แท้งแล้วอยากท้องอีก คุณแม่ควรดูแลตนเองอย่างไร?

แท้งแล้วอยากท้องอีก คุณแม่ควรดูแลตนเองอย่างไร?

ผู้หญิงที่จะได้เป็นคุณแม่ทุกคนแน่นอนว่าต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้เจ้าตัวน้อยในครรภ์แข็งแรงลืมตาออกมาดูโลกอย่างปลอดภัย แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน “แท้ง” คุณแม่จะทำอย่างไร แท้งแล้วท้องอีกได้อีกหรือไม่ เรามีคำตอบ

แท้งแล้วอยากท้องอีก คุณแม่ควรดูแลตนเองอย่างไร?

แท้งแล้วอยากท้องอีก คุณแม่ควรดูแลตนเองอย่างไร? ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมา ฉะนั้นเรามาดูปัจจัยต่างๆ เพื่อป้องกันการแท้ง หรือ วิธีแก้เมื่อ แท้งแล้วอยากท้องอีก

การแท้งบุตร  (Miscarriage)  หมายถึง  การสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนที่ทารกที่คลอดออกมา ซึ่งเกณฑ์การกำหนดในการแท้งในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน  คือ ประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐอเมริกาสามารถในการรักษาทารก ที่มีขนาดตัวเล็กมาก ๆ หรืออายุครรภ์น้อยให้มีชีวิตรอดได้  จึงถือว่าการแท้งคือ  การตั้งครรภ์ ที่ยุติลงก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์  หรือน้ำหนักของทารกที่ออกมาน้อยกว่า 500 กรัม

ประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทยถือ เกณฑ์การแท้ง  คือ  การตั้งครรภ์ที่สิ้นสุดก่อนอายุครรภ์ 28 สัปดาห์  หรือน้ำหนักของทารกน้อยกว่า 1,000 กรัม หรือ 1 กิโลกรัม  ทั้งนี้เนื่องจากการดูแลทารกที่คลอดออกมาน้ำหนักน้อยมาก ในประเทศเหล่านี้ยังไม่ดีเท่าที่ควร  ส่งผลให้ทารกส่วนมาก ไม่สามารถคลอดออกมาปกติ หรือ เสียชีวิตได้

แท้งแล้วอยากท้องอีก

สาเหตุของการแท้ง

การแท้งมีปัจจัยเสี่ยง  2 ประการใหญ่ ๆ คือ  ตัวความผิดปกติจากทารก  หรือจากความผิดปกติจากคุณแม่

ความผิดปกติจากตัวทารก

ทารกที่แท้งออกมาโดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก  มีความผิดปกติของโครโมโซม (พันธุกรรม) ได้มากถึงร้อยละ 50 – 60 ซึ่ง อาจมีสาเหตุ เกิดจากไข่ผิดปกติ หรือ ตัวอสุจิที่ผสมกับไข่มีความผิดปกติ  ถือว่าเป็นการคัดเลือกพันธุ์ตามธรรมชาติ  ถ้าตัวอ่อนที่ผิดปติจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้  คงเหลือเฉพาะตัวอ่อนที่แข็งแรงเท่านั้น  หากไข่ของคุณแม่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว ไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นทารกได้  ซึ่งคุณหมอสามารถตรวจได้ด้วย การอัลตร้าซาวด์  (Ultrasound)  ลักษณะที่สังเกตเห็น คือ ภายในโพรงมดลูกจะมีเพียงถุงน้ำคร่ำ แต่เป็นถุงที่มีขอบขรุขระไม่เรียบ ในบางรายอาจจะเห็นรกด้วยแต่ไม่เห็นทารกอยู่ในถุงน้ำคร่ำ ลักษณะที่ตรวจพบเช่นนี้  เรียกว่า  ไข่ฝ่อ

ความผิดปกติจากคุณแม่

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หญิงตั้งครรภ์มีโอกาสแท้ง มีดังนี้

1. หญิงที่ตั้งครรภ์มีอายุมากกว่า 35 ปี หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี

2. หญิงที่มีโรคประจำตัว  เช่น  ความดันโลหิตสูง  โรคเบาหวาน  โรคเอสแอลอี (SLE) โรคไทรอยด์เป็นพิษ  โรควัณโรค  เป็นต้น

3. หญิงตั้งครรภ์ที่ดื่มเหล้า  สูบบุหรี่  ติดยาเสพติด

4. มีภาวะทุพโภชนาการ หรือขาดอาหาร

5. ความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ของคุณแม่  ได้แก่ มดลูกมีความผิดปกติบางคนมีผนังกั้นในมดลูก     บางคนมีมดลูก 2 อัน  บางคนมีความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ภายหลัง เช่น เนื้องอกในมดลูก หรือ      เนื้องอกในรังไข่  เบียดดันจนทารกไม่สามารถทำให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตต่อไปไม่ได้

6. ภาวะที่แม่มีความเครียด   พักผ่อนไม่เพียงพอ  ทำงานหนัก การหกล้มหรือยกของหนัก แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่สรุปได้อย่างแน่ชัดว่าทำให้เกิดการแท้ง แต่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง

ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงปัยจัย ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเหล่านี้

หลังแท้งมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อใด

หลังจากแท้งควรงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังแท้งหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน หากต้องขูดมดลูกหรือมีการติดเชื้อในโพรงมดลูก แนะนำให้งดการร่วมเพศอย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรืออาการต่าง ๆ จะเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม พบว่า มีการตกไข่สามารถเกิดขึ้นได้ใน 2 สัปดาห์หลังแท้ง ดังนั้น  หากมีการร่วมเพศและยังไม่ต้องการตั้งครรภ์ ควรมีการคุมกำเนิด เช่น การสวมถุงยางอนามัย การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดยาคุมกำเนิด การใส่ห่วงอนามัย (กรณีไม่มีการติดเชื้อ) และควรเริ่มคุมกำเนิดหลังแท้ง เนื่องจากมีโอกาสตั้งครรภ์ได้เร็วกว่าคลอดบุตรตามปกติ

มาดูกันว่าแท้งแล้วจะมีโอกาสท้องได้อีกหรือไม่   

แท้งแล้วอยากท้องอีก

ท้องแล้วแท้ง .... แท้งแล้วท้อง

หลังจากแท้งแล้วจะกลับมาตั้งครรภ์ได้อีก ขึ้นอยู่กับสาเหตุการแท้ง และ การรักษา ได้แก่

1. หากแท้งครบไม่มีการขูดมดลูก สามารถปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไปได้เลย หรือคุณหมอบางท่านอาจจะแนะนำให้คุมกำเนิดหรือเว้นช่วงการตั้งครรภ์ต่อไปอีก 1 - 3 เดือน

2. กรณีมีการขูดมดลูกและไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นใด คุณหมอจะแนะนำให้เว้นช่วงการตั้งครรภ์ไปอีก 1 - 3 เดือน

3. กรณีผ่าตัดเนื้องอกมดลูกที่ต้องผ่าผ่านผนังมดลูกเข้าไป ทำให้เกิดบาดแผลที่กล้ามเนื้อมดลูก แนะนำให้เว้นช่วงการตั้งครรภ์ออกไป 6-12 เดือน

การดูแลตนเอง เพื่อป้องกันการแท้ง

การตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงในการแท้ง มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

1. นอนพักผ่อนมาก ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ

2. หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก ซึ่งอาจทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ

3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ทุกวัน เพื่อได้รับสารอาหารที่จำเป็น

4. ออกกำลังกายตามคำแนะนำของคุณหมอ ควรงดมีเพศสัมพันธ์ในช่วงครรภ์อ่อน ๆ

5. ควรรีบไปฝากครรภ์ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ ที่โรงพยาบาล

6. หากมีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจรักษาต่อไป

อ่าน การดูแลกายและใจหลังแท้ง เพื่อให้แข็งแรงและพร้อมตั้งท้องใหม่อีกครั้ง 

แท้งแล้วอยากท้องอีก

การดูแลกายและใจหลังแท้ง

แพทย์หญิงกันดาภา  ฐานบัญชา  สูติแพทย์ โรงพยาบาลบี แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ได้ให้คำแนะนำแก่หญิงที่แท้งบุตร  ให้ดูแลตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ  ดังนี้

การดูแลด้านร่างกายหลังแท้ง 

1. หลังแท้งแล้วเลือดที่ออกจากช่องคลอด จะน้อยลงเรื่อย ๆ อากรปวดท้องจะบรรเทาลงมากหรือไม่ปวดท้องแล้ว โดยเลือดจะหยุดภายใน 1-2 สัปดาห์  แต่หากเลือดไม่หยุดไหลและมีชิ้นเนื้อ  และมีกลิ่นเหม็น  ปวดท้อง  มีไข้  ต้องรีบพบคุณหมอเพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้

2. อย่าเพิ่งรีบตั้งครรภ์หลังแท้ง  ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนตั้งครรภ์ครั้งต่อไป  เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและหากมีการติดเชื้อในมดลูกควรรักษาให้หายก่อน

3. หลังจากแท้ง  2  สัปดาห์ ควรพบคุณหมอเพื่อตรวจภายใน  และฟังผลการตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งคุณหมอจะทำการตรวจภายใน  และตรวจมะเร็งปากมดลูก  ดูการติดเชื้อ  ตรวจเบาหวาน  ตรวจเลือด  รวมถึงการดูแลสุขภาพโดยรวม

4. ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ  หากคุณแม่ต้องการตั้งครรภ์อีก คุณหมอจะแนะนำให้รับประทาน     โฟเลตล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์  ตรวจร่างกาย และ เจาะเลือดเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์  และ รักษาโรคบางอย่างที่อาจมีผลต่อการตั้งครรภ์ให้เรียบร้อยก่อน

แท้งแล้วอยากท้องอีก

การดูแลจิตใจหลังแท้ง

1. ไม่ควรโทษว่าใครผิดที่ทำให้เกิดการแท้ง  คุณพ่อควรให้กำลังใจ เพื่อให้เริ่มต้นใหม่เพราะช่วงนี้ คุณแม่อาจเกิดอาการซึมเศร้าได้

2. เปลี่ยนบรรยากาศไปพักผ่อนเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย ทั้งด้านร่างกาย และ จิตใจ  ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กเพราะอาจทำให้เกิดอาการเศร้ามากยิ่งขึ้น

3. ญาติสนิทหรือเพื่อน หากรู้เรื่อง ไม่ควรถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการท้อง  การแท้ง  และ ไม่ควรถามสาเหตุการแท้ง  เพราะอาจทำให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจได้ อาจนำพาเข้าสู่ภาวะโรคซึมเศร้าได้

แท้งแล้วอยากท้องอีก

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://haamor.com/th

นิตยสาร Modern  Mom

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทำไมถึงแท้งบุตร:สาเหตุจากด้านพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อม?

ภาวะแท้งคุกคามมีสาเหตุมาจากอะไร

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า
app info
get app banner