม่ได้แย่เสมอไปเช่นกัน จำไว้ว่า จงอย่ามีทิฐิกับลูกของคุณพ่อ คุณแม่ เลยนะคะ

ลองไปเล่นโต้คารมกับลูกดูนะคะ ไม่แน่ว่าความคิดไร้เดียงสาของเด็กน้อยอาจเปิดมุมมองอะไรใหม่ ๆ ให้เราก็เป็นได้…

รักษาสัญญา

การรับปากกับลูกมีความจำเป็นมาก ที่จะต้องรักษาสัญญาเอาไว้ให้ได้ทุกครั้ง ถ้าคุณไม่มั่นใจเราขอแนะนำว่าอย่ารับปากดีกว่า เพราะ อาจสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับเขา และ เขาอาจเข้าใจได้ว่าเมื่อพูดแล้วไม่ต้องรักษาสัญญาก็ได้ เพราะ พ่อแม่ก็ทำ เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วอาจทำให้มีผลเสียกับเขาในอนาคตได้

แสดงความรักอย่างจริงใจเสมอ

เรื่องนี้เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด คือ การแสดงความรักอย่างจริงใจต่อกันในครอบครัว ทำให้ลูกรู้สึกได้เสมอว่าเขาสำคัญ และ ได้รับความรักจากพวกคุณอย่างจริงใจ  จุดนี้จะทำให้เขาไว้ใจ และ กล้าที่จะปรึกษา บอกเล่า ให้คุณได้ฟัง และ แน่นอนอีกว่าเขาจะแสดงความรักกลับมา หาพวกคุณด้วยเช่นกัน

แนวทางสอนลูกให้มีเหตุผล “โต้แย้ง” แบบไม่ “โต้เถียง

การเอาใจใส่ให้ความรักความอบอุ่น

รับฟังกันเสมอ

 การถูกรับฟังจะทำให้เขารับฟังคุณด้วยเช่นกัน เมื่อเวลาเขามีอะไรอยากเล่า อยากอธิบาย ความกระตือรือร้นที่จะรับฟัง ไม่ขัดเขา รอขนเขาอธิบายหรือเล่าจนจบนั้นมีความสำคัญกับความรูสึกของลูกมาก และแน่นอนว่าเขาจะเรียนรู้ว่าเมื่อคุณเองเป็นฝ่ายพูดเขาก็จะรับฟังและพยายามที่จะเข้าใจคุณด้วยเช่นกัน และแม้ว่าจะเห็นต่างการเคารพและพูดคุยกันด้วยเหตุผลมีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของคุณราบรื่นขึ้นได้อีกด้วย

พ่อแม่ต้องกล้าลองสิ่งใหม่เสมอ ๆ 

 เราเชื่อว่าเรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่คุณกังวล แต่การได้ลองอะไรใหม่ ๆ ให้ลูกเห็นเสมอนั้นช่วยเปิดโลกและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขาไม่น้อย อาจเริ่มง่าย ๆ ด้วยการพบปะผู้คนใหม่ ๆ ไปที่ใหม่ ๆ ลองกินอะไรใหม่ ๆ ทำกิจกรรมใหม่ ๆ ร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงความกล้าลองของพวกคุณ และแน่นอนว่าต้องลองมันด้วยความระวังและมีเหตุผลมาอธิบายให้เขาได้เข้าใจอยู่เสมอ

การเป็นพ่อแม่นั้นมีส่วนทำให้พวกคุณเป็นคนที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งเหล่านี้ที่คุณพัฒนาขึ้นมีผลกับลูกเป็นอย่างมาก เริ่มต้นด้วยพื้นฐานของความรักและความเข้าใจจากนั้นก็คอยแนะนำเขาไปด้วยเหตุผลอย่างอ่อนโยนเราเชื่อว่าลูกของคุณจะงอกงามเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้อย่างคุณแน่นอน

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง :

เด็กที่ ‘เถียง’ พ่อแม่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมากกว่า

จำเป็นมั้ยที่เด็กต้องมีความกล้าแสดงออก

เมื่อบทบาทของ CFO ต้องเปลี่ยนไป เลี้ยงลูกสมัยใหม่ ตามสไตล์แม่ฝน!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า
app info
get app banner