หลังคลอด คุณแม่หลายคนอาจคิดว่าช่วงนี้เป็น “ระยะปลอดภัย” เพราะประจำเดือนยังไม่กลับมา เลยเผลอวางใจว่าคงไม่ตั้งครรภ์แน่ ๆ แต่จริง ๆ แล้วร่างกายของผู้หญิงมีความซับซ้อนกว่านั้นมากค่ะ เรื่องการตกไข่หลังคลอดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยทีเดียว หลายคู่จึงมักสงสัยว่า “ถ้าหลังคลอด ประจำเดือนไม่มา แต่มีเพศสัมพันธ์ จะท้องไหม?” มาไขคำตอบเรื่อง เซ็กส์หลังคลอด ชัดๆ กันเลยค่ะ
เซ็กส์หลังคลอด ประจำเดือนไม่มา มีอะไรกับแฟน จะท้องไหม?
ท้องได้แน่นอน 100% ค่ะ เพราะร่างกายของผู้หญิงจะมีการตกไข่ ก่อนที่จะมีประจำเดือนครั้งแรกหลังคลอดเสมอ หมายความว่า คุณแม่สามารถตั้งครรภ์ได้แล้ว แม้ว่ายังไม่มีประจำเดือนเลยก็ตาม
เหตุผลทางวิทยาศาสตร์
- การตกไข่คือการที่รังไข่ปล่อยไข่ออกมาเพื่อรอการปฏิสนธิ ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือนรอบแรกหลังคลอด
- ดังนั้น แม้คุณแม่จะยังไม่เห็นประจำเดือน แต่ร่างกายอาจตกไข่ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน จึงมีโอกาสตั้งครรภ์ทันที
- โดยเฉพาะในคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมบุตร หรือให้นมไม่สม่ำเสมอ การตกไข่มักกลับมาเร็วขึ้น บางรายพบการตกไข่ได้ภายใน 25 วันหลังคลอดก็มีค่ะ
หลักฐานทางการแพทย์
- American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) ระบุว่า ผู้หญิงสามารถกลับมาตกไข่และมีการเจริญพันธุ์ได้ เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังคลอด หากไม่ได้ให้นมบุตรอย่างต่อเนื่อง
- องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ชี้ว่า การให้นมบุตรอย่างเดียว (Exclusive Breastfeeding) อาจช่วยยับยั้งการตกไข่ได้บ้าง แต่ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัย 100% เว้นแต่จะเข้าเกณฑ์ Lactational Amenorrhea Method (LAM) ซึ่งต้องให้นมทุก 2–3 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน และลูกอายุน้อยกว่า 6 เดือน
ดังนั้น หลังคลอดแม้ ประจำเดือนยังไม่มา แต่ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันก็ สามารถตั้งครรภ์ได้ทันที แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการคุมกำเนิดหลังคลอดที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นยาคุม ชนิดฝัง ห่วงอนามัย หรือถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมค่ะ
|
ทำไม? ประจำเดือนหลังคลอดถึงไม่มา
|
| ฮอร์โมน |
หลังคลอด ระดับฮอร์โมนโปรแลคติน ซึ่งมีหน้าที่กระตุ้นการผลิตน้ำนม จะสูงขึ้น ในขณะที่ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งควบคุมการตกไข่ จะลดลง ส่งผลให้ประจำเดือนไม่มา |
| การให้นมลูก |
การให้นมลูก โดยเฉพาะการให้นมแม่อย่างเดียว ช่วยยับยั้งการตกไข่ ทำให้ประจำเดือนมาช้าลง |
| สุขภาพคุณแม่ |
ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง และภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด ล้วนมีผลต่อการกลับมาของประจำเดือน |

ความเชื่อผิดๆ: ให้นมลูกอยู่ ประจำเดือนไม่มา = ไม่ท้อง?
ความเชื่อนี้ ไม่จริงเสมอไปค่ะ หลายคนเข้าใจว่าการให้นมลูกอย่างเดียวจะทำให้ไม่ท้อง เพราะประจำเดือนยังไม่กลับมา แต่ความจริงคือ ผู้หญิงสามารถตกไข่และตั้งครรภ์ได้ แม้ยังไม่มีประจำเดือน
การคุมกำเนิดด้วยการให้นม (Lactational Amenorrhea Method – LAM)
องค์การอนามัยโลก (WHO) และ American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) ยอมรับว่า LAM สามารถใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดได้ แต่ มีเงื่อนไขที่เข้มงวดมาก ได้แก่
- ลูกอายุต่ำกว่า 6 เดือน
- ให้นมแม่ 100% แบบดูดจากเต้าเท่านั้น (ไม่เสริมด้วยนมผงหรืออาหารอื่น และให้นมทุก 4–6 ชั่วโมง รวมทั้งเวลากลางคืน)
- ประจำเดือนของแม่ยังไม่กลับมา
หากครบทั้ง 3 เงื่อนไข LAM สามารถมีประสิทธิภาพคุมกำเนิดได้ถึง 98% แต่ถ้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งไม่ครบ เช่น ลูกเริ่มกินอาหารเสริม, แม่ปั๊มนมแทนการเข้าเต้า หรือให้นมน้อยลงในช่วงกลางคืน ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะลดลงทันที
ในชีวิตจริง แม่หลังคลอดมักทำตามเงื่อนไขนี้ได้ยาก เช่น ลูกบางคนเริ่มนอนยาว ไม่ตื่นกินนมกลางคืน คุณแม่ต้องกลับไปทำงานและปั๊มนมแทนการให้ดูดเต้า มีการให้นมผสมหรืออาหารเสริมร่วมด้วย ผลคือ การตกไข่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว และถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ก็มีโอกาสท้องสูง
หลักฐานทางการแพทย์
- WHO ระบุว่า LAM มีประสิทธิภาพสูงเฉพาะเมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน และแนะนำให้ใช้ร่วมกับวิธีคุมกำเนิดอื่นหากแม่ไม่ได้ให้นมอย่างเข้มงวด
- ACOG ชี้ว่า “การให้นมบุตรอาจช่วยยับยั้งการตกไข่ แต่ไม่ควรใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดเพียงอย่างเดียว เว้นแต่จะเข้าเกณฑ์ LAM อย่างเคร่งครัด”
แม่หลังคลอด ประจำเดือนมาเมื่อไหร่
การกลับมามีรอบเดือนตามปกติของคุณแม่แต่ละคนในช่วงหลังคลอดมีความแตกต่างกันค่ะ ขึ้นอยู่กับจะกลับมาตกไข่ได้อีกครั้งเมื่อไร ถ้าเกิดการตกไข่จึงจะมีประจำเดือน และถ้าเกิดการตกไข่ได้ ก็หมายความว่า สามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้อีกครั้งด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม กรณีที่คุณแม่ได้รับการคุมกำเนิดหลังจากการตรวจภายในหลังคลอด หรือให้นมลูกน้อยตลอด (Exclusive breast feeding) อาจเป็นการชะลอการตกไข่ ทำให้ประจำเดือนมาช้าได้ ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติค่ะ
อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ถือว่าเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์นะคะ โดยหากเกิน 3 เดือนไปแล้วจะมีการตกไข่เมื่อไรก็ได้ ส่วนคุณแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มักมีประจำเดือนภายใน 6-8 สัปดาห์หลังคลอดค่ะ ซึ่งประจำเดือนครั้งแรกอาจจะออกนาน หรือมากกว่าปกติได้ค่ะ
การคุมกำเนิดหลังคลอด: มีวิธีไหนบ้างที่ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นม?
หลังคลอด คุณแม่ที่ให้นมลูกสามารถเลือกวิธีคุมกำเนิดที่ ปลอดภัยและไม่กระทบการผลิตน้ำนม ได้หลายวิธี เช่น

|
วิธีคุมกำเนิดหลังคลอด
|
| ถุงยางอนามัย |
เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย |
| ยาเม็ดคุมกำเนิด |
มีทั้งแบบฮอร์โมนรวม และแบบโปรเจสติน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ให้นมบุตร |
| ยาฝังคุมกำเนิด |
คุมกำเนิดได้นาน 3-5 ปี เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาว |
| ห่วงอนามัย |
คุมกำเนิดได้นาน 5-10 ปี |
| วิธีธรรมชาติ |
เช่น การนับวันปลอดภัย แต่มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ ไม่แนะนำสำหรับคุณแม่หลังคลอด |
ACOG แนะนำให้เลือกวิธีคุมกำเนิดที่ไม่กระทบกับการให้นม เช่นโปรเจสตินเดี่ยวหรือห่วงอนามัย ส่วน WHO ก็ยืนยันว่ายาคุมฮอร์โมนรวม (ที่มีเอสโตรเจน) ควรเลื่อนอย่างน้อย 6 เดือนหลังคลอดเพราะอาจลดน้ำนมได้
ควรเว้นระยะนานแค่ไหนก่อนกลับมามี เซ็กส์หลังคลอด?
มาตรฐานสากล เช่น American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) แนะนำให้คุณแม่เว้นการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 6 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัว แผลฝีเย็บหรือแผลผ่าตัดหาย และมดลูกเข้าอู่กลับเข้าสู่สภาพปกติ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อน
มีเพศสัมพันธ์หลังคลอด 2 เดือน จะท้องไหม?
ท้องได้แน่นอนค่ะ ถ้าไม่คุมกำเนิด เพราะหลังคลอด ร่างกายของผู้หญิงอาจเริ่ม ตกไข่ตั้งแต่ 3–6 สัปดาห์เป็นต้นไป โดยเฉพาะคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูกหรือให้นมไม่สม่ำเสมอ ซึ่งหมายความว่าหลังคลอด 2 เดือน คุณแม่สามารถตั้งครรภ์ได้หากมี เซ็กส์หลังคลอด โดยไม่ป้องกัน แม้ว่าประจำเดือนจะยังไม่มาเลยก็ตาม
ข้อมูลจาก WHO และโรงพยาบาลศิริราชระบุว่า การตกไข่สามารถเกิดขึ้นได้ก่อนที่ประจำเดือนจะกลับมา
ข้อควรระวังอื่นๆ เกี่ยวกับ เซ็กส์หลังคลอด
- ความเจ็บปวด: แผลฝีเย็บ, แผลผ่าคลอด หรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ยังฟื้นตัว อาจทำให้มีเพศสัมพันธ์แล้วเจ็บ
- ช่องคลอดแห้ง: เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง โดยเฉพาะในคุณแม่ที่ให้นมลูก กรณีนี้การใช้สารหล่อลื่นอาจจะช่วยได้
- ความเสี่ยงติดเชื้อ: หากเริ่มมีเพศสัมพันธ์เร็วเกินไปก่อนครบ 6 สัปดาห์หลังคลอด อาจเพิ่มโอกาสติดเชื้อในโพรงมดลูก
- ภาวะจิตใจ: แม่หลายคนอาจยังมีความเครียด เหนื่อยล้า หรือภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ซึ่งกระทบความต้องการทางเพศ
ข้อมูลจาก Mayo Clinic, ACOG และ WHO แนะนำให้คุณแม่สื่อสารกับคุณพ่อ และหากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกมาก ปวดท้องน้อยรุนแรง หรือมีไข้หลังมีเพศสัมพันธ์ ควรรีบพบแพทย์ทันที

มีเซ็กส์หลังคลอดอย่างไร? ให้ปลอดภัย และมีสุข
เมื่อทราบถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งหลังคลอด รวมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของคุณแม่พร้อมแล้ว อาจลองนำเคล็ดลับที่อาจช่วยให้การมีเซ็กส์หลังคลอดเป็นไปอย่างปลอดภัย และสร้างความสุขให้คุณแม่และคุณพ่ออย่างเต็มที่ ดังนี้ค่ะ
- ดูแลตนเองเริ่มด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยคุณแม่ควรดูแลตนเองแบบนี้สม่ำเสมอให้เป็นกิจวัตรประจำวัน
- ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน อาจช่วยให้กล้ามเนื้อช่องคลอดกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น แต่แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เพื่อเรียนรู้เทคนิคการขมิบที่ถูกต้องนะคะ
- เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมโดยมีเซ็กส์หลังคลอดในช่วงเวลาที่คุณแม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว และเป็นเวลาที่ทั้งคุณพ่อคุณแม่จะไม่ถูกรบกวนจากลูกน้อย
- ทำความเข้าใจให้ตรงกันคุณพ่อคุณแม่ควรสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน ใช้เวลาและร่วมกันหาหนทางที่ใช้แสดงความรัก ก่อนตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์หลังคลอด
- เช็กอาการผิดปกติ หากคุณแม่มีอาการผิดปกติต่อไปนี้เกิดขึ้นหลังการมีเพศสัมพันธ์ ควรไปพบแพทย์ทันที
-
- รู้สึกเจ็บแม้จะมีเพศสัมพันธ์ด้วยความระมัดระวังแล้ว เพราะการตัดฝีเย็บเพื่อขยายปากช่องคลอดขณะคลอดลูกอาจทำให้รู้สึกเจ็บและไม่สบายตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ในระยะยาวได้
- มีของเหลวที่ส่งกลิ่นเหม็นไหลออกจากช่องคลอด ที่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีการติดเชื้อ
- มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดหลังคลอดลูกแล้วกว่า 4 สัปดาห์ หรือเสียเลือดในปริมาณมากอย่างฉับพลัน

โดยสรุปจะเห็นว่า หลังคลอด แม้ประจำเดือนไม่มา คุณแม่ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น หากยังไม่พร้อมมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ และเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกน้อยนะคะ
อย่างไรก็ตาม เรื่องเซ็กส์หลังคลอดนั้น ไม่ว่าประจำเดือนจะมาหรือไม่มา มีโอกาสจะท้องหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องใส่ใจคือ ความพร้อมของคุณแม่ค่ะ ทั้งความพร้อมในการมีเซ็กส์ และความพร้อมในการตั้งครรภ์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคุณแม่บางคนอาจพร้อมมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งหลังคลอดเพียงไม่กี่สัปดาห์ ในขณะที่คุณแม่คนอื่นอาจต้องใช้เวลา 2-3 เดือนหรือนานกว่านั้น รวมทั้งปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อแรงขับทางเพศ ทั้งความเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก หน้าที่การงาน ความเครียด และการกลัวความเจ็บปวด เหล่านี้ มีผลต่อการตัดสินใจของคุณแม่ทั้งสิ้นค่ะ เราขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่หลังคลอดมีความสุขในทุกๆ เรื่องนะคะ
ที่มา : www.pobpad.com , bangpakok3.com , hd.co.th , www.sikarin.com , www.phyathai.com , ACOG , WHO , Mayo Clinic , คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ฉีดยาคุมแล้วผิวคล้ำขึ้น จริงไหม ? 8 วิธีจัดการปัญหาผิว แม่หลังคลอด
ลูกติดนมชง ไม่กินนมแม่ แก้ยังไงดี? วิธีเปลี่ยนใจลูกน้อยให้เลิฟนมแม่
ให้นมลูก เจ็บหัวนม ต้องหยุดไหม แก้ปัญหายังไงให้ดีต่อคุณแม่และลูกน้อย
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!