คุณแม่ขา… เคยสงสัยไหมว่าถ้าเรายุ่งจนลืมนัดหมอ หรือ แม่ท้องฝากครรภ์ไม่ครบอันตรายไหม? คำตอบคือ “อันตรายมากค่ะ!” ล่าสุดรายงานภาวะสังคมไทย ปี 2568 จากสภาพัฒน์ เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า หญิงตั้งครรภ์ไทยได้รับบริการฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์เพียง 62.0% ซึ่งถือว่า ต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี เลยทีเดียว ตัวเลขนี้สะท้อนว่ามีคุณแม่จำนวนมากที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
แม่ท้องฝากครรภ์ไม่ครบอันตรายไหม ต่อลูกในท้อง?
การไปพบคุณหมอไม่ต่อเนื่องไม่ได้มีผลแค่เรื่องสมุดสีชมพูนะคะ แต่มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของลูกรักและตัวคุณแม่เอง ได้แก่
- เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด: ปัจจุบันสถิติการคลอดก่อนกำหนดพุ่งสูงถึง 10.1% ซึ่งการฝากครรภ์ไม่ครบทำให้คุณหมอตรวจหาความเสี่ยงและฉีดยากระตุ้นปอดหรือยับยั้งการคลอดไม่ทันเวลา
- ทารกมีความผิดปกติ: หากขาดการอัลตราซาวด์หรือเจาะเลือดตามไตรมาส อาจทำให้ตรวจไม่พบภาวะโครโมโซมผิดปกติหรือความพิการแต่กำเนิด
- อันตรายถึงชีวิตมารดา: ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มักไม่มีอาการเตือนในระยะแรก ถ้าฝากครรภ์ไม่ครบ หมอก็ช่วยไม่ทันค่ะ
ด้วยเหตุนี้ สภาพัฒน์จึงพยายามผลักดันให้การลาไปฝากครรภ์เป็น “สิทธิที่พึงได้รับ” เพื่อลดข้ออ้างที่ว่างานยุ่งจนไปหาหมอไม่ได้นั่นเองค่ะ
ความสำคัญของการฝากครรภ์
การฝากครรภ์เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากค่ะ จุดประสงค์หลักคือ เพื่อให้คุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ และเพื่อให้ลูกน้อยคลอดออกมาอย่างปลอดภัยและสมบูรณ์ที่สุด นอกจากการตรวจสุขภาพแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อม วางแผนการคลอด และรับคำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องจากคุณหมอด้วยค่ะ
สำหรับกระบวนการฝากครรภ์ ตามแนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย แบ่งเป็นขั้นตอนให้คุณแม่เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
-
การฝากครรภ์ครั้งแรก
คุณแม่ควรไปฝากตั้งแต่รู้ว่าท้อง หรือก่อนอายุครรภ์ 10-12 สัปดาห์ ครั้งนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะคุณหมอต้องเก็บข้อมูลเบื้องต้นทั้งหมด เพื่อประเมินสุขภาพของคุณแม่และลูกค่ะ
- ซักประวัติอย่างละเอียด: คุณหมอจะถามเรื่องสุขภาพทั่วไป โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว ประวัติการตั้งครรภ์ครั้งก่อน การแพ้ยา อาหารการกิน ไปจนถึงความเครียดต่างๆ
- ตรวจร่างกายคุณแม่: ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต และอาจมีการตรวจภายในหรือตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย
- เจาะเลือดและตรวจปัสสาวะ: เพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ภาวะเลือดจาง กรุ๊ปเลือด คัดกรองพาหะธาลัสซีเมีย และตรวจหาการติดเชื้อต่างๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส และเอชไอวี
- พูดคุยเรื่องการคัดกรองความผิดปกติของลูก: เช่น การคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม
- ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น: เช่น โอกาสเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ครรภ์เป็นพิษ หรือคลอดก่อนกำหนด
-
การตรวจติดตามผลในครั้งต่อๆ ไป
คุณหมอจะนัดมาตรวจเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละคน (เดิมมักนัดทุก 4 สัปดาห์ และถี่ขึ้นเป็นทุก 2 สัปดาห์และทุกสัปดาห์เมื่อใกล้คลอด) โดยทุกครั้งที่มา จะมีการตรวจหลักๆ ดังนี้
- พูดคุยและอัปเดตอาการ: คุณหมอจะถามไถ่ว่ามีอาการผิดปกติไหม เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง มีเลือดออก น้ำเดิน หรือปวดศีรษะ ตาพร่ามัว
- เช็กสุขภาพคุณแม่: ชั่งน้ำหนักและวัดความดันโลหิตทุกครั้ง
- เช็กการเจริญเติบโตของลูกน้อย: คุณหมอจะใช้สายวัดความกว้างของหน้าท้องคุณแม่ (หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์) ฟังเสียงเต้นหัวใจลูก และเมื่อใกล้คลอดจะคลำดูว่าลูกอยู่ท่าไหน เอาหัวลงหรือยัง
เรื่องสำคัญที่ต้องทำในช่วงต่างๆ ของการตั้งครรภ์
- ช่วง 18-22 สัปดาห์: มักจะมีการอัลตราซาวนด์เพื่อดูโครงสร้างอวัยวะต่างๆ ของลูกว่าสร้างได้สมบูรณ์ดีหรือไม่
- ช่วง 24-28 สัปดาห์: คุณแม่ทุกคนจะต้องกลืนน้ำตาลเพื่อเจาะเลือดตรวจหาภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- หลัง 28 สัปดาห์เป็นต้นไป: คุณหมอจะเริ่มสอนให้คุณแม่นับลูกดิ้น และจะมีการเจาะเลือดซ้ำเพื่อดูความเข้มข้นของเลือดและการติดเชื้อซิฟิลิสกับเอชไอวีอีกครั้ง
- ช่วงใกล้คลอด (เดือนสุดท้าย): ประเมินน้ำหนักลูก ท่าของลูก อาจมีการตรวจภายในเพื่อดูความพร้อมของอุ้งเชิงกรานและปากมดลูก เพื่อใช้วางแผนการคลอด
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันที่คุณแม่จะได้รับจากการฝากครรภ์
- วิตามินบำรุง: คุณแม่จะได้รับยาวิตามินที่จำเป็นตามความเหมาะสม เช่น ธาตุเหล็ก โฟลิก ไอโอดีน และแคลเซียม เพื่อป้องกันภาวะซีดและบำรุงพัฒนาการของลูกน้อย
- การฉีดวัคซีน: คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองและส่งต่อไปถึงลูก เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (ฉีดได้ทุกช่วงอายุครรภ์), วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (มักฉีดช่วงอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์) และวัคซีนโควิด-19 ค่ะ
การไปฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอตามที่คุณหมอนัด จึงเหมือนเป็นการจับมือทำงานร่วมกันระหว่างคุณแม่และคุณหมอ เพื่อดูแลให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมบูรณ์ที่สุดในทุกๆ สัปดาห์จนถึงวันคลอดค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ค่าใช้จ่ายฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ ต้องจ่ายเพิ่มมั้ย เช็กเลย!
แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่ เลือกโรงพยาบาลฝากครรภ์ ยังไงให้ถูกใจ : ผลสำรวจจาก theAsianparent Insights
ไปฝากครรภ์กินข้าวได้ไหม ห้ามกินอะไรก่อนจะไปฝากครรภ์!
ที่มา
กรุงเทพธุรกิจ , ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย