TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ตามใจไปถึงไหน เลี้ยงลูกอย่างไรให้ป่วยเป็น "โรคเอาแต่ใจตัวเอง"

บทความ 3 นาที
ตามใจไปถึงไหน เลี้ยงลูกอย่างไรให้ป่วยเป็น "โรคเอาแต่ใจตัวเอง"

ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ต้องการอยากให้ลูกตัวเองลงไปนั่งร้องไห้หรือดิ้นไปมากับพื้นกลางห้างเพื่อจะเอาของเล่นชิ้นนั้นให้ได้ เพียงเพราะพ่อแม่ไม่ยอมซื้อให้ สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนกับอารมณ์ลูกขี้วีน เอาแต่ใจ ปัญหาแบบนี้ปล่อยทิ้งไว้ ส่งผลทำให้ลูกกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจไปโดยไม่รู้ตัวนะคะ

การเลี้ยงลูกตามใจเกินเหตุ อาจส่งผลทำให้ลูกป่วยเป็น โรคเอาแต่ใจตัวเอง ถึงไม่ร้ายแรงทางกายแต่ก็ส่งผลให้ลูกติดนิสัยเอาแต่ใจ ขี้วีน ก้าวร้าว และไม่มีเหตุผลไปได้จนถึงโต

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็น โรคเอาแต่ใจตัวเอง

รศ.นพ.ศิริไชย หงส์สงวนศรี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้อธิบายถึงอาการเอาแต่ใจของเด็กว่ามีอยู่ 3 ระดับ คือ ระดับปกติ ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทั่วไป ระดับมีปัญหาเล็กน้อย และระดับที่มีปัญหารุนแรง ซึ่งระดับที่ 3 นี้ จิตแพทย์ทั่วโลกจะมีเกณฑ์การวินิจฉัยว่า เป็นโรค Oppositional Defiant Disorder หรือ “โรคเอาแต่ใจ” ส่วนใหญ่พบในเด็ก 3 ขวบขึ้นไป และเกิดในเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คิดเป็นสัดส่วน 9:1

เด็กที่เป็นโรคเอาแต่ใจตัวเอง จะมีอาการดื้อต่อต้านอย่างรุนแรง พ่อแม่พูดก็ไม่ฟัง อารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย จนบางครั้งก็อาละวาดถึงขั้นที่ทำร้ายหรือรังแกผู้อื่น ทำลายข้าวของในบ้านได้ หากสังเกตว่าลูกมีอาการดังกล่าวในระยะเวลานาน 6 เดือน ถือว่าป่วยเป็นโรคเอาแต่ใจแล้ว

โรคเอาแต่ใจตัวเอง

ปัจจัยที่ทำให้ลูกเป็นโรคเอาแต่ใจได้นั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เด็กบางคนเกิดมาเลี้ยงง่ายหรือเลี้ยงยาก ซึ่งเกิดจากสมองส่วนหน้าที่ควบคุม ยับยั้งอารมณ์ และพฤติกรรมทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ หรือปัจจัยด้านการเลี้ยงดูที่มีผลต่อสภาวะจิตใจ ที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมต่อต้าน ดื้อ และก้าวร้าว อาจเป็นเพราะพ่อแม่ยุคใหม่ที่ยังขาดทักษะและแนวคิดในการเลี้ยงลูกอย่างถูกต้อง พ่อแม่บางคนเข้าใจผิดว่าถ้าไปขัดใจลูกก็จะทำให้ลูกหงุดหงิดง่ายอารมณ์ไม่ดี จึงยอมตามใจ หรือพ่อแม่แบบที่เลี้ยงลูกด้วยการใช้ความรุนแรง ชอบบังคับ ก็จะทำให้เด็กมีนิสัยก้าวร้าว เอาแต่ใจตัวเองได้

ยิ่งในปัจจุบัน พ่อแม่ส่วนใหญ่มีเวลากับลูกน้อยลง ทำให้ความผูกพันทางอารมณ์ ความใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่และลูกลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงวัย 2-3 ขวบ ที่พ่อแม่บางคนปล่อยให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยง ดูแต่ทีวีตามลำพัง หรือชดเชยด้วยสิ่งของ ซึ่งทำให้ลูกคิดว่าสิ่งของคือความรักที่พ่อแม่มีให้ ถ้าอยากได้ความรักก็คือเรียกร้องที่จะเอาสิ่งของ เมื่อไม่สมหวัง ก็จะเกิดภาวะทางอารมณ์ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเอาแต่ใจตัวเองได้

ดังนั้นหนทางที่ดีก่อนให้ลูกป่วยเป็นโรคเอาแต่ใจ พ่อแม่ควรมองให้เห็นถึงความต้องการของลูกทั้งด้านกายภาพและจิตใจ มีการสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้เกิดความผูกพันระหว่างกันและกัน ด้วยการสร้างเวลาคุณภาพให้พ่อแม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด พยายามหากิจกรรมที่ทำร่วมได้ พร้อมกับสอดแทรกคำแนะนำหรือคำสอนลูกไปในตัว โดยใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย ฝึกใช้เหตุผลกับลูกจนเกิดเป็นนิสัย

สิ่งสำคัญที่คุณหมอได้ให้แง่คิดเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ในยุคนี้ว่า “ควรระลึกอยู่เสมอว่าสิ่งที่ลูกต้องการจริง ๆ นั้นไม่ใช้สิ่งของหรือของเล่นราคาแพง แต่เป็นความรัก ความผูกพันที่พ่อแม่มอบให้กับลูก การดูแลของพ่อแม่อย่างใกล้ชิดและถูกต้อง จะทำให้ลูกห่างไกลจากโรคเอาแต่ใจนี้ได้แน่นอน”


ที่มา : www.manager.co.th

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ออกมาดี 10 วิธีที่ทำให้พ่อแม่เข้าใจลูกสมัยนี้ได้ไม่ยาก

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ

parenttown

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Napatsakorn .R

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • ตามใจไปถึงไหน เลี้ยงลูกอย่างไรให้ป่วยเป็น "โรคเอาแต่ใจตัวเอง"
แชร์ :
  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว