เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ เก่ง ฉลาด นิสัยดี แบบง่ายๆ คุณทำได้

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ เก่ง ฉลาด นิสัยดี แบบง่ายๆ คุณทำได้

พ่อแม่ที่มีลูกเป็นอัจฉริยะ เค้าเลี้ยงลูกกันอย่างไรนะ?

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ เก่ง ฉลาด นิสัยดี แบบง่ายๆ คุณทำได้

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ แน่นอนว่า ไม่ว่าใครก็อยากมีลูกฉลาด หัวไว เรียนเก่ง เติบโตขึ้นมาเป็นคนดี และ ประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงานด้วยกันทั้งนั้น ที่ผ่านมา นักจิตวิทยา ได้ทำการ ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ เรื่องดังกล่าว พบว่า ส่วนมากเด็กที่ เก่ง ฉลาด หัวไว เข้าขั้นอัจฉริยะ ล้วนแล้วแต่ ผ่านการอบรม เลี้ยงดู จากพ่อแม่ด้วยวิธีการที่คล้าย ๆ กัน วิธีการ ที่ว่าจะเป็นอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ

1. ให้ลูกทำงานบ้าน

ถ้าลูก ไม่เคย ทำงานบ้านเลย นั่นก็หมายความว่า มีคนอื่นคอย ทำให้ตลอด พ่อแม่ หลายท่าน อาจเลี้ยงลูก แบบตามใจ อยากให้ ลูกสบายจึงทำให้ทุกอย่าง แต่การให้ ลูกทำงานบ้านนั้น จะเป็นการ ช่วยฝึกให้ ลูกมีความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งจะทำให้เค้า เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สามารถ ทำงานร่วมกับ ผู้อื่นได้อย่างไม่มี ปัญหา มีความ เห็นอกเห็นใจ และ คอยช่วยเหลือผู้อื่น อีกทั้ง ยังทำสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ได้ด้วยตัวเอง อย่างมีประสิทธิภาพ

2. มีความคาดหวังในตัวลูก

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ

เลี้ยงลูกอย่ างไรให้เป็นอัจฉริยะ

ผลการสำรวจ จากเด็กกว่า 6,600 คน พบว่า การที่พ่อแม่ตั้งความหวัง ในตัวลูกไว้สูงมี ส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของลูก ซึ่งผู้ปกครองที่วางแผนการเรียนให้ลูก คิดถึงมหาวิทยาลัย ในอนาคตสำหรับเด็ก และ มั่นใจว่าลูกจะทำได้ จะส่งผลทำให้เค้ามี ความพยายาม และ ประสบความสำเร็จได้ แต่อย่าลืมคุย กับลูกถึงความชอบของลูกก่อน เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะกลายเป็นการบังคับ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อคุณและลูกได้

3. ใช้เวลาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว

เด็กส่วนใหญ่ ที่มาจากครอบครัวที่ พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย ๆ มีปัญหาหย่าร้าง หรือ ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว เพราะมัวแต่ ทำงานมากจนเกินไป มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับ สภาพจิตใจซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการ เรียนรู้ของเด็ก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ จึงควรหาเวลาเพื่อ ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นครอบครัวให้มาก ๆ หากคุณพ่อคุณแม่ ใช้เวลาร่วมกันมาตั้งแต่ลูก ยังอยู่ในท้อง ไปจนลูกเติบโต ก็จะทำให้ลูกได้รับ ความอบอุ่นจากพ่อแม่ ซึ่งจะส่ง ผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็ก

4. สอนเลขให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ

เลี้ยงลูก อย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ

ครอบครัวที่มีการสอนให้ลูกคิดเลขได้เร็วตั้งแต่ยังเล็ก จะทำให้เด็กสามารถทำความเข้าใจเรื่องอื่น ๆได้ง่ายตามไปด้วย เด็กที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์มักจะมีทางเลือกในการเรียนต่อ และมีทางเลือกในการทำงานมากมาย อีกทั้งผลการค้นคว้าวิจัยแสดงให้เห็นว่า เด็กส่วนใหญ่ที่เก่งคณิตศาสตร์ยังรักการอ่านหนังสืออีกด้วย และสิ่งนี้เองที่จะช่วยให้ลูกเป็นเด็กอัจฉริยะได้ในอนาคต

5. ไม่เครียดในบ้าน

แน่นอนว่า ทุกคนล้วนย่อมมีความเครียดด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าจะไม่ให้เครียดเลย คงเป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นความเครียดเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องครอบครัว แต่เด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 11 ขวบ เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในการกำหนดอนาคตของเด็ก หากพ่อแม่มีความเครียด ก็จะส่งผลต่อไปยังลูก บางครอบครัวอาจจะมีการลงไม้ลงมือ ดุด่า ว่ากล่าวอย่างรุนแรงกับลูกเพราะความเครียด ซึ่งนั่นจะส่งผลเสียกับเด็กอย่างร้ายแรง และจากการสำรวจก็พบว่า ครอบครัวที่มีลูกฉลาด พ่อแม่มักจะอารมณ์ดี ไม่แสดงความเครียดจนไปลงที่ลูก

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นอัจฉริยะ

6. เผด็จการกับลูกบ้าง

คำว่าเผด็จการในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ต้องคอยออกคำสั่งลูก สั่งอะไรลูกก็ต้องทำ แต่เป็นการเลี้ยงลูกให้อยู่ในกรอบบ้าง ไม่ใช่ตามใจไปเสียทุกอย่าง และชักจูงลูกให้ทำเรื่องต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล อธิบายให้เค้าเข้าใจว่าต้องทำเพราะอะไร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร เพราะจะทำให้ลูกรู้ถึงเหตุผล ไม่เก็บกด ไม่เป็นเด็กเอาแต่ใจ และทำให้ลูกมีความเคารพต่อพ่อแม่

7. เก็บเงินเพื่อลูกตั้งแต่เนิ่น ๆ

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ

เลี้ยงลูกอ ย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ

เพราะต้นทุนของคนเรานั้นไม่เท่ากัน แต่การที่พ่อแม่มีเงินเก็บเพียงพอที่จะส่งเสียให้ลูกได้เรียนดี ๆ ก็เท่ากับว่าเข้าใกล้ความสำเร็จล่วงหน้าไปแล้ว 1 ขั้น สำหรับครอบครัวที่มีฐานะดีอยู่แล้วก็อาจจะไม่กังวลเพราะสามารถส่งลูกเรียนในระดับสูงได้เรื่อย ๆ แต่สำหรับครอบครัวอื่น ๆ แล้ว การวางแผนทางการเงินไว้ตั้งแต่ลูกยังไม่เกิด จะทำให้มีเงินเก็บไว้ใช้เลี้ยงลูกและทำให้ครอบครัวมีความสุขได้ในอนาคต

8. สอนลูกให้พยายาม

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นอัจฉริยะ

เลี้ยงลูกอย่างไ รให้เป็นอัจฉริยะ

หากลูกต้องทำอะไรสักอย่าง พ่อแม่ควรปล่อยให้เค้าลองทำไป ไม่ควรเข้าไปทำให้ตลอดเวลา แม้ว่าลูกจะทำไม่ได้ในทีแรก และร้องไห้ขอความช่วยเหลือก็ตาม

พ่อแม่ที่มีลูกเก่งมักจะค่อย ๆ อธิบายให้ลูกได้รู้ถึงวิธีการต่าง ๆ และอธิบายสาเหตุของปัญหาต่าง ๆ อย่างใจเย็น และไม่ใจอ่อนช่วยทำให้ลูกทุกครั้งที่เค้าร้องไห้

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น คือเรื่องของการสื่อสาร คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยกันคิด ช่วยกันวางแผนอนาคตของลูกตั้งแต่เนิ่น ๆ และเมื่อลูกโตพอที่จะเข้าใจได้ ก็อย่าลืมเปิดใจพูดคุยกับลูกในสิ่งที่เค้ารัก ที่เค้าต้องการจะเป็นด้วยนะครับ


ที่มา businessinsider.com

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

วิธีง่ายๆ ช่วยลูกฉลาด ตั้งแต่อยู่ในท้อง

เล่นอย่างไร ให้ลูกหัวไว ในช่วงขวบปีแรก

อาหาร 9 อย่างนี้ห้ามให้ลูกกินเป็นมื้อเช้าเด็ดขาด! ไร้ประโยชน์แถมเสี่ยงโรคอ้วน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner