TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เปิดเคล็ดลับจากงานวิจัย “แม่ที่ใส่ใจลูก” ช่วยให้ลูกเรียนดีขึ้น มีปัญหาพฤติกรรมน้อยลง

บทความ 5 นาที
เปิดเคล็ดลับจากงานวิจัย “แม่ที่ใส่ใจลูก” ช่วยให้ลูกเรียนดีขึ้น มีปัญหาพฤติกรรมน้อยลง

แม่ที่ใส่ใจลูก และมีส่วนร่วมในการเรียนออนไลน์ ช่วยเพิ่มทักษะวิชาการเด็กก่อนวัยเรียน พร้อมลดพฤติกรรมก้าวร้าวและเก็บกดอย่างได้ผล

ตั้งแต่เกิดโควิด-19 ทำให้เด็ก ๆ ต้องปรับตัวเข้ากับการเรียนออนไลน์และสื่อดิจิทัล ซึ่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตใหม่ไปแล้วในปัจจุบัน คุณแม่หลายท่านอาจพบว่า ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของลูกไม่ดีเท่าการเรียนออนไซต์ นอกจากนี้ คุณแม่ทราบไหมคะว่า การที่เรานั่งอยู่ข้าง ๆ ตอนลูกเรียนออนไลน์นั้น อาจยังไม่พอที่จะกระตุ้นพัฒนาการของเขาได้อย่างเต็มที่? งานวิจัยล่าสุดค้นพบความจริงที่น่าสนใจว่า แม่ที่ใส่ใจลูก และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูก ช่วยให้เด็กมีทักษะพื้นฐานด้านวิชาการที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

วิจัยชิ้นใหม่จากวารสารระดับโลกอย่าง Journal of Social and Personal Relationships เผยเคล็ดลับว่า แม่ที่ใส่ใจลูก สามารถเปลี่ยนการเรียนออนไลน์ที่น่าเบื่อ ให้กลายเป็นพื้นที่ทรงพลังในการพัฒนาสมองและอารมณ์ของลูกได้อย่างไร

เปิดงานวิจัย: “แม่ที่ใส่ใจลูก” ช่วยให้ลูกมีศักยภาพทางวิชาการสูงขึ้น

ทีมนักวิจัย นำโดย ชุน บุน ลัม (Chun Bun Lam), ชุง ซี ลัม (Chung See Lam) และ เควิน เคียน ฮวา ชุง (Kevin Kien Hoa Chung) ได้ศึกษาคุณแม่ชาวจีนจำนวน 236 คนที่มีลูกอยู่ในวัยอนุบาล โดยให้คุณแม่ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับบทบาทในการเรียนออนไลน์ ความใส่ใจ พฤติกรรมอารมณ์ และศักยภาพทางวิชาการของเด็ก

ผลลัพธ์ที่ได้ชี้ชัดเจนว่า เด็กก่อนวัยเรียนจะมีศักยภาพทางวิชาการที่สูงขึ้น และมีปัญหาพฤติกรรมน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อแม่ใส่ใจลูก และเข้าไปมีส่วนร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ข้อค้นพบสำคัญ: การที่แม่เข้าไปช่วยลูกเรียนออนไลน์ จะส่งผลดีต่อทักษะวิชาการได้ ก็ต่อเมื่อ มีองค์ประกอบของความใส่ใจและสติ (Mindfulness) ร่วมด้วยเท่านั้น หากแม่เข้าไปร่วมมือด้วยความเครียดหรือกดดัน ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่หวัง

ส่องพฤติกรรมลูกรัก: “เก็บกด” VS “แสดงออกภายนอก”

ในงานวิจัยฉบับนี้ระบุว่า ปัญหาพฤติกรรมในเด็กแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ซึ่งคุณแม่สามารถสังเกตและนำมาปรับใช้ในการดูแลลูกได้ ดังนี้ค่ะ

1. พฤติกรรมเก็บกด (Internalizing Behaviors)

คือ สภาวะอารมณ์เชิงลบที่เด็กมุ่งเป้ามาที่ตัวเอง เช่น ความวิตกกังวล ความทุกข์ หรือความซึมเศร้า ซึ่งสังเกตได้ยากเพราะเด็กมักจะเงียบ

เด็กเรียนออนไลน์

2. พฤติกรรมแสดงออกภายนอก (Externalizing Behaviors)

คือ พฤติกรรมเชิงลบที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อมและผู้อื่น เช่น การอยู่ไม่สุข สมาธิสั้น อาละวาด หรือทะเลาะกับเพื่อน

ข่าวดีก็คือ เมื่อ แม่ใส่ใจลูก เข้าใจลูก แสดงความอยากรู้อยากเห็น และความเห็นอกเห็นใจ เด็ก ๆ จะมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมเชิงลบทั้งสองรูปแบบนี้ลดลงอย่างมากค่ะ

แค่นั่งเฝ้า กับ ใส่ใจเต็มร้อย ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร?

มีประเด็นที่น่าสนใจมากจากงานวิจัยชิ้นนี้เกี่ยวกับความแตกต่างของการทำหน้าที่ของคุณแม่ค่ะ

  • การลดพฤติกรรมก้าวร้าวภายนอก: นักวิจัยพบว่า เพียงแค่มีผู้ใหญ่คอยนั่งดูแลอยู่ใกล้ ๆ (แม้คุณแม่จะไม่ได้โฟกัสลูกเต็มร้อย เพราะต้องเคลียร์งานไปด้วย) ก็สามารถช่วยลดพฤติกรรมอยู่ไม่สุขหรือความก้าวร้าวของเด็กได้แล้ว เพราะเด็กรับรู้ว่ามีคนคอยคุมพฤติกรรมอยู่
  • การลดพฤติกรรมเก็บกดภายใน: เรื่องนี้แตกต่างออกไปค่ะ แค่นั่งอยู่ด้วยไม่พอ แต่ต้องอาศัยการที่ แม่ใส่ใจลูก อย่างแท้จริง ต้องคอยสังเกตแววตา ความเหนื่อยล้า หรือความอารมณ์เสียของลูก แล้วเข้าไปโอบกอดหรือปลอบโยนด้วยความเข้าใจ เด็กจึงจะสามารถคลายความวิตกกังวลลงได้

นอกจากนี้ การที่แม่ใส่ใจลูก และรับฟังสิ่งที่เขาเรียนรู้ด้วยใจที่ยอมรับ ไม่ดุด่าเมื่อลูกทำผิดพลาด ยังสัมพันธ์โดยตรงกับการเพิ่มทักษะวิชาการก่อนวัยเรียนของเด็กอีกด้วย

แม่ที่ใส่ใจลูก

4 เทคนิค ฝึกเป็นคุณแม่ที่ใส่ใจและมีส่วนร่วมในทุกการเรียนรู้

แม้คุณแม่ยุคนี้จะมีภารกิจรัดตัว ทั้งงานราษฎร์งานหลวง แต่เราสามารถเริ่มต้นปรับพฤติกรรมเพื่อแสดงให้เห็นว่า เราเป็นแม่ที่ใส่ใจลูกได้ง่าย ๆ ผ่านแนวทาง Mindful Parenting ดังนี้ค่ะ

  1. ให้เวลาคุณภาพ (Quality Time) หน้าจอ: สละเวลาเพียง 15-20 นาที วางโทรศัพท์มือถือของตัวเองลง แล้วหันมาสบตา นั่งดูบทเรียนออนไลน์ และสนุกไปพร้อมกับลูกอย่างเต็มที่
  2. ฟังและสะท้อนอารมณ์: เวลาลูกงอแงว่าเรียนไม่รู้เรื่อง อย่าเพิ่งดุ ลองใช้ความใส่ใจฟังแล้วพูดว่า “โจทย์ข้อนี้ยากใช่ไหมลูก มาลองทำไปพร้อม ๆ กับแม่นะ”
  3. สร้างบรรยากาศเชิงบวก: เปลี่ยนจากการจับผิดมาเป็นการจับถูก ชื่นชมในความพยายามของลูกมากกว่าผลลัพธ์ เพื่อให้เด็กมีความมั่นใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
  4. ควบคุมอารมณ์ตัวเองก่อน: หากรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหงุดหงิด ให้สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดหรือตักเตือนลูก

แม้ว่างานวิจัยนี้ยังต้องศึกษาในระยะยาวต่อไปว่าพฤติกรรมของเด็กส่งผลต่อระดับสติของมารดาด้วยหรือไม่ แต่ข้อคิดสำคัญที่นักวิจัยฝากไว้คือ เมื่อต้องช่วยลูกเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต คุณแม่ควรใส่ใจให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของลูกให้สูงสุด

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีหรือระบบการเรียนออนไลน์ที่ดีที่สุด ก็ไม่สามารถทดแทนความรักและความอบอุ่นจาก แม่ที่ใส่ใจลูก ได้เลยค่ะ

คุณแม่ล่ะคะ มีวิธีใส่ใจและส่วนร่วมในการเรียนของลูกอย่างไรบ้าง? มาร่วมแชร์ไอเดียและพูดคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะคะ!

ที่มา: PsyPost

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บทความจากพันธมิตร
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก

เช็กด่วน! 8 สัญญาณ พ่อแม่ละเลยอารมณ์ลูก ที่อาจทำให้ลูกขาดความอบอุ่น

3 วิธีรับมือ เด็กอ่อนไหวง่าย สไตล์พ่อแม่ยุคใหม่ ช่วยลูกเติบโตอย่างมั่นคง

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่า คุณอาจเป็น พ่อแม่ขี้กังวล เกินไป

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • เปิดเคล็ดลับจากงานวิจัย “แม่ที่ใส่ใจลูก” ช่วยให้ลูกเรียนดีขึ้น มีปัญหาพฤติกรรมน้อยลง
แชร์ :
  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

  • เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

    เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

  • ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

    ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

  • เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

    เลือดกำเดาไหลในเด็ก อันตรายไหม? ลูกเลือดกำเดาไหล ห้ามทำอะไรบ้าง

  • ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

    ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว