TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ รับมือยังไง ไม่ทำร้ายจิตใจทั้งลูกและแม่

บทความ 5 นาที
7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ รับมือยังไง ไม่ทำร้ายจิตใจทั้งลูกและแม่

เมื่อลูกน้อยร้องไห้ การตั้งสติของคุณแม่และคุณพ่อมีความสำคัญมากค่ะในการรับมือ มาดูกันว่าจะทำยังไงให้ตัวเองสงบสติอารมณ์และพร้อมรับมือกับน้ำตาของลูกได้

สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว เสียงร้องไห้ของลูกน้อย นับเป็นหนึ่งในเสียงที่ทรงพลังที่สามารถกระตุ้นความรัก ความห่วงใย กังวลใจ โดยเฉพาะลูกในช่วงวัยแรกเกิดจนถึงวัยทารกที่ลูกน้อยยังไม่สามารถสื่อสารบอกความต้องการด้วยวิธีอื่นได้ นอกจาก “การร้องไห้” การรับมือกับเสียงร้องไห้ของลูกจึงเป็นบททดสอบสำคัญของคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ ยิ่งอุ้มปลอบเท่าไรลูกก็ยังไม่หยุด ความตึงเครียดและความรู้สึกต่างๆ ทั้งความกังวล ความเหนื่อยล้า และความหงุดหงิด สามารถถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กันได้ค่ะ ดังนั้น เราจึงมี 7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ มาแนะนำ เพื่อการรับมือเสียงร้องของลูกอย่างมีสติ ได้ผล ไม่ทำร้ายจิตใจทั้งลูกและพ่อแม่ค่ะ

ทำไมลูกน้อยร้องไห้ 

สารบัญ

  • ทำไม? ลูกน้อยร้องไห้
  • เนื่องจากไม่สบายตัว
  • เพราะอาการเจ็บป่วย
  • ร่างกายอ่อนเพลีย
  • ความหิว
  • ลูกร้องไห้แบบไหนเรียกว่าผิดปกติ
  • วิธีรับมือเมื่อลูกร้องไห้งอแง
  • 7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ อย่างได้ผล
  • เข้าใจธรรมชาติของเด็ก
  • แอบให้เวลาตัวเองได้พักบ้าง
  • ถอยห่างจากลูกน้อย
  • ทบทวนถึงวิธีการหายใจตอนคลอด
  • รักษาสภาพจิตใจให้เข้มแข็ง
  • อย่ากลัวที่จะออกไปข้างนอก
  • ตอบสนองความต้องการลูกได้ในทุกที่

ทำไม? ลูกน้อยร้องไห้

ก่อนไปดู 7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ มาโฟกัสสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตระหนักกันค่ะ นั่นคือ เข้าใจว่าการที่ลูกน้อยร้องไห้เป็นเรื่องปกติ เพราะนี่คือวิธีเดียวที่ลูกวัยทารกจะใช้สื่อสารความต้องการกับคุณพ่อคุณแม่ได้ หากเข้าใจพื้นฐานนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับเสียงร้องไห้ด้วยความอดทนและความเห็นอกเห็นใจได้มากขึ้นค่ะ ซึ่งลูกน้อยอาจมีอาการร้องไห้ไม่หยุด บางครั้งร้องไห้เป็นเวลานาน หรืออาจร้องแค่เพียงครู่เดียว โดยสาเหตุที่ทำให้ลูกร้องไห้ เช่น

  • เนื่องจากไม่สบายตัว

ความไม่สบายตัวจากการที่ลูกอยู่ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิร้อนหรือหนาวมากเกินไป อาจทำให้ลูกร้องไห้ได้ค่ะ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจอุณหภูมิภายในห้องให้เหมาะสม รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ควรมีขนาดที่พอดีตัวจนเกินไปค่ะ

  • เพราะอาการเจ็บป่วย

อาการเจ็บป่วย เช่น ไม่สบาย ตัวร้อน ปวดหัว ท้องอืด เป็นต้นเหตุของน้ำตาลูกได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่จึงควรตรวจสอบและหมั่นสังเกตความผิดปกติทางร่างกายลูกอย่างสม่ำเสมอ วัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อดูว่าลูกตัวร้อนและไม่สบายหรือเปล่า หากพบว่ามีอาการป่วยควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

  • ร่างกายอ่อนเพลีย

ลูกน้อยอาจร้องไห้เพราะรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อย หรือง่วงนอน จะสังเกตได้ว่าเมื่อลูกไม่มีท่าทีสนใจสิ่งรอบข้าง ก็จะทำให้มีอาการร้องไห้งอแงเพราะต้องการนอนหลับได้ค่ะ

  • ความหิว

สาเหตุยอดฮิตที่ลูกร้องไห้คือ ความหิว ค่ะ โดยเฉพาะทารกแรกเกิดที่ยังมีกระเพาะขนาดเล็ก ทำให้อิ่มง่ายและหิวบ่อยขึ้น จนทำให้มีอาการร้องไห้งอแงบ่อยนั่นเอง

ร้องแบบไหนผิดปกติ ร้องแบบโคลิค

ลูกร้องไห้แบบไหนเรียกว่าผิดปกติ

หากทารกมีอาการร้องไห้รุนแรงและร้องไห้เป็นเวลานาน ในช่วงอายุตั้งแต่ประมาณ 2–3 สัปดาห์ไปจนถึงอายุ 3 เดือน อาจเป็นสัญญาณของอาการโคลิค (Colic) ซึ่งลูกอาจร้องไห้เป็นเวลามากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ร้องไห้ถี่มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ และร้องไห้นานติดต่อกันมากกว่า 3 เดือนค่ะ โดยสามารถสังเกตอาการโคลิคได้ดังนี้

  • ลูกร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานานไม่ยอมหยุด อาจนานมากกว่า 3 ชั่วโมง
  • ร้องไห้อย่างรุนแรง แผดเสียง หน้าแดง กำหมัด หรืองอขาเข้าหาหน้าท้อง
  • อาจมีอาการไข้ อาเจียน ท้องเสียหรือท้องผูก ผิวคล้ำหรือผิวซีดร่วมด้วย
  • ไม่ยอมกินนมตามปกติ หรือกินนมได้น้อยลงเกินครึ่งหนึ่งของปริมาณปกติ
  • ไม่ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว

สาเหตุที่ทำให้ทารกมีอาการโคลิคนั้นอาจเป็นเพราะรู้สึกไม่สบายตัวจากการทำงานของระบบย่อยอาหาร คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตและแยกแยะให้ออกว่าอาการร้องไห้ของลูกไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรื่องอื่นๆ เช่น หิวนม ไม่สบายตัว และควรพาลูกไปพบแพทย์หากมีสัญญาณของการอาการโคลิคเกิดขึ้นนะคะ

วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้

วิธีรับมือเมื่อลูกร้องไห้งอแง

  • อุ้มลูกโยกไปมาเบา ๆ หรือวางลงในเปลแล้วแกว่งเบาๆ
  • เปลี่ยนท่าทางการให้นมลูกเพื่อสร้างความผ่อนคลายที่เพิ่มมากขึ้น
  • พาลูกทำกิจกรรมใหม่ ๆ หลังจากที่ร้องไห้ เช่น เดินเล่นนอกบ้าน ร้องเพลง เพื่อให้อารมณ์ดีขึ้น
  • ใช้เสียงเพลงแบบ White Noise เพื่อช่วยทำให้ลูกเคลิ้มหลับและหยุดร้องได้
  • ปลอบลูกด้วยการร้องเพลงหรือฮัมเพลงเบา ๆ

 

7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ อย่างได้ผล

สิ่งสำคัญของคนเป็นพ่อแม่เวลาที่ลูกร้องไห้คือ ต้องมีสติ เพื่อพร้อมรับมือและปลอบโยนลูกค่ะ ซึ่งการสงบสติอารมณ์ตัวเองให้ได้เมื่อลูกน้อยกรีดร้องนั้น ไม่ใช่แค่พูดง่ายๆ ค่ะ เชื่อเถอะว่าทำได้ไม่ยากด้วย มาดู 7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ เพื่อลดระดับความตึงเครียดของคุณพ่อคุณแม่และรับมือกับน้ำตาของลูกน้อยอย่างได้ผลกันค่ะ

  1. เข้าใจธรรมชาติของเด็ก

ทำความเข้าใจธรรมชาติของลูกน้อยวัยทารกว่าการร้องไห้เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 4 เดือน และหลังจากนั้นลูกจะค่อยๆ ร้องไห้น้อยลงเองเมื่อโตขึ้น

  1. แอบให้เวลาตัวเองได้พักบ้าง

คุณแม่ควรได้พักบ้างค่ะ โดยอาจขอความช่วยเหลือจากคุณสามี (หรือคุณภรรยา) ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท ซึ่งในช่วงแรกเกิดนั้นเชื่อว่ามีหลายคนเลยค่ะที่พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ช่วยดูแลลูกน้อยให้ชั่วคราว แต่หากไม่มีใครอยู่ใกล้พอที่จะช่วยรับมือได้ ให้ลองใช้เวลาที่ลูกกำลังหลับ เป็นเวลาในการฟื้นฟูตัวเองของคุณแม่ด้วย เพื่อให้มีพลังมากพอที่จะรับมือเมื่อลูกร้องไห้ค่ะ

ถอยห่างจากลูกเพื่อตั้งสติ

  1. ถอยห่างจากลูกน้อย

เมื่อลูกเริ่มร้องไห้งอแงโดยที่คุณแม่ไม่สามารถปลอบให้สงบลงได้ และรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหงุดหงิดหรือกระวนกระวายมากขึ้น ให้คุณแม่พักก่อนค่ะ ถอยห่างจากลูกนิดหนึ่ง โดยอาจวางลูกน้อยไว้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เช่น เปล รถเข็นเด็ก แล้วไปนั่งตั้งสติ จิบน้ำ เนื่องจากการที่ลูกน้อยร้องไห้เพียงไม่กี่นาทีแบบนี้จะไม่เป็นอันตรายค่ะ การถอยห่างออกมาสามารถช่วยให้คุณแม่ได้ตั้งสติใหม่ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกได้ดีขึ้น

  1. ทบทวนถึงวิธีการหายใจตอนคลอด

ในช่วงเตรียมตัวคลอด เชื่อว่าคุณแม่ได้เรียนรู้เทคนิคการหายใจเพื่อช่วยในการคลอดมาแล้ว ดังนั้น ทบทวนให้ได้ค่ะ แล้วนำเทคนิคเหล่านั้นมาใช้ เมื่อลูกร้องไห้ก็ใช้เวลาสักครู่เพื่อหายใจเข้าลึกๆ เป็นจังหวะ หรือนึกถึงและฮัมเพลงโปรดที่ทำให้ใจสงบ ผ่อนคลาย ซึ่งนอกจากคุณแม่จะมีสติมากขึ้นแล้วลูกน้อยก็อาจสงบลงได้ด้วยค่ะ

  1. รักษาสภาพจิตใจให้เข้มแข็ง

การอดนอน ความหิว และความรู้สึกโดดเดี่ยว ล้วนทำให้รับมือกับน้ำตาของลูกน้อยได้ยากขึ้นค่ะ ดังนั้น ควรดูแลตัวเองให้อยู่ในสภาพที่พร้อมรับมือเมื่อลูกร้องไห้อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ตัวเองหิวหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะอาจส่งผลให้สภาพจิตใจไม่มั่นคงและเกิดอารมณ์โมโหได้ง่าย ควรพยายามสร้างความเข้มแข็งทางใจด้วยการงีบหลับในช่วงบ่าย (หากเป็นไปได้) และดูแลให้ตัวเองได้กินอาหารที่ดี เสริมสร้างอารมณ์ของตัวเองให้ดี จะทำให้สามารถเผชิญหน้ากับเสียงร้องของลูกน้อยและตอบสนองความต้องการของลูกได้อย่างดีค่ะ

ออกไปข้างนอกบ้าง

  1. อย่ากลัวที่จะออกไปข้างนอก

พ่อแม่บางคนกลัวการออกไปข้างนอกถ้าลูกน้อยร้องไห้มาก แต่การสูดอากาศบริสุทธิ์และการได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอาจเป็นการพักผ่อนที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกน้อยก็ได้นะคะ เพราะเพื่อนๆ ครอบครัว หรือพ่อแม่คนอื่นๆ ที่ได้พบเจอจะมีความเข้าใจกันดีเนื่องจากเคยผ่านช่วงเวลานี้มาแล้วเช่นกัน อีกทั้งในสวนสาธารณะ ร้านกาแฟ และพื้นที่เล่นสำหรับเด็กนั้นเสียงร้องไห้ของทารกถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย

  1. ตอบสนองความต้องการลูกได้ในทุกที่

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อย่ากังวลที่จะต้องหยุดกลางทาง กลางคัน เพื่อดูแลลูกน้อยค่ะ การให้นม ตบหลัง เปลี่ยนผ้าอ้อมลูก ไม่ว่าจะในลานจอดรถ ท้ายรถ ข้างถนน ร้านอาหาร และในสถานที่อื่นๆ นอกบ้าน ไม่ต้องอายหรือคิดว่าจะเป็นการรบกวนคนรอบข้าง ถ้าการทำสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยสงบลงและหยุดร้องไห้ ไม่มีใครว่าแน่นอนค่ะ

พบเจอเพื่อนๆ เพื่อแลกเปลี่ยน

ทั้ง 7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ ข้างต้น หากทำเป็นประจำสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่ กลายเป็นคุณแม่มือโปร สามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้และปลอบประโลมให้ลูกน้อยสงบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ลูกน้อยจะร้องไห้น้อยลง เพราะคุณพ่อคุณแม่ได้เรียนรู้และคาดการณ์ความต้องการของลูกได้แล้ว ว่าอะไรคือการร้องไห้แบบปกติ และเมื่อใดที่ควรต้องกังวล และเป็นความจริงที่ว่าช่วงเวลาของการร้องไห้นี้จะต้องสิ้นสุดลงสักวัน ไม่คงอยู่ตลอดไปหรอกค่ะ อย่างไรก็ตาม ในกรณีลูกร้องไห้งอแงมากๆ จนคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถรับมือได้ อย่า! เขย่าตัวลูก หรือจับลูกอย่างรุนแรงนะคะ เพราะอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต หรืออาจพิการได้ค่ะ

 

ที่มา : www.nct.org.uk , www.samh.co.th , www.pobpad.com

 

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทารกร้องไห้บ่อยแค่ไหนถือว่าปกติ ไขรหัสเสียงร้องลูก ร้องแบบไหน ต้องการอะไร

5R เคล็ดลับสร้างลูกฉลาด บ่มเพาะทักษะและความฉลาดให้ลูกง่ายๆ เริ่มได้ที่บ้าน

ฝึกลูกกล่อมตัวเอง หลับง่ายใน 5 ขั้นตอน วิธีฝึกลูกนอนยาวอย่างได้ผล

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

จันทนา ชัยมี

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • 7 วิธีสงบสติอารมณ์เมื่อลูกน้อยร้องไห้ รับมือยังไง ไม่ทำร้ายจิตใจทั้งลูกและแม่
แชร์ :
  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว