TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

8 สาเหตุลูกไม่ดิ้น หรือดิ้นน้อยลง สัญญาณเงียบที่ต้องใส่ใจ

บทความ 5 นาที
8 สาเหตุลูกไม่ดิ้น หรือดิ้นน้อยลง สัญญาณเงียบที่ต้องใส่ใจ

คุณแม่อาจเกิดความกังวลใจเมื่อสังเกตได้ว่าลูกน้อยไม่ดิ้น หรือดิ้นน้อยลง บทความนี้ชวนคุณแม่เช็ก สาเหตุลูกไม่ดิ้น เพื่อให้รับมือได้ทันท่วงทีค่ะ

การรับรู้ถึงการขยับตัวของทารกในครรภ์ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงพัฒนาการของลูกน้อย อย่างไรก็ตาม คุณแม่อาจเกิดความกังวลใจเมื่อสังเกตได้ว่าลูกน้อยไม่ดิ้น หรือดิ้นน้อยลงกว่าที่เคย ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้อาจมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป บทความนี้จะพาคุณแม่ไปสำรวจ สาเหตุลูกไม่ดิ้น  หรือดิ้นน้อย เพื่อให้สามารถสังเกตและรับมือได้ทันท่วงทีค่ะ

 

สาเหตุลูกไม่ดิ้น หรือดิ้นน้อย

ในบางครั้ง การที่ลูกดิ้นน้อยลงไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งผิดปกติเสมอไป อาจมีปัจจัยทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อความถี่และความแรงของการดิ้นได้ ดังนี้

  1. ทารกกำลังหลับ

  • ทารกในครรภ์ก็มีวงจรการหลับและการตื่นเหมือนกันค่ะ โดยเฉลี่ยแล้วทารกอาจหลับประมาณ 20-40 นาที และตื่นขึ้นมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในช่วงเวลา ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ทารกหลับ คุณแม่อาจจะไม่รู้สึกถึงการดิ้น หรือรู้สึกได้น้อยมาก
  • หากคุณแม่รู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง สิ่งแรกที่ควรทำ คือ รอสังเกตอาการต่อไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากอาจเป็นช่วงที่ลูกน้อยกำลังหลับอยู่ หากผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้วลูกยังดิ้นน้อยลง หรือไม่ดิ้นเลย ควรทำการนับลูกดิ้นอย่างจริงจังตามคำแนะนำของแพทย์ หรือไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คความปลอดภัยของลูกน้อยค่ะ

  1. ทารกตัวใหญ่ขึ้น

  • เมื่ออายุครรภ์เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่สาม โดยเฉพาะตั้งแต่สัปดาห์ที่ 32 เป็นต้นไป ทารกจะมีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นมาก มีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวในมดลูกน้อยลง
  • แม้ว่าทารกจะตัวใหญ่ขึ้น แต่มดลูกก็มีขนาดจำกัด ทำให้ทารกไม่สามารถพลิกตัว หรือเคลื่อนไหวแขนขาได้อย่างอิสระเหมือนในช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์
  • แทนที่จะเป็นการดิ้นแบบพลิกตัว หรือเตะแรงๆ คุณแม่อาจรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวแบบอื่นแทน เช่น การดัน การยืดตัว หรือการโก่งตัว ซึ่งอาจจะไม่ได้รู้สึกชัดเจนเท่ากับการดิ้นในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม คุณแม่ยังคงต้องรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ

  1. ผลกระทบจากยาที่คุณแม่รับประทาน

  • ยาบางชนิดที่คุณแม่อาจรับประทานเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ เช่น ยาลดน้ำมูก ยาแก้แพ้ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้ทารกในครรภ์รู้สึกง่วงซึมและเคลื่อนไหวน้อยลงได้
  • คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนรับประทานยาใดๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้มั่นใจว่ายาเหล่านั้นปลอดภัยต่อลูกน้อยและไม่มีผลกระทบต่อการดิ้นของทารก หากคุณแม่สังเกตว่าลูกดิ้นน้อยลงหลังจากรับประทานยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนยา หรือหาสาเหตุอื่นๆ ต่อไป

สาเหตุลูกไม่ดิ้น

 

สาเหตุลูกไม่ดิ้น: สัญญาณแบบนี้ผิดปกติ ต้องรีบพบแพทย์

เมื่อลูกน้อยดิ้นน้อยลงอย่างผิดสังเกต หรือมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการดิ้นไปจากเดิม คุณแม่ไม่ควรรอช้าและควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะผิดปกติเหล่านี้ค่ะ

  1. ภาวะขาดออกซิเจนของทารก 

  • ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อทารกได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตและพัฒนาการ สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น
    • ปัญหาที่รก รกอาจทำงานไม่สมบูรณ์ มีการลอกตัวก่อนกำหนด หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารก
    • ปัญหาที่สายสะดือ การบีบรัด การพัน หรือการกดทับสายสะดือ อาจขัดขวางการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจน
    • ภาวะสุขภาพของคุณแม่โรคประจำตัวบางชนิดของคุณแม่ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือภาวะครรภ์เป็นพิษ อาจส่งผลต่อการลำเลียงออกซิเจนไปยังทารก
  • เมื่อทารกขาดออกซิเจน ร่างกายจะพยายามปรับตัวโดยการลดการเคลื่อนไหวเพื่อสงวนพลังงาน ดังนั้น การดิ้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือการไม่ดิ้นเลย อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่บ่งบอกถึงภาวะนี้ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตของทารกได้ 
  1. สายสะดือพันคอ

  • สายสะดือเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารจากแม่ไปสู่ลูก หากสายสะดือถูกกดทับ หรือสายสะดือพันคอลูก ไม่ว่าจะเป็นจากการเคลื่อนไหวของทารก ท่าทางของคุณแม่ หรือภาวะอื่นๆ จะส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดถูกขัดขวาง ทำให้ทารกได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • ในบางกรณี การกดทับสายสะดืออาจทำให้ทารกมีการดิ้นที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ดิ้นกระตุกๆ หรือดิ้นแรงๆ ผิดปกติในช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะดิ้นน้อยลง หรือหยุดดิ้นไป หากคุณแม่สังเกตเห็นลักษณะการดิ้นที่ผิดปกติเช่นนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที 
  1. ทารกเติบโตช้าในครรภ์

  • ทารกที่มีภาวะเติบโตช้ากว่าปกติ ทำให้มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความผิดปกติของรก การไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี หรือภาวะสุขภาพของทารกเอง เมื่อทารกได้รับสารอาหารและออกซิเจนไม่เพียงพอ ก็จะมีพลังงานน้อยลง ส่งผลให้การดิ้นลดลง
  • คุณแม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าทารกมีภาวะเติบโตช้าในครรภ์ จะต้องติดตามการเจริญเติบโตของทารกอย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวังการดิ้นของทารกอย่างสม่ำเสมอ 
  1. ภาวะน้ำคร่ำน้อย

  • น้ำคร่ำมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ทารกเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ หากมีปริมาณน้ำคร่ำน้อยลง ทารกจะมีพื้นที่ในการขยับตัวน้อยลงตามไปด้วย ทำให้คุณแม่รู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง
  • ภาวะน้ำคร่ำน้อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด ความผิดปกติของไตทารก หรือภาวะสุขภาพของคุณแม่ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในระหว่างตั้งครรภ์และคลอด

  1. ความผิดปกติอื่นๆ

นอกเหนือจากสาเหตุที่กล่าวมาแล้ว ยังมีความผิดปกติอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการดิ้นของทารกได้ เช่น

  • ความผิดปกติทางโครโมโซม หรือความพิการแต่กำเนิด ในบางกรณี ความผิดปกติเหล่านี้อาจส่งผลต่อการพัฒนาของระบบประสาทและกล้ามเนื้อของทารก ทำให้มีการเคลื่อนไหวน้อยลง
  • การเสียชีวิตของทารกในครรภ์ เป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด หากทารกเสียชีวิตในครรภ์ก็จะไม่มีการดิ้นใดๆ เกิดขึ้น ดังนั้น หากคุณแม่ไม่รู้สึกถึงการดิ้นของลูกเลย ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด

 

สาเหตุลูกไม่ดิ้น

 

วิธีกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลูกในท้อง

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น โดยเฉพาะหลัง 24 สัปดาห์ คุณแม่จะเริ่มรู้สึกถึงการดิ้นของลูกน้อยชัดเจนขึ้น การกระตุ้นเบาๆ สามารถช่วยให้ลูกน้อยตอบสนองและคุณแม่ได้สังเกตการเคลื่อนไหวของลูกได้ค่ะ

  • ใช้มือกดลงบนท้องด้านใดด้านหนึ่งเบา ๆ การสัมผัสหน้าท้องเบาๆ เป็นการสื่อสารกับลูกน้อยอย่างอ่อนโยน ลูกน้อยอาจรับรู้ถึงการสัมผัสของคุณแม่และตอบสนองด้วยการดิ้นเล็กน้อย การทำเช่นนี้ยังช่วยให้คุณแม่ได้ทำความคุ้นเคยกับการสัมผัสลูกน้อยผ่านหน้าท้องอีกด้วย 
  • เปลี่ยนท่าทางการนอน บางครั้งที่ลูกน้อยไม่ดิ้น อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงหลับ หรืออยู่ในท่าทางที่สบายจนไม่ขยับตัว การเปลี่ยนท่าทางการนอน เช่น จากนอนหงายเป็นนอนตะแคง อาจกระตุ้นให้ลูกน้อยรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงและเริ่มขยับตัวเพื่อปรับท่าทางใหม่ 
  • หลังรับประทานอาหาร เมื่อคุณแม่ได้รับสารอาหาร โดยเฉพาะน้ำตาล ลูกน้อยก็จะได้รับพลังงานตามไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกน้อยกระปรี้กระเปร่าและเริ่มดิ้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานของหวานมากเกินไป เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสมดุล 
  • ดื่มน้ำเย็นจัดๆ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอาจกระตุ้นให้ลูกน้อยรู้สึกตัวและมีการเคลื่อนไหวตอบสนองได้ แต่ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะและไม่บ่อยจนเกินไป เพื่อไม่ให้ร่างกายของคุณแม่ปรับตัวไม่ทัน 
  • เปิดเพลงที่ลูกคุ้นเคย หรือได้ยินเสียงคุยของคุณพ่อคุณแม่ ทารกในครรภ์สามารถรับรู้เสียงจากภายนอกได้ การเปิดเพลงที่เคยฟังบ่อยๆ หรือการพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอาจกระตุ้นให้ลูกน้อยตอบสนองด้วยการดิ้นได้ เสียงเหล่านี้เป็นเหมือนสิ่งแวดล้อมที่ลูกน้อยคุ้นเคยและอาจทำให้รู้สึกปลอดภัยและสบาย 

หลังจากลองทำวิธีต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว หากคุณแม่ยังรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้งในระยะเวลา 2 ชั่วโมง ควรลองทำวิธีเหล่านี้ซ้ำอีกครั้ง และตั้งใจสังเกตการดิ้นอย่างใกล้ชิดนะคะ

หากคุณแม่รู้สึกว่าลูกไม่ดิ้นเลย และเริ่มมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด ปวดท้องรุนแรง หรือมีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

 

ที่มา : โรงพยาบาลรามคำแหง , โรงพยาบาลบางปะกอก สมุทรปราการ , โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกดิ้นแรง ปกติไหม? เข้าใจการดิ้นของลูกในแต่ละช่วงอายุครรภ์

ลูกดิ้นตอนกี่เดือน รู้สึกอย่างไร? สัมผัสแรกแห่งรักจากลูกน้อยในครรภ์

อย่าละเลย! 9 อาการระหว่างตั้งครรภ์ ลูกอาจเสี่ยงอันตรายถ้าไม่เช็ก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • ไตรมาส 3
  • /
  • 8 สาเหตุลูกไม่ดิ้น หรือดิ้นน้อยลง สัญญาณเงียบที่ต้องใส่ใจ
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว