TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

Sexual Harassment เพราะการคุกคามทางเพศ ไม่ใช่เรื่องตลก อย่าเพิกเฉย

บทความ 5 นาที
Sexual Harassment เพราะการคุกคามทางเพศ ไม่ใช่เรื่องตลก อย่าเพิกเฉย

ในยุคปัจจุบัน ปัญหาของเรื่อง Sexual Harassment หรือ การคุกคามทางเพศ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นให้เห็นหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่โรงเรียน, สถานประกอบการ หรือแม้กระทั่งสังคม บ้างก็มีการใช้อำนาจของผู้ที่เหนือกว่าเอาเปรียบผู้ที่อยู่ข้างใต้ แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือการที่สังคมไทยยังไม่เข้าใจ กลับมองว่าการคุกคามทางเพศไม่ใช่ปัญหา คิดว่าเป็นเรื่องการหยอกเล่นปกติ

เมื่อใครที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดใจ อาจเริ่มต้นการบรรเทาปัญหาด้วยการพูดคุยหรือเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ในทางปฏิบัติจริงปัญหาของการคุกคามอาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าอย่างการล่วงละเมิดทางเพศก็เป็นได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงความสำคัญของเรื่องการโดนคุกคาม และเรียนรู้วิธีป้องกันตนเอง จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

 

Sexual Harassment

 

Sexual Harassment คืออะไร?

การกระทำที่มีเจตนาไม่ดีต่อเพศตรงข้าม หรือเพศเดียวกันเพื่อผลประโยชน์ในการร่วมรัก โดยการสัมผัสร่างกายผู้อื่นโดยที่ไม่ได้รับการยินยอม ถือว่าเป็นการคุกคามทางเพศที่เห็นได้ชัดที่สุด การสัมผัสร่างกายหมายถึง การจับ การลูบคล้ำอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น การโอบไหล่ โอบเอว แม้กระทั่งการจับเส้นผม หรือการตีเบา ๆ บริเวณร่างกายของผู้อื่น ก็ถือได้ว่าเป็นการคุกคามทางเพศเช่นกัน

โดยปกติแล้วการคุกคามทางเพศด้วยการสัมผัสร่างกายผู้อื่นมักเกิดขึ้นจากการกลั่นแกล้งหรือการลวนลาม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการคุกคามทางเพศที่มากขึ้นไปอีก การกระทำดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบของหลายประการ ดังนี้

 

  • มุกตลกเกี่ยวกับเรื่องเพศ หรือ การพูดล้อเลียนเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ, การเล่นคำ หรือ การพูดถึงบุคคลอื่นก็นับเป็นการคุกคามทางเพศได้เช่นกัน ซึ่งโดยปกติแล้วสังคมไทยมักมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะคิดว่าเป็นเพียงการเล่นสนุกกับมุกตลกเท่านั้น ไม่ได้เป็นการสร้างความรุนแรงขนาดนั้น แต่เรื่องนี้นับเป็นการคุกคามที่แสดงออกทางวาจา (Verbal Conduct) และเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจหรืออับอาย

 

  • ข้อความแทะโลมบนอินเทอร์เน็ต ก็นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการคุกคามเช่นกัน เพราะเป็นการคุกคามทางเพศที่มาในรูปแบบการพิมพ์ข้อความแทะโลม, แสดงความเป็นเจ้าของ หรือการวิจารณ์รูปร่างก็จัดอยู่ในหมวดนี้เหมือนกัน ที่สำคัญบรรดารูปถ่ายของสาวสวยหนุ่มหล่อ ที่อยู่ในชุดว่ายน้ำแม้จะเป็นการลงในโซเชียลมีเดีย แต่ก็เป็นหนึ่งการคุกคาม ถึงแม้เจ้าตัวจะลงด้วยความสมัครใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถคอมเมนต์อย่างไรก็ได้ตามใจชอบ นอกเหนือไปกว่านั้นการแทะโลมบนอินเทอร์เน็ตยังรวมไปถึงเรื่องของการส่งรูปของลับด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันการแทะโลมบนออนไลน์ถือเป็นการคุกคามที่มาแรงที่สุดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีโอกาสที่คนจะตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น และคนที่เป็นเหยื่อก็อายุน้อยลงเช่นกัน การคุกคามเช่นนี้นับเป็นการส่งข้อความในเชิงอนาจาร (Written Conduct)

 

  • คำพูดแทะโลมให้อับอาย คือหนึ่งในการคุกคามที่ใช้คำพูด หรือการพูดจาที่ส่อไปในเชิงชู้สาวต่อคนอื่น ทั้งหมดเป็นหนึ่งในการคุกคามที่ทำให้เหยื่อรู้สึกไม่สบายใจ เรื่องนี้รวมทั้งพูดจาล่วงเกิน, พูดเกี่ยวกับเรื่องเพศ, เล่าเรื่องตลกเกี่ยวกับเรื่องเพศ, พูดถึงสัดส่วนของร่างกาย หรือพูดเล่นคำที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ นอกจากนั้นแล้วการพูดวิจารณ์รูปร่างของผู้อื่นก็รวมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคำพูดวิจารณ์ เช่น อ้วน ขาเบียด หรือคำพูดต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้ฟังหรือถูกวิจารณ์รู้สึกอับอายยังถือได้ว่าเป็นการคุกคามทางเพศ โดยส่วนมากมักพบการคุกคามโดยใช้คำพูดในสถานศึกษาและที่ทำงาน ที่ถือว่าเป็นกิริยาท่าทาง หรือการแทะโลมทางสายตา (Visual Conduct)

 

  • เปิดของลับให้คนอื่นดู เป็นหนึ่งในการคุกคามทางเพศอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะอวัยวะเพศนับเป็นของสงวนที่ไม่ควรเปิดเผยให้ผู้อื่นด้วยในพื้นที่สาธารณะ และไม่ควรตั้งใจหรือเจตนาที่จะเปิดให้ผู้อื่นดู ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตั้งใจกระทำข้อนี้มักมีอาการทางจิตร่วมอยู่ด้วยในระดับหนึ่ง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะเพื่อยั่วยวนหรืออย่างไรก็ตาม หากผู้โดนกระทำหรือเหยื่อรู้สึกอับอายก็นับเป็นการคุกคามทางเพศทั้งหมด ในกรณีนี้รวมไปถึงการพยายามสำเร็จความใคร่ในพื้นที่สาธารณะ หรือพยายามจะรุกล้ำอวัยวะเพศผู้อื่นด้วยเช่นกัน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในรูปแบบการคุกคามประเภทการสัมผัสทางร่างกาย (Physical Conduct)

 

  • แกล้งเปลื้องผ้าเหยื่อโดยไม่ยินยอม เป็นการคุกคามที่เหยื่อส่วนใหญ่โดนจะเป็นในพื้นที่โรงเรียน และมักเป็นคนที่อายุน้อยกว่าหรือดูไม่มีทางสู้ทั้งนั้นที่โดนกระทำใส่ การกลั่นแกล้งด้วยการถอดเครื่องสวมใส่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแกล้งดึงกางเกง, การถอดเสื้อ, การปลดสายเสื้อชั้นใน, การล้อเลียนสีบรา หรือแม้กระทั่งการบังคับให้สวมใส่เสื้อผ้าที่สร้างความอับอาย ก็รวมอยู่ในการคุกคามที่นับเป็นหนึ่งในประเภทการสัมผัสทางร่างกาย (Physical Conduct)

บทความน่าสนใจ : เหยื่อล่วงละเมิดทางเพศ คำสอนสำคัญที่ควรให้ลูกรู้จักตั้งแต่เด็ก

Sexual Harassment

 

การคุกคามทางเพศ คือตราบาปที่เหยื่อไม่ได้ก่อ

อย่างที่บอกว่าไม่ว่าจะเป็นเพศใด ช่วงอายุไหน ก็สามารถตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศได้ทั้งนั้น และในยุคดิจิทัลที่มีโซเชียลมีเดียเป็นเสมือนอวัยวะที่ 33 ที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้แบบนี้ ยิ่งสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่มีจบสิ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับตัวเอง เหยื่อส่วนใหญ่มักไม่มีการพูดถึงหรือแจ้งความเอาผิดผู้กระทำ เพราะสังคมไทยมีความเชื่อและวิธีคิดที่ประหลาด ด้วยการคิดว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายผิด โยนความผิดให้ผู้ถูกกระทำว่าเป็นคนไม่ดี หรือกล่าวโทษเหยื่อ (Victim Blaming)

หลายครั้งที่เมื่อเกิดกรณีข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศ เช่นคดีดังของอดีตนักการเมืองที่ล่วงละเมิดหญิงสาวกว่าสิบราย หลังจากการประโคมข่าวทั้งหลายมักจะมีการคอมเมนต์ที่ตั้งคำถามว่า

  • “แต่งตัวแบบไหนถึงโดนข่มขืน”
  • “ทำไมถึงเอาตัวเองเข้าไปในที่เสี่ยง”
  • “ทำไมถึงไม่ระวังตัวเอง”

เพราะคำถามเหล่านี้จากสังคมทำให้เหล่าผู้เสียหายหรือเหยื่อไม่กล้าแม้จะขอความช่วยเหลือ ไม่กล้าออกมาเรียกร้อง เพราะกลายเป็นชุดความคิดที่ถูกฝังหัวว่าเหยื่อคือฝ่ายผิด รู้สึกมีบาปติดตัว โทษตัวเอง และเกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตตามมา

การถูกคุกคามทางเพศจึงไม่ใช่ตราบาปของเหยื่อ และเหยื่อไม่ได้ยินยอมที่จะได้รับการคุกคามนั้น ผู้ถูกกระทำจึงเป็นเสียงส่วนน้อยและเบาบางที่ทุกคนควรให้น้ำหนัก เพื่อออกมาเผชิญหน้าและลงโทษคนทำผิด

 

Sexual Harassment

 

โทษของการคุกคามทางเพศ มีอะไรบ้าง

ในโทษของการคุกคามทางเพศ อยู่ในกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานกฎหมายธรรมนิติ ได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับโทษของการคุกคามทางเพศไว้ดังนี้

1.แอบถ่าย

การแอบถ่ายภาพหรือคลิปในห้องน้ำ ใต้กระโปรง หรือลักษณะใดที่เป็นการละเมิดทางเพศ แม้จะไม่ได้มีการสัมผัสร่างกายโดยตรง ก็มีความผิดฐานกระทำอนาจารได้

  • อนาจาร: มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 278)
  • อนาจารเด็ก: (ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 279 วรรคสอง)

2.ลักหลับ

การเข้าไปกระทำการล่วงเกินทางเพศ ในขณะที่ผู้อื่นนอนหลับหรือไม่มีสติรับรู้ เป็นการกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกาย โดยที่บุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

  • อนาจาร: มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 278)
  • อนาจารเด็ก: (อายุไม่เกิน 13 ปี) (ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่) โทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 279 วรรคสอง)

3.วางยานอนหลับ

การใช้ยากดประสาทผสมให้ผู้อื่นกินจนทำให้สิ้นสติไป ถือเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย จนเป็นอันตรายแก่จิตใจเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และยังมีความผิดฐานปลอมปนอาหารด้วย

  • ทำร้ายร่างกาย: มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 296)
  • ปลอมปนอาหาร: จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 236)

4.ข่มขืน

การกระทำชำเราผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอม ด้วยการขู่เข็ญ ด้วยการใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น

  • ข่มขืนกระทำชำเรา: มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับ 80,000-400,000 บาท (มาตรา 276 วรรคแรก)
  • ชำเราเด็ก: (อายุไม่เกิน 15 ปี) จำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับ 100,000-400,000 บาท (มาตรา 277 วรรคแรก)

5.โทรมหญิงหรือชาย

การโทรมคือมีการร่วมกันกระทำความผิดฐานกระทำชำเราผู้อื่น โดยมีผู้ร่วมกระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

  • โทรมหญิงหรือชาย: จำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี และปรับ 300,000-400,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต (มาตรา 276 วรรคสาม)
  • โทรมเด็ก: (อายุไม่เกิน 15 ปี) จำคุกตลอดชีวิต (มาตรา 277 วรรคสาม)

6.การบันทึกภาพหรือคลิป

  • ผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ได้ทำการบันทึกภาพหรือคลิปไว้ เพื่อแสวงหาซึ่งประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น (มาตรา 280/1 วรรคแรก) ต้องระวางโทษหนักขึ้น 1 ใน 3 ของความผิดนั้น
  • ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งภาพหรือเสียงการกระทำชำเราหรือการกระทำอนาจารที่บันทึกไว้ (มาตรา 280/1 วรรคสอง) ต้องระวางโทษหนักขึ้น กึ่งหนึ่งของความผิดนั้น

 

Sexual Harassment

 

อย่างไรก็ตามแม้ในทางกฎหมายผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษเมื่อมีการเรียกร้องเอาผิด แต่ฝ่ายเหยื่อต่างหากที่น่าเป็นห่วง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะกระทบจิตใจและส่งผลระยะยาวได้ เช่น ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีอาการ PTSD ด้วยเหตุนี้จึงไม่ควรเพิกเฉยต่อการถูกคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะผู้ถูกกระทำหรือผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็ตาม

การถูก Sexual ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว การถูกคุกคามทางเพศก็ไม่ใช่ปัญหาไกลตัวเช่นกัน หากไม่มีการเปลี่ยนความคิดหรือให้เกียรติทุกคนอย่างเท่าเทียม ในอนาคตลูกหลานของเราก็อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน ที่สำคัญในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ความรุนแรงของเหตุการณ์เหล่านี้อาจจะทวีคูณขึ้นมาก็เป็นได้

 

บทความที่น่าสนใจ :

สถิติเด็กถูกล่วงละเมิด ภัยสังคมร้อนแรงในไทย เมื่อตัวเลขพุ่งสูง

สอนลูกให้ระวังการล่วงละเมิดทางเพศ

พ่อแม่ “ต้องรู้” สิ่งที่เปลี่ยนไป เมื่อลูกถูกล่วงละเมิด

ที่มา : justicechannel.org , thairath.co.th

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Kanthamanee Phisitbannakorn

  • หน้าแรก
  • /
  • ความรักและความสัมพันธ์
  • /
  • Sexual Harassment เพราะการคุกคามทางเพศ ไม่ใช่เรื่องตลก อย่าเพิกเฉย
แชร์ :
  • วิทยาศาสตร์ยืนยัน ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า

    วิทยาศาสตร์ยืนยัน ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า

  • งานวิจัยเผย! แม่ๆ เกือบครึ่ง เครียดจากสามี มากกว่าลูก

    งานวิจัยเผย! แม่ๆ เกือบครึ่ง เครียดจากสามี มากกว่าลูก

  • แยกห้องนอนกับสามี เมื่อมีลูกอ่อน ข้อดี-ข้อเสีย ที่มีงานวิจัยรองรับ

    แยกห้องนอนกับสามี เมื่อมีลูกอ่อน ข้อดี-ข้อเสีย ที่มีงานวิจัยรองรับ

  • วิทยาศาสตร์ยืนยัน ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า

    วิทยาศาสตร์ยืนยัน ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า

  • งานวิจัยเผย! แม่ๆ เกือบครึ่ง เครียดจากสามี มากกว่าลูก

    งานวิจัยเผย! แม่ๆ เกือบครึ่ง เครียดจากสามี มากกว่าลูก

  • แยกห้องนอนกับสามี เมื่อมีลูกอ่อน ข้อดี-ข้อเสีย ที่มีงานวิจัยรองรับ

    แยกห้องนอนกับสามี เมื่อมีลูกอ่อน ข้อดี-ข้อเสีย ที่มีงานวิจัยรองรับ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว